ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1126 เจ้าหญิงก็มีอารมณ์เช่นกัน
ตอนที่ 1126 เจ้าหญิงก็มีอารมณ์เช่นกัน
ต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งปีในการสร้างและตกแต่งอาคารซิงโจว
ดังนั้นจึงยังไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมเท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หลังจากเทศกาลตรุษจีนปีนี้ แผนกขายจะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม”
หวังเฉียนและขงหรงต่างก็พยักหน้า บ่งบอกว่าพวกเขารู้ เมื่อถึงเวลา พวกเขาก็จะต้องพาผู้ปกครองนักเรียนมาเยี่ยมชมโครงการบ้านตัวอย่าง
“กริ้งง…”
พวกเขากำลังคุยกัน แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงกริ่งดังขึ้นเพื่อเลิกเรียน
ไม่นานนักก็เห็นครูและนักเรียนเริ่มทยอยออกมาจากอาคารเรียน
หวังเฉียนกล่าวว่า “เลิกเรียนแล้ว”
ขงหรงก็กล่าวว่า “นี่เป็นคาบสุดท้ายของภาคเรียนนี้ หลังเลิกเรียนก็จะเป็นวันหยุดฤดูหนาว”
สำหรับการสอบปลายภาคนั้นไม่มีอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาซิวซัว
ใบรับรองผลการเรียนไม่สามารถพิสูจน์ประสิทธิภาพของนักเรียนได้ ปรัชญาในการบริหารของโรงเรียนซิวซัวนั้นเน้นไปที่การปฏิบัติ ซึ่งก็คือการทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะความสามารถ เข้าใจศีลธรรม มีสติปัญญา มีร่างกายที่แข็งแรง และเน้นการปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบรับรองผลการเรียนมาพิสูจน์ความเป็นเลิศ หรือล้าหลังเหมือนโรงเรียนอื่น ๆ
คุณไม่เห็นหรือว่าเด็กหลายคนมีปีที่ไม่ดี เพียงเพราะผลการเรียนของพวกเขาตกต่ำจากการสอบปลายภาคของปิดเทอมฤดูหนาว ?
ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงตัดสินใจทำการสอบเฉพาะตอนที่เลื่อนระดับชั้น เพราะต้องเอาผลการเรียนไปวัดความเข้าใจก่อนจะปิดเทอมฤดูร้อนเท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋พูดกับหวังเฉียนและขงหรง “ภาคเรียนนี้จบลงแล้ว และนักเรียนก็อยู่ในช่วงปิดเทอม คุณสองคนต้องทำงานหนักอีกสองสามวันเพื่อสรุปผลการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ในภาคเรียนนี้”
หวังเฉียนกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียงไม่ต้องกังวล ครูขงและฉันได้เตือนไปยังครูทุกคนแล้ว และเราจะทำการสรุปผลการเรียนของเด็ก ๆ โดยเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้”
ขงหรงกล่าวเสริม “ไม่เพียงเท่านั้น เรายังจัดให้มีการเยี่ยมบ้านของเด็ก ๆ ทุกคนช่วงปิดเทอมนี้ด้วย เพื่อจะได้คุยกับผู้ปกครองทุกคน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า เขาค่อนข้างพอใจกับมาตรการนี้ และพูดว่า “ขอบคุณที่พวกคุณยอมทำงานหนัก หลังจากทำงานมาหลายวัน ผมจะให้ครูทุกคนไปชมคอนเสิร์ตที่เจียงเฉิง”
“ขอบคุณมากผู้ช่วยเจียง ! ”
“ขอบคุณมากผู้ช่วยเจียง ! ”
หวังเฉียนและขงหรงต่างก็ดีใจมากและรีบขอบคุณเขาทันที
