ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 550 แม่น้ำ
บทที่ 550 แม่น้ำ
เฉินเฉียงที่ในตอนนี้มีค่าพลังจิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ด้วยทักษะผ่ามิติของเขาแล้ว การก้าวเดินเพียงสามครั้งก็ทำให้เขานั้นลอยอยู่เหนือแม่น้ำตงเตียนที่อยู่ในภาคกลางได้ในทันที
แม่น้ำตงเตียนที่มีความกว้างเกือบห้ากิโลเมตรได้ทอดลำน้ำตัดขวางพื้นที่ภูมิภาคกลาง จากจุดนี้ มันได้ทอดผ่านไปทางภูมิภาคตะวันออกที่อยู่นับแสนไมล์ พร้อมๆกับที่มีซากสะพานนับสิบที่เคยทอดตัวทับผ่านมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองฟ้าศักดิ์สิทธิ์
ด้วยสิ่งนี้ทำให้ผู้คนมากมายอาศัยอยู่ที่แม่น้ำตงเตียนทั้งสองฟากฝั่งสะพาน
แต่หลังจากที่เกิดเหตุสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ภายในแม่น้ำตงเตียนจนลุกลามไปถึงชายฝั่ง นี่ทำให้ผู้คนนับแสนที่อยู่ตามชายฝั่งได้รับผลกระทบอย่างมาก
บางคนเพื่อให้มีชีวิตถึงกับยอมเสี่ยงชีวิตสร้างเรือเพื่อใช้ข้ามสองฟากฝั่งแทนการใช้สะพานที่ถูกทำลายลง แต่นั่นกลับทำให้พวกเขาต้องจบชีวิตลงที่ใต้ผืนน้ำแห่งนี้
แม่น้ำตงเตียนในตอนนี้ไม่ใช่เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนอีกต่อไป ในตอนนี้มันเปรียบได้ดั่งแม่น้ำแห่งความตายเสียมากกว่า
มีเพียงสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์และสัตว์คลั่งเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในแม่น้ำสายนี้ได้อย่างอิสระ
หากไม่รีบจัดการเรื่องนี้โดยเร็ว แม่น้ำตงเตียนจะกลายเป็นเพียงสิ่งกีดขวางที่ไม่มีผู้คนที่จะสามารถข้ามผ่านมันได้อีกต่อไป
ถึงแม้ว่าเขาโรคาจะอยู่ในภูมิภาคกลาง ซึ่งนั่นเป็นที่ตั้งของวิหารศักดิ์สิทธิ์ องค์กรที่ถูกยึดมั่นถือว่าเป็นเทพพิทักษ์ของผู้คนบนโลกใบนี้
แต่ไม่มีใครเลยในหมู่คนทั่วไปที่จะเข้าไปที่เขาโรคาแห่งนี้ได้ เพราะมันกลายเป็นพื้นที่หวงห้ามไป
ที่แย่ยิ่งกว่าคือคนทั่วไปที่ไม่มีทางเลือกทำได้เพียงระเห็จออกมาจากพื้นที่ชายฝั่งรอบแม่น้ำตงเตียน ทุกคนต่างทำเพียงคุกเข่าลงพื้นหันหน้าไปยังเขาโรคา สวดภาวนาก้มลงกราบกรานอยู่ทุกเช้าค่ำ หวังให้เทพพิทักษ์ของพวกเขามาขับไล่ภัยอันตรายที่เกิดขึ้นในแม่น้ำสายนี้
เมื่อเห็นผู้คนมากมายกระทำตัวเช่นนี้ ทำให้เฉินเฉียงคิดจะสบถคำด่าออกมาก็ยังถึงกับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะทำ
นั่นก็เพราะตัวตนที่สลักอยู่ในใจผู้คนบนโลกปีศาจนับร้อยๆปีนี้มันไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนกันได้ในหนึ่งวันหนึ่งคืน
เฉกเช่นผู้คนบนโลกมนุษย์ คนพวกนี้หากพบเจอสิ่งที่ไม่อาจหาคำตอบได้ก็จากจุดธูปบูชากราบไหว้นับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ในสายตาของผู้คนทั่วไป คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์หาใช่เพียงผู้บ่มเพาะธรรมดาสามัญ แต่พวกมันเปรียบได้ดั่งร่างอวตารของเทพเทวา
ต่อให้เฉินเฉียงบอกความจริงออกไป เขาจะต้องตกตายจากการถ่มถุยของผู้คนอย่างไม่ต้องสงสัย
หลายครั้งที่คนที่มีจิตใจชั่วร้ายได้แสดงออกมาราวกับเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ส่วนคนที่ถูกหาว่าได้กระทำเรื่องชั่วร้าย ทั้งๆที่หลายครั้งหลายหนที่มันเป็นการกระทำที่ถูกต้องและจำเป็น
สำหรับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีจิตใจดีงาม ยามใดที่พวกเขาได้กระทำเรื่องชั่วร้ายไป จะไม่มีใครเชื่อว่าเขาได้เป็นผู้กระทำ อีกทั้งจะมีผู้คนมากมายออกมาปกป้อง
กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นที่รักของผู้คนแล้ว หากคนคนนั้นได้เริ่มกลายเป็นคนที่ชั่วร้าย ก็บอกได้เลยว่าคนเหล่านั้นมักจะประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ
นั่นก็เพราะ มีผู้คนมากมายที่คอยระวังภัย ยามที่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นที่รักของผู้คน
หรือแม้กระทั่งต่อให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นที่รักของผู้คนไม่ได้ใส่ใจไยดีในเรื่องเหล่านั้น แต่คนที่รักใคร่นับถือในตัวคนคนนั้นจะเป็นผู้ออกหน้ากระทำแทนโดยไม่ต้องบอกก่อน และแน่นอนว่าไม่ใช่จำนวนน้อยๆแต่อย่างใด
และนี่เองจึงทำให้ผู้คนไม่เพียงจะไม่รับรู้เรื่องเลวทรามของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นที่รัก พวกเขายังตีความการกระทำของผู้คนที่ดูแล้วโหดเหี้ยมว่าเป็นความชั่วร้ายอย่างที่สุด
ด้วยการที่ภาพลักษณ์ประจำใจของคนที่ตนรักใคร่นับถือกลายเป็นเลวทราม เป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องตกตะลึงจนไม่อาจทำอะไรได้
ส่วนผู้คนที่กำลังกราบไหว้วิหารศักดิ์สิทธิ์หวังที่จะให้พวกมันได้ช่วยเหลือนี่เองก็ไม่ได้ผิดอะไร หากจะผิดก็คงเป็นเพราะที่คนเหล่านี้อ่อนแอเกินกว่าที่จะกำหนดชะตากรรมของตนเองได้
เกิดในโลกที่บ้าคลั่ง คนที่ทำได้เพียงวิงวอนและร้องขอชีวิตย่อมไม่เหมาะที่จะอยู่อาศัยแต่อย่างใด
ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังกราบไหว้อยู่นี้ยังเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติของพวกเขาอีก
ท่ามกลางเสียงร้องระงมของผู้คน เฉินเฉียงได้ถอดถอนลมหายใจก่อนที่จะดำดิ่งลงแม่น้ำตงเตียนไป
ทำไมพวกเขา เหล่ากองกำลังเทียนเว่ยถึงได้มาที่โลกปีศาจนี้กัน
เฉินเฉียงผู้ซึ่งกำลังดำดินสู่ก้นแม่น้ำอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาในตอนนี้
ตอนแรก พวกเขาหมายมั่นปั้นมือคิดจะเก็บกวาดผู้คนบนโลกนี้ประดุจศัตรูคู่อาฆาตของตน
แต่ในตอนนี้ พวกเขากำลังทำเสียยิ่งกว่าเทพพิทักษ์ของผู้คนบนโลกนี้เสียอีก
แม้แต่เฉินเฉียงก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าหลังจากที่เขาเก็บตัวบ่มเพาะมาหนึ่งเดือน ค่าพลังจิตของเขาก็เพิ่มขึ้นสูงอย่างไม่อาจจะคิดเดา
แต่เดิม เขาเพียงต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอด ต่อมาก็ต่อสู้เพื่อให้ได้ธงพลแห่งกองกำลังเทียนเว่ย ต่อมาก็เป็นการต่อสู้เพื่อมวลมนุษยชาติ จนกระทั่งพ่อของเขาได้ตายลง เฉินเฉียงก็ยังคงต่อสู้ต่อมา เพื่อแก้แค้นให้พ่อของตน จนกระทั่งนำผู้คนมาเพื่อต่อสู้กับฮั่นจุยที่นี่
หลังจากที่ได้พบปริศนาการตายของสามราชาจักรพรรดิ เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นทำได้เพียงเข้ามาที่โลกปีศาจแห่งนี้เพื่อต่อสู้กับผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต
ถึงแม้เขาจะรู้ว่าฮั่นจุยอยู่ที่นี่ ต่อให้รู้ว่าฮั่นจุยในตอนนี้อ่อนแอกว่าตน แต่เขาก็ทำได้เพียงระวางความแค้นไว้ชั่วคราวและช่วยเหลือผู้คนบนโลกนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
สิ่งเหล่านี้ได้ผุดขึ้นมาในใจของเขานับแต่ตอนที่ระดับบ่มเพาะของเขารู้สูงขึ้นกว่าเดิม
หากเขาเป็นเพียงราชาขุนพล ต่อให้เขารู้ว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์หมายฆ่าล้างทุกชีวิต เขาก็คงจะไม่ขอยุ่งเกี่ยว
แต่ในตอนนี้ ในเมื่อเขามีความสามารถพอที่จะช่วยเหลือ เป็นธรรมดาที่เขาจะตอบสนอง
