ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1013 เรามาดูแผนกันก่อน
ตอนที่ 1,013 เรามาดูแผนกันก่อน
หลังจากคุยกับเซียงกวงฮุยเกือบหนึ่งชั่วโมง หลินต้ากั๋วก็มาถึง
เมื่อเขามาถึง เขาก็เชิญเจียงเสี่ยวไป๋ไปที่ห้องทำงานของเขาทันที
“ลุงรอง ! ” เมื่อเข้าไปในสำนักงาน เจียงเสี่ยวไป๋ก็กล่าวทักทายก่อน
หลินต้ากั๋วพยักหน้าและถามว่า “นายได้คุยกับผู้อำนวยการเซียงแล้วหรือยัง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋รายงานตามความเป็นจริง
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ฉันคิดว่าเรื่องลอตเตอรีนั้นคงมาถูกทางแล้ว ซึ่งมันก็เป็นผลมาจากการที่นายสร้างจุดขายหลายจุด เรื่องนี้ฉันต้องชื่นชมนายจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบบอกว่าเขาไม่กล้ารับเครดิตนี้แต่เพียงผู้เดียว
หลินต้ากั๋วจึงพูดออกมาว่า “ทำดีก็คือทำดี ทำผิดก็คือทำผิด คนที่ทำดีควรได้รับการสรรเสริญยกย่อง ส่วนคนทำผิดควรได้รับการวิพากษ์วิจารณ์”
จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ถามออกมาอย่างไร้เดียงสาทันที “ลุงรอง แล้วผมได้ทำอะไรผิดพลาดไปบ้างไหมครับ ? ”
อันที่จริงเขาก็เตรียมใจไว้บ้างแล้ว
หลินต้ากั๋วกลอกตามองมาที่เขา และพูดว่า “นายตั้งแผงขายลอตเตอรีขึ้นมา แต่ฉันสงสัยว่าทำไมนายถึงเอาแผงขายลอตเตอรีไปไว้ในร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ของนายทั้งหมด ? ”
มีความขุ่นเคืองมากมายในน้ำเสียงของเขา
แต่ก็ไม่ได้เป็นน้ำเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ลุงรอง ลุงพูดแบบนี้ ! ”
“เนื่องจากค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายลอตเตอรีที่ทำสัญญากับผมจะอยู่ที่ 10% เท่านั้น และผมต้องแบ่งครึ่งหนึ่งให้กับเมืองชิงโจว ดังนั้นค่าธรรมเนียมที่ผมจะได้จริง ๆ มีเพียง 5% เท่านั้น”
“ลุงรอง ด้วยค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยนี้ ผมจะสร้างจุดขายได้ยังไง ? ”
“ดังนั้นผมจึงแบ่งพื้นที่ของร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์มาทำเป็นจุดขายลอตเตอรี แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดไหมครับ”
หลินต้ากั๋วพูดด้วยความโกรธ “แน่นอนว่าฉันรู้ ว่านายแบ่งพื้นที่ของร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์มาทำเป็นจุดขายลอตเตอรี แต่เรื่องนี้นายต้องบอกฉันล่วงหน้าด้วยสิ ! ”
“แต่นี่นายไม่คิดจะบอกอะไรเลย สองธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิง แต่ถูกนำมารวมกัน นายคิดว่าจุดขายลอตเตอรีจะยังมีภาพลักษณ์อยู่ไหม”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที และพูดว่า “ลุงรองทำไมรีบตัดสินผมแบบนี้ ลุงเคยเห็นประตูหน้าของร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ของผมแล้วหรือยัง ? ”
“ประตูร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์สาขาไหนบ้างที่ไม่มีป้ายบอกจุดขายลอตเตอรี”
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุกอย่างรุนแรง
ใช่แล้ว ทุกที่มีป้ายขาย “ลอตเตอรี” อยู่ที่ประตูหน้าร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ทุกแห่ง
แต่……
ป้ายขายลอตเตอรีกลับเป็นเหมือนโลโก้ให้กับร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมส์อินน์มากกว่า
นี่แสดงให้เห็นว่าเขากำลังถูกเอาเปรียบอย่างแท้จริง !