พนักงานคนอื่น ๆ ของเจียงเจียกรุ๊ปไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ แม้ว่าบริษัทจะแจกตั๋วคอนเสิร์ต แต่พวกเขาก็ต้องเอาตั๋วนั้นให้กับญาติและเพื่อนที่สามารถไปได้เท่านั้น เพราะพวกเขาต่างก็ยุ่งอยู่กับการทำงานล่วงเวลา
มีเพียงครูเท่านั้นที่หยุดในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว และมีเวลาไปชมคอนเสิร์ตที่เจียงเฉิง
เจียงเสี่ยวไป๋เมินทั้งสองคนเพราะเขาเห็นเจียงชานเดินมาแล้ว
“งั้นก็แค่นี้ก่อนนะครับ ผมมารับลูกสาว เธอคงอยากกลับบ้านแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายเจียงชานด้วยรอยยิ้ม
“พ่อคะ มารับหนูเหรอ ! ”
เมื่อทั้งสองเข้าใกล้กันมากขึ้น เจียงชานก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา และพูดอย่างมีความสุข
ด้านหลังของเธอ หวังกังก็วิ่งเข้ามาและตะโกนเสียงดัง “สวัสดีครับลุงเจียง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเสียงดัง “ก็เพราะเป็นวันสุดท้ายของภาคเรียนแล้ว แน่นอนว่าพ่อต้องมารับพวกเธออยู่แล้ว”
ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น เขาก็จับมือของเด็กทั้งสองแล้วพาขึ้นไปบนรถ
“สวัสดีค่ะครูหวัง ! ”
“สวัสดีค่ะครูขง ! ”
“……”
เจียงชานและหวังกังมาถึงรถและเห็นหวังเฉียนและขงหรงอยู่ที่นั่น พวกเขาจึงกล่าวสวัสดีอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีเจียงชาน ! ”
หวังเฉียนและขงหรงตอบด้วยรอยยิ้ม นี่คือทัศนคติของครูที่พบปะกับนักเรียนของเขา และเห็นได้ชัดว่าพวกเขาปฏิบัติกับเธอดั่งเจ้าหญิง
จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีความแตกต่างมากนัก
แค่การปฏิบัติของครูสมัยนี้กับสมัยก่อน ต่างกันไปแค่เล็กน้อย
หลายคนไม่เข้าใจว่าตรรกะการดำเนินงานของสังคมมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ความป่าเถื่อนและอารยธรรม ความรุนแรง และความอ่อนโยน ล้วนเป็นแบบเดียวกัน
เจียงเสี่ยวไป๋พาเจียงชานและหวังกังกลับไปที่เจียงเจียกรุ๊ปก่อน
หวังกังไปที่ห้องทำงานของหวังผิงเพื่อไปหาพ่อของเขา ส่วนเจียงชานก็ไปที่ห้องทำงานของหลินเจียอินเพื่อไปหาแม่ของเธอ จากนั้นจึงกลับบ้านด้วยกัน
“คุณปู่ คุณย่า หนูกลับมาแล้วค่ะ ! ”
เป็นเวลาครึ่งเดือนแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาบ้านที่เจียงวาน ดังนั้นเจียงชานจึงเริ่มตะโกนทันทีที่เธอเดินเข้ามาในบ้าน
เจียงไห่หยางกำลังคุยกับคังไป่ซิงอยู่ เมื่อเขาได้ยินเสียงหลานสาวคนโต เขาก็รีบเดินออกมาจากบ้านทันทีและพูดด้วยรอยยิ้ม “ชานชาน ปิดเทอมฤดูหนาวแล้วสินะ ! ”
เจียงชานพยักหน้า “ใช่ค่ะ ! ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ดีใจที่หลานได้ปิดเทอมสักที ข้อสอบเป็นยังไงบ้าง ? ผลสอบออกมาแล้วหรือยัง ? ”
เจียงชานถามด้วยความประหลาดใจ “ข้อสอบอะไรเหรอคะ ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ผลการสอบปลายภาคของหนูเป็นยังไง ! ”
เจียงชานหัวเราะออกมาทันที “คุณปู่ โรงเรียนของเราไม่มีการสอบปลายภาคก่อนปิดเทอมฤดูหนาวค่ะ”
อา ?
