ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 551 กว่าจะรู้
บทที่ 551 กว่าจะรู้
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าไอ้ตัวยึกยือที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ ไม่ได้นี่นิ่งเงียบเฉกเช่นพวกที่เขาได้พบเจอใต้สมุทรคาบสมุทรมังกรซ่อนที่หากเขาไม่ไปวุ่นมันก็จะไม่สนเขา
ไอ้ตัวยึกยือที่เขาเห็นอยู่นี้พยายามโจมตีสัตว์วิญญาณแม่น้ำในทุกช่วงขณะที่พวกมันมีโอกาส
เท่าที่ดู เหมือนว่าพวกมันจะถูกฝังแผ่นแก่นพลังงานไป
เฉินเฉียงที่ในตอนนี้กำลังใช้พลังเหนือมนุษย์ควบคุมสายน้ำระดับเก้า ได้พุ่งเข้าใส่เจ้าตัวยึกยือนี้จากด้านข้าง พร้อมกับยื่นมือไปจับที่หัวของมัน พร้อมกับใช้พลังฟ้าดินดึงสิ่งที่อยู่ในหัวออกมา
เป็นไปอย่างที่คิด
แถมมันยังเป็นแผ่นแก่นพลังงานรูปแบบบ้าคลั่ง
หลังจากผ่านเรื่องที่ป่าใต้ดินมา เฉินเฉียงค่อนข้างจะเข้าใจความคิดของฮั่นจุยอยู่บ้าง
เพื่อให้เกิดความโกลาหลไปทั่วโลกปีศาจ ฮั่นจุยใช้ทั้งเทคโนโลยีของมนุษย์กลายพันธุ์และเทคนิควิชาของผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตในการสร้างสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์ หุ่นเชิดซากศพกลายพันธุ์ สัตว์วิญญาณกลายพันธุ์ สัตว์ปีศาจกลายพันธุ์ สัตว์ปีศาจบ้าคลั่ง และสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ต่างๆ เพื่อให้พวกมันสำเร็จเป้าหมายนั่นคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์
เฉกเช่นเดียวกับศพพิษ
ในขณะที่เฉินเฉียงนำกำลังคนไปจัดการเรื่องที่ป่าใต้ดิน นั่นก็คงจะเป็นเวลาเดียวกับที่สัตว์วิญญาณในแม่น้ำตงเตียนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักหรือก็คือสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เช่นเดียวกัน
ต่อให้มีสัตว์วิญญาณแม่น้ำที่ยังเหลือรอด แต่นั่นก็เป็นเพราะพวกมันอ่อนแอจนทำได้เพียงเฝ้ารอนับถอยหลังการจบชีวิตของพวกมันอย่างหวาดหวั่น
หลังจากสงบจิตใจ เฉินเฉียงก็ว่ายไปตามแม่น้ำ พร้อมกับใช้ธนูดำของตน
สำหรับเขาแล้ว การจัดการเรื่องที่แม่น้ำตงเตียนไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงแต่มันเสียเวลาอย่างมากก็เท่านั้น
….
บนโลกมนุษย์ ตึกจอมพลฮัวจ้ง เขาโชวหยาง
ครั้งก่อนที่เฉินเฉียงได้กลับมาเป็นตอนที่เขาได้ฆ่าคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่มารุกรานในรอบแรก และนี่ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดของทั้งสามเผ่าพันธุ์กลับมามีความเชื่อมั่นต่อฮุยตู๋อีกครั้ง
หลังจากการกลับมาในครั้งนั้น เมื่อเฉินเฉียงจากไป ภายใต้การนำของฮุยตู๋ที่มีฮูเตี๋ยนเป็นผู้นำ พวกเขาได้รวมมือกับผู้อาวุโสอีกสามเผ่าพันธุ์กวาดล้างการรุกรานบนแผ่นดินจนเสร็จสิ้น หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มทำการกวาดล้างสิ่งมีชีวิตที่มาจากโลกปีศาจต่อ
และนั่นทำให้หลิวฉิงเหลือคนไว้ที่เขาโชวหยางเพียงแค่หยิบมือ
ในหมู่คนเหล่านี้ เว่ยฉิงเชินก็เป็นผู้หนึ่งที่เหลือทิ้งไว้
ช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยร่างกายกระจ่างจิตของเธอทำให้ในตอนนี้เธอมีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับราชาจอมพลขั้นสูง