“สูด ! ”
หลินต้ากั๋วตะคอกอย่างหนักอีกครั้งและพูดว่า “ฉันยังไม่รู้จักนายดีพอเลยจริง ๆ ? ”
“นายกำลังใช้ลอตเตอรีมาช่วยดึงดูดลูกค้าให้กับร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมส์อินน์ของนาย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้แต่ยิ้มออกมา
อันที่จริงก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ไม่มีอะไรจะโต้แย้งเลย
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางยอมรับมันง่าย ๆ เป็นอันขาด
เขายิ้มและพูดว่า “ลุงรอง ทำไมลุงไม่คิดบ้างว่าร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ของผมก็ช่วยดึงดูลูกค้าให้มาซื้อลอตเตอรีเหมือนกัน”
เขายังเน้นย้ำอีกว่า “บอกผมหน่อยว่าร้านสะดวกซื้อมีลูกค้าเพิ่มขึ้นไหม หรือว่าลอตเตอรีขายได้มากขึ้นกันแน่ ? ”
เมื่อเขาพูดแบบนี้ออกมา หลินต้ากั๋วก็พูดไม่ออกทันที
ดี……
แน่นอนว่าเขามองมันออกนานแล้ว เพียงแต่ไม่อยากจะพูดมันออกมาก็เท่านั้น !
เห็นได้ชัดว่าเด็กคนนี้ได้ขุดหลุมไว้นานแล้ว และกำลังรอให้เขากระโดดลงไปในหลุมพรางนั้น
“ลืมไปเถอะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ยังไงก็ตาม นายไม่ได้ทำให้เรื่องนี้ล่าช้า ดังนั้นฉันจะไม่พูดอะไรอีกก็แล้วกัน” หลินต้ากั๋วโบกมือแล้วพูดออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋รีบหยิบบุหรี่ออกมาอย่างรวดเร็ว ยื่นมวนหนึ่งให้หลินต้ากั๋วและช่วยจุดให้เขาด้วย
หลินต้ากั๋วพ่นควันออกมา และดูเหมือนมันจะทำให้อารมณ์ของเขาเย็นลงบ้าง เขาจึงชี้ไปที่โซฟาแล้วพูดว่า “นั่งลงก่อน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋นั่งลงตามที่เขาสั่ง
หลินต้ากั๋วก็นั่งลง เขามองเจียงเสี่ยวไป๋อย่างลึกซึ้ง และพูดออกมาว่า “งั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาคุยเรื่องบริษัทการลงทุนได้แล้วสินะ ! ”
“แน่นอนครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบแผนโครงการที่จะลงทุนขึ้นมา และบอกเขาทันทีเกี่ยวกับแผนการที่จะลงทุนสร้างทางด่วน
หลังจากที่ฟังไปแล้ว หลินต้ากั๋วยังคงเงียบ
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รีบร้อนอะไรในเรื่องนี้ เขาจึงได้แต่รออย่างเงียบ ๆ
เวลาผ่านไปไม่นาน หลินต้ากั๋วก็พูดขึ้นมาอย่างช้า ๆ
“ทางด่วนที่นายพูดถึง ฉันได้ยินมาว่ามีทางหลวงแบบนี้หลายสายในประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างในต่างประเทศ และประเทศของเราก็เริ่มก่อสร้างแล้วที่หนึ่ง คือในเซี่ยงไฮ้”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะชื่นชมลุงรองของเขาในใจ
ตามที่คาดไว้ ผู้นำก็คือผู้นำ เขามีความรอบรู้ไปซะทุกเรื่อง เซี่ยงไฮ้เพิ่งเริ่มก่อสร้างทางด่วนเซี่ยงไฮ้-เจียติง ซึ่งหลินต้ากั๋วก็ทราบข่าวนี้ดี
“ในเมื่อลุงรองรู้จักทางด่วนมาบ้างแล้ว งั้นมันก็ง่ายที่ผมจะอธิบายให้ฟัง ! ”
“ตราบใดที่ทางด่วนจากชิงโจวไปยังเจียงเฉิงถูกสร้างขึ้น เศรษฐกิจของชิงโจวก็จะพัฒนาเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต และผักนอกฤดูที่ปลูกในชิงโจวรวมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก็สามารถขนส่งไปทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลินต้ากั๋วกลอกตามองมาที่เขา “แล้วนายคิดว่าการสร้างถนนเป็นเรื่องง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”
