ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1015 ไอ้เด็กขี้ฟ้อง
ตอนที่ 1,015 ไอ้เด็กขี้ฟ้อง
หากผู้นำบอกว่าขอเก็บไปพิจารณาดูก่อน ก็แสดงว่าไม่มีโอกาส
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจความจริงนี้เป็นอย่างดี จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่าลุงรองจะยังไม่มั่นใจในโครงการนี้นะครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตีเหล็กในขณะที่ยังร้อน เขาจะไม่ยอมให้หลินต้ากั๋วปฏิเสธเรื่องนี้เป็นอันขาด
หลินต้ากั๋วจ้องไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความโกรธ และพูดกับตัวเองว่าไม่ใช่ว่าฉันไม่มั่นใจในตัวนาย ฉันแค่พยายามรักษาหน้าให้นายอยู่ต่างหาก
“การสร้างทางหลวงแห่งชาติเป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสร้างทางด่วนเลย ? ” หลินต้ากั๋วไม่ปฏิเสธโดยตรง และพูดอย่างสละสลวยว่า “เรื่องใหญ่เช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ภูมิภาคกลางของจีนจะต้องทำเพียงลำพัง มันเป็นเรื่องของทั้งประเทศ”
“เอาล่ะ รอจดหมายตอบกลับไปก็แล้วกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่า เขาไม่สามารถโน้มน้าวใจของหลินต้ากั๋วได้ แต่เขาก็ไม่สามารถรอจนกว่าโครงการนี้จะได้รับการอนุมัติเหมือนกัน เพราะมันไม่ต่างอะไรจากหินหวังฟู่ 1
เขาไม่ใช่คนที่จะรอให้โอกาสเข้ามาหาอย่างโง่เขลา
“ลุงรอง ลุงพูดถูก”
“ลุงรองลองไปอ่านดูก่อนว่าขั้นตอนในการสร้างเป็นยังไง ผมไม่รีบ”
เจียงเสี่ยวไป๋ดูเหมือนจะเชื่อฟังคำพูดของหลินต้ากั๋ว เขาพูดออกมาอย่างมีความสุข
เมื่อหลินต้ากั๋วได้ยินแบบนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดว่า “นายพูดก่อนหน้านี้ว่าทางด่วนเป็นโครงการระยะยาวในระยะเวลาอันสั้นนี้ เราจะยังไม่เห็นผลตอบแทน ”
“มีโครงการอื่นที่สั้นและรวดเร็วกว่านี้อีกไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดขึ้นมาทันที “ไม่มีครับ ตอนนี้ผมมีแต่แผนนี้เท่านั้น”
หลินต้ากั๋วขมวดคิ้ว
หากมีแค่แผนนี้เพียงแผนเดียว การรอคอยที่จะได้มาพูดคุยกันในวันนี้ ก็จะไร้ผล
เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ถ้าอย่างนั้น นายลองเสนอโครงการระยะสั้นมาก่อนก็ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวตามความเป็นจริง “ความขัดแย้งหลักยังไม่ได้แก้ เราก็ไม่ควรสร้างความขัดแย้งรองเพิ่มขึ้นมานะครับ”
“โครงการอะไรมันก็เหมือนกัน ! ”
“โครงการที่ดำเนินการโดยบริษัทการลงทุนก็เหมือนกับก้างปลา โดยส่วนหลักของโครงการคือก้างปลาชิ้นใหญ่ที่สุด และก้างปลาเล็ก ๆ ก็จะแตกแขนงออกมาจากก้างชิ้นใหญ่”
ในที่สุดหลินต้ากั๋วก็เข้าใจว่าเจียงเสี่ยวไป๋ต้องการคิดโครงการที่จะลงทุนหลักก่อน จากนั้นจึงค่อยคิดหาโครงการที่จะลงทุนตามหลัง
ตัวอย่างเช่น หากโครงการหลักคือการสร้างทางหลวง โครงการรองอาจเป็นการสำรวจเหมืองหิน การผลิตเหล็กเส้น ซีเมนต์ ยางมะตอย เป็นต้น
โครงการเหล่านี้จะต้องเข้ามาซัพพอร์ตการก่อสร้างทางด่วนที่มีความยาวกว่า 400 กิโลเมตร ด้วยวิธีนี้เงินทุนที่เอามาซื้อใช้สร้างถนน ก็จะหมุนเวียนเข้ามาเป็นกองทุนก้อนใหม่
แต่หากว่าเอาไปลงทุนในธุรกิจอื่น อาจจะหาทุนก้อนใหม่ไม่ได้ง่าย ๆ ใช่ไหม ?