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ในเมื่อเขาได้รับสิ่งของที่มากเกินพอ เขาย่อมแบ่งปันให้ผู้คน ต่อให้ผู้คนไม่พูด แต่เขาก็ยังคิดจะทำอยู่ดี
นับแต่เกิดจนตาย มีเพียงผู้คนน้อยนิดที่สามารถนั่งอยู่บนกองเงินกองทองนับหมื่นล้านได้ แต่ผู้คนเหล่านั้นก็สนใจเพียงชีวิตของตนเอง
แต่กับเฉินเฉียงแล้ว เรื่องแบบนั้นมันยากเกินกว่าที่เขาจะทำใจแข็งทำได้ลงคอ
นั่นก็เพราะเขายังมีเพื่อนที่เขาต้องห่วงใย เฉกเช่นกองกำลังเทียนเว่ย ไหนจะคนรักที่เขารักอย่างสุดหัวใจอย่างหยานเสวี่ยที่คอยอยู่ข้างกายเขาเสมอมา และเธอจะเป็นคนที่เขาหวังจะอยู่คู่ไปตราบชีวิตจะหาไม่
กับคนที่มีครอบครัวให้คอยห่วงใยเช่นเขา เขาไม่อาจหักใจเห็นแก่ตัวเพียงคนเดียวอย่างฮั่นจุยไปได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการฆ่าล้างชีวิตนับร้อยล้านเพียงเพื่อตอบสนองความแข็งแกร่งของตนเองนี่เลย
ไม่เพียงแม่น้ำตงเตียนสายนี้จะกว้างขวางอย่างที่สุด แม้แต่ความลึกเองก็ยังเทียบเท่ากับมหาสมุทรบนโลกมนุษย์
หลังจากดำน้ำลึกลงไปได้สักร้อยเมตร พลังจิตของเฉินเฉียงก็ราวกับจะโดนสะกดข่ม
แม่น้ำตงเตียนที่กว้างขวางนี้ ความกว้างของแม่น้ำน่าจะเกินกว่าแสนกิโลเมตรเห็นจะได้
แต่หลังจากที่เฉินเฉียงได้ผ่านการฝึกฝนในห้วงจิตสำนึกลึกลับเป็นครั้งที่สอง ค่าพลังจิตของเฉินเฉียงก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
หากเป็นบนพื้นดิน เฉินเฉียงสามารถปลดปล่อยกระแสจิตออกไปได้กว่าสองล้านกิโลเมตร
ต่อให้ถูกสะกดข่มจากสภาพแวดล้อม แต่กับแม่น้ำที่มีความกว้างเพียงแสนกิโลเมตร ย่อมไม่ใช่เรื่องยุ่งยากของเฉินเฉียงแต่อย่างใด หากเขาต้องการ เขาสามารถตรวจสอบแม่น้ำทั้งเส้นได้ในทันที
และเพื่อให้การกวาดล้างสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์และสัตว์คลั่งเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งแรกที่เฉินเฉียงทำก็คือการไล่กวาดตรวจสอบตั้งแต่ทางทิศตะวันออกไล่ไปทางทิศตะวันตก
เฉกเช่นในตอนที่เขาอยู่ที่มหาสมุทรบนโลกมนุษย์ในตอนที่มีสัตว์ทะเลคลั่งมากมายอยู่ที่นั่น
อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ในตอนนี้เป็นแม่น้ำ สัตว์วิญญาณทั้งหลายไม่ได้พุ่งกระจายไปทุกทิศทุกทางอย่างในมหาสมุทรแต่อย่างใด
ด้วยพลังจิตของเฉินเฉียงที่ครอบคลุมไปทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำ จะมีก็เพียงสัตว์วิญญาณดั้งเดิมไม่กี่ตัวเท่านั้นที่หลุดรอดไปได้
เป็นไปได้ว่าสัตว์วิญญาณพวกนี้ สำหรับคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์แล้วเห็นว่าพวกมันอ่อนแอเกินกว่าที่จะเสียเวลาลงมือ
หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือ หากพวกมันควบคุมสัตว์วิญญาณทะเลเอาไว้ได้ เหล่าสัตว์วิญญาณทะเลที่อ่อนแอก็จะกลายเป็นอาหารของพวกมันอยู่ดี
หรือก็คือเป็นสถานการณ์แบบเดียวกับที่ป่าใต้ดิน
นอกจากจำนวนที่มากมายแล้ว สัตว์วิญญาณกลายพันธุ์เหล่านี้ยังได้รับการฝังแผ่นแก่นแผ่นพลังงานชนิดบ้าคลั่งเอาไว้อีก เรียกได้ว่าส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้
แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ หรือเป็นสัตว์วิญญาณทั่วไป สิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือการฆ่าเพียงเท่านั้น
เมื่อนึกมาถึงตอนนี้ อยู่ๆ เฉินเฉียงก็ต้องรู้สึกเดือดดาลเมื่อได้เห็นไอ้ตัวยึกยือ หรือก็คือสัตว์ปีศาจรูปร่างคล้ายหนวดปลาหมึกที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบในหุบเขาเสียงกระซิบอยู่ที่นี่