ยิ่งไปกว่านี้ หลังจากที่เธอได้รับคำชี้แนะในการฝึกขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้จากเฉินเฉียง นี่ทำให้พลังต่อสู้ของเธอเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจคาดเดา
หากพูดกันตรงๆ ด้วยระดับบ่มเพาะของเว่ยฉิงเชิน เพียงแค่เธอก็เพียงพอที่จะปกปักรักษาโลกนี้เอาไว้
แต่เธอก็ไม่สามารถทำเรื่องเช่นนั้นได้
นั่นก็เพราะเว่ยหยวนตี้ พ่อของเธออาการไม่สู้ดี
แปดปีก่อน ที่ตึกจอมพลเหมันต์จันทรา เพื่อที่จะล้างแค้นให้พ่อของตน เฉินเฉียงได้ทำลายการบ่มเพาะของเว่ยหยวนตี้เป็นการล้างแค้น
และนี่ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเฉินเฉียงต้องสั่นคลอน
ถึงแม้ว่าภายหลัง สายสัมพันธ์ของเธอและเขาจะถูกแก้ไขแต่มันก็ไม่ได้ดีเฉกเช่นเก่าก่อน
ย้อนกลับไปตอนที่เว่ยหยวนตี้ถูกเฉินเฉียงทำลายระดับบ่มเพาะ ในตอนนั้นเขาเกลียดชังเฉินเฉียงชนิดที่เข้ากระดูกดำ
แต่ภายหลัง เฉินเฉียงได้กลายเป็นนายเหนือหัวแห่งฮุยตู๋ ด้วยผลงานที่เขาสร้างไว้มากมายทำให้รู้สึกอับอายและสำนึกผิดอย่างที่สุดในสิ่งที่ตนได้กระทำไป
เขารู้ดีว่าหากไม่ใช่เพราะตน ทั้งเฉินเฉียงและลูกสาวที่รักอย่างเว่ยฉิงเชินจะกลายเป็นคู่ครองที่หาใครเปรียบ
ยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่ากับเด็กตัวน้อยจะกลายมาเป็นนายเหนือหัวแห่งฮุยตู๋ องค์กรที่ทรงพลังเหนือใครในโลกมนุษย์
หากเขารู้อย่างนี้ตั้งแต่ก่อนหน้า เขายังจะคิดทำสิ่งต่างๆลงไปอีกรึเปล่านะ
ในสวนบ้านพักของเว่ยฉิงเชิน เว่ยหยวนตี้ได้เอนกายพิงกับเก้าอี้ตรงหน้าประตู พร้อมร่างกายที่ยากจะลุกได้อีก
นับแต่ระดับบ่มเพาะของเขาถูกเฉินเฉียงทำลายไป เว่ยหยวนตี้ผู้มีอายุห้าสิบปีก็ได้กลายเป็นคนธรรมดา ย่างก้าวเข้าสู่วัยไม้ใกล้ฝั่ง
ผมที่เคยดกดำก่อนหน้านี้ เพียงครึ่งปีให้หลังก็กับกลายเป็นสีขาวโพลน รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าและหนวดเคราที่กระดำกระด่างขึ้นรก ต่อให้เว่ยฉิงเชินต้องการจะโกนให้ แต่เขาก็ปฏิเสธไป
สายตาทั้งคู่ที่ได้จับจ้องใบไม้ยามที่มันร่วงหล่น ในทุกๆครั้งเขาจะถอนหายใจออกมายาว
เป็นตอนนี้ที่เขาได้เอียงหัวไปเล็กน้อย
นั่นก็เพราะเขาสัมผัสได้ถึงมือเล็กๆที่วางมาบ่นไหล่ของเขาอย่างเบามือ
“ท่านพ่อ ลมเริ่มเย็นมากแล้ว ท่านพ่ออยากให้ข้าพาเข้าไปในบ้านรึเปล่าคะ”
เว่ยฉิงเชินถามออกมาด้วยเสียงอันเบา
เว่ยหยวนตี้ส่ายหน้าไปมาโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
นี่ทำให้เว่ยฉิงเชินกังวลอย่างช่วยไม่ได้
ในช่วงหนึ่งปีกว่าๆที่ผ่านมา พ่อของเธอนั้นใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการนั่งเอนกายที่หน้าประตูจับจ้องไปยังเบื้องหน้าที่ว่างเปล่า
เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอว้าวุ่นใจได้
จากข้อมูลที่ได้รับมา ตอนนี้โลกกำลังเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบแปดรอบปี
เธอได้ยินอาจารย์ของเธอ หลิวฉิง กล่าวว่าหายนะบนโลกในตอนนี้ล้วนแล้วมาจากฮั่นจุย ผู้ซึ่งเธอเกือบจะต้องแต่งงานด้วย
หลังจากฮั่นจุยข้ามไปยังอีกเขตแดนหนึ่ง มันผู้นั้นได้ทำการเสริมกำลังให้กับปีศาจร้ายที่อยู่ในโลกใบนั้น แล้วสั่งให้พวกมันกลับมาทำลายโลกมนุษย์ ทำให้ชีวิตของทั้งสามเผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วนต้องตกตายไป