เจียงไห่หยางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองเจียงเสี่ยวไป๋ และอดไม่ได้ที่จะถามว่า “โรงเรียนที่แกดูแลอยู่ ไม่มีการสอบปลายภาคงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า”
เจียงไห่หยางพูดด้วยความโกรธ “ช่างเป็นโรงเรียนที่โทรมจริง ๆ ไม่มีการสอบปลายภาคด้วยซ้ำ แกรู้วิธีบริหารโรงเรียนหรือเปล่า หะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ “…”
ในเวลานี้ หวังซิ่วจวี๋ก็ออกมาจากห้อง หลังจากได้ยินคำพูดของเจียงไห่หยาง เธอก็พูดว่า “เสี่ยวไป๋ โรงเรียนไม่มีการสอบปลายภาคได้ยังไง”
“เด็ก ๆ เรียนมา 1 ภาคเรียนแล้ว ไม่สอบก่อนปิดเทอม แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรียนเข้าใจแค่ไหน”
ในอดีต เจียงเสี่ยวซิง, เจียงเสี่ยวเหลย และเจียงเสี่ยวหยูจะมีการสอบปลายภาคทุก ๆ ภาคเรียน ทั้งปิดเทอมฤดูหนาวและปิดเทอมฤดูร้อน ตอนนี้เป็นหลานสาวคนโตที่ต้องไปโรงเรียน แต่ไม่มีการสอบปลายภาค ผู้เฒ่าทั้งสองจึงไม่คุ้นเคยกับมัน
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สามารถอธิบายคำถามนี้ได้ในขณะนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไรเลย
เจียงชานเองก็ไม่สนใจแล้วพูดว่า “ปู่ ย่า หนูจะไปหาน้องชายและน้องสาวก่อนนะคะ ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็วิ่งหนีไปทันที โดยไม่ได้คุยกับเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋เกี่ยวกับการสอบและผลสอบด้วยซ้ำ
“ผมก็จะไปดูอันอันและห่าวห่าวด้วย ! ”
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของลูกสาวของเขา เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยกย่องลูกสาวของเขาที่ฉลาด และรีบเดินออกไปหลังจากพูดสองสามคำ
หลังจากเข้าไปในห้องโถงด้านข้าง เจียงชานก็ได้ไปหาเจียงห่าวที่หวังเสี่ยวฮัวกำลังอุ้มอยู่ ในขณะที่ล้อเล่นกับเจ้าตัวน้อย เธอก็พูดว่า “เอาล่ะ น้องห่าวห่าว เรียกฉันว่าพี่สาว ! ”
“ป่าป๊ะ…”
“หม่าม๊ะ……”
แต่เจียงห่าวยิ้มและเรียก “ป่าป๊ะ” และ “หม่าม๊ะ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เธอกลับไม่เรียกพี่สาว
เจียงชานรู้สึกท้อแท้เล็กน้อย เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามา เธอจึงถามว่า “พ่อ ทำไมเธอไม่เรียกหนูว่าพี่สาวล่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเสียงดัง “นั่นเป็นเพราะลูกไม่ค่อยอยู่บ้าน เธอจึงไม่คุ้นเคยกับลูก”
เจียงชานทำหน้ามุ่ย “ไม่ คงเป็นเพราะพ่อไม่ได้สอนให้เธอเรียกพี่สาวของเธอ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจ แท้จริงแล้ว เขามักจะสอนลูกสาวตัวน้อยให้เรียกป่าป๊ะ แต่เขาไม่เคยสอนให้เธอเรียกพี่สาวสักครั้ง
เจียงชานตะคอกและพูดกับเจียงห่าว “เอาล่ะ มันไม่สำคัญ ต่อให้พ่อและแม่จะไม่สอนให้เธอเรียกฉันว่าพี่สาว แต่ฉันจะสอนเธอเอง เธอต้องหัดเรียนรู้ให้เร็ว ! ”
“เอาล่ะ ถ้าเธอฉลาดเหมือนฉัน เธอจะสามารถเรียนรู้ได้ทันที ! ”
“พี่สาว…พี่สาว…พี่สาว…”
เจียงชานพูดซ้ำไปซ้ำมา โดยสอนให้เจียงห่าวเรียกเธอว่าพี่สาว
หวังเสี่ยวฮัวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดว่า “ชานชาน ไม่ต้องกังวล น้องยังเด็กอยู่ เธอจะค่อยเรียนรู้ช้า ๆ เมื่อพบปะผู้คนมากขึ้น”
ถ้าเธอไม่พูด ก็คงไม่เป็นไร เจียงชานหันมาจ้องมองเธอทันทีแล้วพูดว่า “ป้าหวัง ปกติแล้วป้าไม่สอนเธอให้เรียกพี่สาวของเธอใช่ไหม ? ”
หวังเสี่ยวฮัวกระวนกระวายใจรีบพูดว่า “ฉันคอยสอนแต่คำสั้น ๆ ให้เธอเท่านั้น”
เจียงชานไม่เชื่อเธอและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นป้าก็ต้องเริ่มสอนเธอตั้งแต่วันนี้ เพราะถ้าหากว่าน้องสาวของหนูยังเรียกพี่สาวไม่ได้ก่อนตรุษจีน ปีหน้าป้าก็คงไม่ได้มาเลี้ยงเธออีก”
อา ?
หวังเสี่ยวฮัวตกใจและรีบพูดอออกมาอย่างรวดเร็ว “ป้าจะสอนเธอเรียกพี่สาวให้ได้ก่อนตรุษจีนค่ะ ! ”
เธอไม่กล้ารุกรานเจ้าหญิง
ไม่อย่างนั้นเธออาจจะเสียงานนี้ไป