แต่หากทำแบบนี้ เงินที่ได้มาก็จะนำไปลงทุนในกองทุนติดตามผล สำหรับการก่อสร้างทางด่วนชิงเจียง เพื่อให้มีเงินสำหรับการลงทุนครั้งต่อ ๆ ไป
แม้ว่าจะมีการสร้างทางด่วนสายที่ 2, 3 ขึ้นมาอีก แต่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบปิดนี้ ก็ไม่ทำให้เดือดร้อนเรื่องเงินทุนอีกต่อไป
หลินต้ากั๋วมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋อย่างลึกซึ้ง และไม่เข้าใจว่าเจ้าเด็กคนนี้ คิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง !
พูดตามตรง เขารู้สึกว่าถูกล่อลวงเล็กน้อย
เพราะเมื่อโครงการทางด่วนชิงเจียงได้รับการอนุมัติ ก็จะสามารถสร้างโครงการย่อยที่มีความเกี่ยวข้องกันได้อีกหลายโครงการในอนาคต
แน่นอนว่าต้องมีอนาคตที่สดใสรออยู่
แต่เขาก็ยังคงระงับความหวั่นไหวในใจลงไป
“นายไม่คิดจะทำโครงการที่สั้นและรวดเร็วหน่อยเหรอ ? ”
หลินต้ากั๋วหายใจเข้าลึก ๆ แล้วถามออกมา
ในเวลาเดียวกัน เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสีหน้าคาดหวัง
เขาไม่เชื่อว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่สามารถคิดโครงการระยะสั้นที่ทำเงินได้รวดเร็วขึ้นมาได้
“สามารถ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ทำให้เขาผิดหวัง และพูดอย่างมั่นใจ
หลินต้ากั๋วดีใจมาก ดูเหมือนเขาจะจำอะไรบางอย่างได้และพูดด้วยความตื่นเต้น “ดูเหมือนนายจะคิดเรื่องนี้มานานแล้ว บอกฉันหน่อยสิว่ามันคือโครงการอะไร”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงรอง ผมยังไม่ได้คิดโครงการอื่น เพียงแต่มั่นใจว่าตัวเองจะคิดออกเท่านั้น ”
หลินต้ากั๋วมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความสับสน สงสัยว่าเขาควรจะเชื่อสิ่งที่อีกฝ่ายบอกมาหรือไม่
เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพูดว่า “เอาล่ะ คิดให้เร็ว หากว่าคิดออกแล้ว ค่อยกลับไปที่ชิงโจว”
“เพราะว่านายเป็นผู้จัดการของบริษัทการลงทุน”
“ซึ่งไม่สามารถละเลยความรับผิดชอบหลักนี้ได้ ! ”
หลินต้ากั๋วรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋รักครอบครัวของเขามาก ไม่ต้องพูดถึงว่าลูกแฝดของเขาเพิ่งคลอดออกมาเลย เขาไม่มีทางอยู่ที่เจียงเฉิงได้นานหรอก
ใช่ สิ่งที่เขาทำไปก็คือการบังคับเจียงเสี่ยวไป๋ เขาเชื่อว่าด้วยวิธีนี้ จะทำให้เจียงเสี่ยวไป๋คิดโครงการออกมาได้เร็วที่สุด
หลังจากที่หลินต้ากั๋วพูดจบ รอยยิ้มก็ปรากฏบนริมฝีปากของเขา เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมตัวเอง จิ้งจอกหนุ่มจะสู้จิ้งจอกเฒ่าได้ยังไง
ยังไงก็ตาม คำพูดต่อมาของเจียงเสี่ยวไป๋ เกือบจะทำให้เขาเซ
“ลุงรอง ผมคงยังไม่กลับไปที่ชิงโจวหรอกครับ เพราะผมมีธุระต้องไปทำที่เทียนจิงต่อ”
“เทศกาลตรุษจีนก็ผ่านมานานแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ไปพบคุณปู่เลย ! ”
“เนื่องจากผมมาที่เจียงเฉิงแล้ว ผมจึงอยากไปที่เทียนจิงต่อ ซึ่งผมคิดว่าจะเอาเรื่องโครงการสร้างทางด่วนนี้ไปบอกคุณปู่และพี่เจียเหลียงด้วย ”
“คุณปู่เป็นถึงทหารกองทัพแดงของกรรมกรและของชาวนาเก่า ผมควรจะรับฟังความคิดเห็นของเขา”
“พี่เจียเหลียงก็เป็นผู้ถือหุ้นด้วย คงจะดีถ้าได้ปรึกษากับเขา”
หลินต้ากั๋วมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความโกรธ หูอื้ออึงจนไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด
มุมปากของเขากระตุกอย่างรุนแรง ไอ้เด็กสารเลว นายแค่อยากใช้ชายชรามาปราบปรามฉันใช่ไหม ส่วนหลินเจียเหลียง นายก็กำลังเอาเขามากดดันฉันอีกคนใช่ไหม ?
นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย !
หลังจากนั้นเขาก็พูดว่า “ปกติแล้ว นายก็ค่อนข้างเป็นคนคล่องแคล่ว ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นเหมือนชานชานไปแล้วล่ะ ที่ขี้ฟ้อง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบออกมาอย่างไม่มั่นใจทันที “ลุงรองอย่ามองชานชานเป็นเด็กแบบนั้นสิครับ เธอไม่ได้เป็นเด็กขี้ฟ้องซะหน่อย ! ”
“ฮ่าฮ่า…” หลินต้ากั๋วยิ้ม “นายกำลังจะบอกว่านายไม่เก่งเท่าชานชานเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ปฏิเสธ “ลุงรอง ผมหมายความว่า ชานชานก็ไม่ใช่คนขี้ฟ้อง ผมจะขี้ฟ้องได้ยังไง”
“ ผมแค่จะเอาเรื่องนี้ไปรายงานคุณปู่และปรึกษากับพี่เจียเหลียง จะเรียกว่าเป็นการฟ้องได้ยังไง”
หลินต้ากั๋วกลอกตามองมาที่เขา เด็กคนนี้เจ้าเล่ห์มาก ๆ ที่มาเล่นลิ้นแบบนี้กับเขา ?
สายตาของเจียงเสี่ยวไป๋ดูจะไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ราวกับว่าเขากำลังทำสิ่งที่ไม่ผิดอะไร !
“ลืมมันไปซะ ! ” หลินต้ากั๋วยอมแพ้อย่างรวดเร็ว “นายไม่จำเป็นต้องไปที่เทียนจิงหรอก คืนพรุ่งนี้มาทานอาหารเย็นที่บ้านของฉัน แล้วค่อยกลับไปที่ชิงโจวเพื่อรอฟังข่าวจากฉัน”
ถ้าเขาปล่อยให้ไอ้เด็กสารเลวคนนี้ไปที่เทียนจิงจริง ๆ และพูดเรื่องไร้สาระนี้ให้กับชายชราฟัง ไม่รู้ว่าชายชราจะจัดการกับเขายังไง เมื่อเขาไปเทียนจิงในครั้งหน้า
หากไม่อยากให้เรื่องนี้ไปถึงหูชายชรา เขาต้องชิงลงมือก่อน !
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ครับ ยังไงคืนนี้ผมก็ไม่ได้ไปอยู่แล้ว ผมมีนัดกับผู้อำนวยการเซียง รองผู้อำนวยการเหอ และรองผู้อำนวยการหยาง ไปทานอาหารเย็นด้วยกัน ”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า เขารู้ว่าเซียงกวงฮุย ,เหอเจียหลง และหยางจือฮาน ได้ฝากเงินใส่ซองไปร่วมงานเลี้ยงฉลองในคืนพระจันทร์เต็มดวงของลูกทั้งสองของเจียงเสี่ยวไป๋ และตอนนี้เจียงเสี่ยวไป๋ก็มาที่เจียงเฉิงแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะเลี้ยงตอบแทนทั้งสามคน เขาจึงไม่ได้ว่าอะไร
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็นผมจะไปที่บ้านของลุงรองนะครับ ส่วนวันมะรืน ผมก็จะเดินทางกลับชิงโจว ! ”
หลินต้ากั๋วสาปแช่งในใจอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งบอกว่าจะไปที่เทียนจิงไม่ใช่เหรอ ?
พอตอนนี้ไม่ไปแล้วเหรอ ?
ใช่สิ ฉันบอกเขาให้กลับไปที่ชิงโจวเองนี่น่า
“เอาล่ะ งั้นก็ไปเตียมตัวทานอาหารเย็นนี้เถอะ แล้วพรุ่งนี้อย่าลืมไปที่บ้านของฉันก็แล้วกัน ! ”
หลังจากที่หลินต้ากั๋วพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นและออกจากห้องทำงานไป
เจียงเสี่ยวไป๋เฝ้าดูแผ่นหลังของเขาที่ลับตาไป ไม่นานก็เดินออกจากประตูไปที่สำนักงานทั่วไป
เพราะที่นั่นมีพนักงาน 5 คนของเขาอยู่
1 หินหวังฟู่ เป็นหินที่มีรูปร่างคล้ายกับร่างหญิงสาวอุ้มเด็ก ในตำนานว่ากันว่า เป็นหินที่เกิดขึ้นมาจาก การที่ภรรยาอุ้มลูกชายมารอสามีที่ข้างชายหาด จนกลายเป็นหิน