“ความยาวของทางด่วนเซี่ยงไฮ้-เจียติงนั้น ตามที่ออกแบบไว้มีระยะทางเพียง 15 กิโลเมตร และคาดว่าจะใช้เวลาหลายปีจึงจะแล้วเสร็จ นี่เพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้น”
“ซึ่งระยะทางจากชิงโจวไปถึงเจียงเฉิงไกลแค่ไหน นายน่าจะรู้ดี ? ”
“รวมหกถึงเจ็ดร้อยกิโลเมตร ! ”
“แล้วนายวางแผนที่จะใช้เวลานานแค่ไหนในการสร้างทางด่วนที่ทอดยาวหลายร้อยกิโลเมตรแบบนี้”
“คิดไว้แล้วหรือยังว่าต้องใช้ทุนไปเท่าไหร่ ? ”
มีคำถามแล้วคำถามเล่าประทุขึ้นมา โดยไม่เว้นช่องว่างให้เขาตอบด้วยซ้ำ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มเบา ๆ และพูดอย่างจริงใจ “ลุงรอง เรื่องเงินทุนที่จะเอามาดำเนินการครั้งแรก และเวลาเราได้จัดสรรเวลาไว้แล้ว ผมแค่อยากจะมาบอกถึงข้อดีของมันว่าดีสำหรับเมืองชิงโจว หรือแม้แต่ภูมิภาคกลางของประเทศจีนเราแค่ไหน หากทางด่วนดังกล่าวถูกสร้างขึ้น มันก็จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจีนตอนกลางได้อย่างมาก”
อยากรวยก็ต้องสร้างถนนก่อน
ไม่รู้ว่าสโลแกนนี้ได้มีมากี่ปีแล้ว
ขนาดการสร้างถนนลูกรัง ก็ยังได้งบประมาณคืนมา ไม่ต้องพูดถึงการสร้างทางด่วนเลย
แน่นอนว่าหลินต้ากั๋วเข้าใจความจริงของเรื่องนี้ดี จึงพูดโดยไม่ลังเลว่า “แน่นอน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เนื่องจากโครงการนี้มาจากความคิดของผม จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาในเรื่องเงินทุนสร้างทางด่วน”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็พูดต่อ “คำถามที่เหลือคือเราสามารถสร้างทางด่วนนี้ได้ไหม และต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงเรื่องจะผ่าน”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า
ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง พรางจ้องมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋อย่างดุเดือด
เจ้าเด็กตัวเหม็น ฉันเกือบหลงกลเขาแล้วจริง ๆ และเกือบจะโดนเด็กสารเลวคนนี้หลอกเข้าให้แล้ว
ต้องชื่นชมทักษะการสื่อสารของเจ้าเด็กคนนี้จริง ๆ
ไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมเขาถึงเจ้าเล่ห์ขนาดนี้ทั้งที่อายุยังน้อย
ยังไงก็ตาม เขาไม่ใช่ลูกพลับอ่อนที่ผู้อื่นจะสามารถชักจูงได้
เขาส่งเสียง “ฮืม” หนัก ๆ แล้วพูดว่า “ไม่ใช่ว่านายจะเอางบประมาณของบริษัทลงทุน 500 ล้านหยวนนี้ไปสร้างทางด่วนจนหมดหรอกใช่ไหม ”
หากเป็นแบบนี้ การจัดการของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ดูจะไร้เดียงสาเกินไปแล้ว
เขายิ้มและพูดว่า “ลุงรอง 500 ล้านหยวนอาจดูเหมือนเป็นเงินที่เยอะมาก แต่ถ้าเราต้องการสร้างทางด่วนจากชิงโจวถึงเจียงเฉิง เงินแค่นี้ไม่พอแน่นอนครับ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ในเมื่อนายก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ทำไมนายถึงยังเสนอแผนการที่ไม่สามารถลงมือทำได้จริงขึ้นมาแบบนี้ ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ใครบอกว่ามันลงมือทำจริงไม่ได้ล่ะครับ มันอยู่ที่วิธีการบริหารงานต่างหาก”
เมื่อพูดอย่างนั้น เขาก็หยิบแผนที่เตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋าของเขา มอบให้หลินต้ากั๋ว แล้วพูดว่า “ลุงรอง ลองดูแผนการนี้ก่อนสิครับ”