เป็นเพียงตอนที่ฮุยตู๋เริ่มสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ และเริ่มเข้าช่วยเหลือทั้งสามเผ่าพันธุ์ สถานการณ์จึงเริ่มดีขึ้นมาบ้าง
อย่างไรก็ตาม หายนะบนโลกก็ยังถือว่าไม่พ้นภัย
หลังจากการโจมตีรอบสองเริ่มคลี่คลาย เหล่าผู้ที่อยู่ในระดับราชาจอมพลทั้งหลายไม่ว่าจะระดับไหน เผ่าพันธุ์ใด ล้วนแล้วแต่ต้องได้รับบาดเจ็บไม่ก็ล้มตาย เรียกได้ว่าไม่มีใครอยู่ดีเลยสักคน
ถึงกระนั้น เหล่าราชาจอมพลก็ยังไปจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นในทะเลอีก
ในฐานะที่ตนเองเป็นหนึ่งในยอดฝีมือของเผ่าพันธุ์มนุษย์ มีหรือที่เว่ยฉิงเชินจะไม่อยากสร้างผลงานในเรื่องนี้
แต่ด้วยการที่เธอกังวลเกี่ยวกับพ่อของเธออย่างมาก นี่ทำให้เธอนั้นทำได้เพียงปล่อยผ่านไป
ในชีวิตของเธอนั้น พ่อของเธอได้ทำเรื่องทั้งดีและร้าย แต่เรื่องทั้งหมดนั้น พ่อของเธอก็ได้รับผลจากการกระทำไปหมดแล้ว
ถึงแม้จะมีสิ่งที่ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นพ่อลูกของเว่ยหยวนตี้และเธอเปลี่ยนแปลงไปได้
ตอนที่ยังเล็ก เธอได้เรียนรู้มาว่าพ่อของเธอถูกผู้กล้าคนหนึ่งได้ช่วยชีวิตพ่อของเธอเอาไว้
นับแต่นั้น เธอก็รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจในตระกูลของเธออย่างที่สุดที่ได้รับการช่วยเหลือจากผู้กล้าหาญ
อย่างไรก็ตาม เธอไม่คิดว่าเรื่องที่เธอเคยเชื่อมาตลอดช่วงชีวิต หรือแม้แต่ตัวตนของพ่อของเธอก็ตาม จะผลักกลับไปราวกับเหรียญคนละด้าน
นี่ทำให้เธอต้องการไปอยู่ข้างกายของเฉินเฉียงเสียยิ่งกว่าเดิม
แต่มันก็เป็นได้เพียงแค่ความคิด
นับแต่ยังเด็ก เว่ยฉิงเชินไม่เคยได้เห็นหน้าของผู้เป็นแม่เลยสักครั้ง เมื่อจำความได้ คนที่อยู่ข้างกายเธอก็มีเพียงพ่อของเธอเท่านั้น
ต่อให้พ่อของเธอจะกลายเป็นศัตรูของคนทั้งโลก เธอก็ยังคงเป็นลูกสาวของเว่ยหยวนตี้
เพื่อให้ความบาดหมางของทั้งสองตระกูลจบลง เว่ยฉิงเชินได้พยายามคลี่คลายความบาดหมางโดยการไปที่อาณานิคมเขาหมาง หวังว่าจะใช้การแต่งงานกับเฉินเฉียงเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวลบล้างความแค้นในใจ
แม้เธอจะถูกเฉินเฉียงปฏิเสธก็ตาม
แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอเกลียดชังเฉินเฉียงลงได้
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกว่ามันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่เธอก็เข้าใจถึงความเกลียดชังของเฉินเฉียง ต่อสิ่งที่พ่อของเธอได้กระทำลงไปเช่นกัน
ที่ผ่านมา พ่อของเฉินเฉียง เพื่อให้ได้รอดชีวิตจากความตายที่คืบคลานมาอย่างกระชั้นชิด เขายอมเปลี่ยนไปเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่ตัวเองเกลียดชัง มีหรือที่ความแค้นนี้จะสลายลงไปง่ายๆ
แม้เฉินเฉียงจะเป็นคนทำลายการบ่มเพาะของพ่อเธอต่อหน้าต่อตา เธอก็ยังเกลียดเฉินเฉียงไม่ลงอยู่ดี
เพราะถ้าว่ากันตรงๆ ด้วยความสามารถของเฉินเฉียง หากเขาจะฆ่าพ่อของเธอ เธอก็ไม่อาจจะหยุดยั้งเขาได้
ส่วนเหตุผลที่เฉินเฉียงไม่ได้ฆ่าพ่อของเธอ แม้เฉินเทียนเว่ยจะได้บอกให้เขาละทิ้งความแค้นไปก็ตาม แต่เหตุผลที่แท้จริงจะเป็นเพราะเธอรึเปล่านะ