ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1143 เพราะชื่อของฉันคือเจียงเสี่ยวไป๋
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1143 เพราะชื่อของฉันคือเจียงเสี่ยวไป๋
ตอนที่ 1143 เพราะชื่อของฉันคือเจียงเสี่ยวไป๋
หลังจากทานอาหารเสร็จก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว
ทุกคนต่างก็ดื่มอย่างสนุกสนานและทานอาหารไปด้วย แต่ละคนยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับ พวกเขาต่างจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
และแน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดถึงมากที่สุดก็คือเหล้าและเครื่องดื่มในคืนนี้
“มีเครื่องดื่มออกมามากมาย ฉันจะต้องดื่มให้ครบทุกตัว”
“เพราะมันไม่เพียงแต่มีเครื่องดื่มให้เลือกดื่มเท่านั้น แต่ฉันรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตของฉันดีขึ้นไปอีกระดับ”
“หากพูดถึงเรื่องเครื่องดื่ม ตอนนี้น้ำอัดลมโคล่า สินค้าจากต่างประเทศที่นำเข้ามาขายในบ้านเรากำลังขายดี ฉันไม่รู้ว่าหลังจากที่เราเปิดตัวเครื่องดื่มมากมายเหล่านี้ออกมา น้ำอัดลมพวกนั้นยังจะขายได้อีกไหม ? ”
“ตอนนี้ประเทศของเรากำลังผลิตสินค้าที่พวกเขายังไม่มี แล้วแบบนี้พวกเขาจะแข่งขันกับเราได้อย่างไร”
“งั้นตลาดเครื่องดื่มในอนาคตจะต้องเป็นของเจียงเจียกรุ๊ปอย่างแน่นอน”
“……”
ผู้หญิงส่วนใหญ่พูดคุยเกี่ยวกับเครื่องดื่ม ในขณะที่ผู้ชายพูดคุยเกี่ยวกับเหล้าแต่ละรสชาติ
“จากนี้ไป ฉันจะดื่มเหล้าเทียนเซี่ยไป๋ รสชาตินี้ถูกปากฉันมาก”
“ฉันคิดว่าเหล้าฮวาเออร์ซีมีรสชาติดีกว่า”
“แต่ฉันว่าเหล้ากั๋วชุ่ยจิงหัวคือที่สุดแล้ว”
“ฉันไม่เป็นมืออาชีพเท่าพวกคุณ เพราะฉันดื่มเหล้าไปหลายแก้วสลับกัน เลยไม่รู้ว่ารสไหนเป็นรสไหน ฮ่าฮ่าฮ่า…”
“……”
เฉินอันผิงและเย่กวงโต้วก็ได้แยกตัวออกไปข้างนอกเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปลุกตัวเองให้สร่างเมา
“ตามที่คาดไว้เลย นี่ถือเป็นงานฉลองที่สนุกมาก ! ”
เฉินอันผิงพ่นควันบุหรี่ออกมาแล้วถอนหายใจ
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “เป็นแบบนี้ตลอดแหละ ผมมาที่นี่เพื่อทานอาหารเย็น คิดว่าจะผ่อนคลายสักหน่อย แต่ไม่คิดว่าผู้ช่วยเจียงจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่มามากมายขนาดนี้”
เฉินอันผิงยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “คิดว่าหลังปีใหม่นี้ก็คงเริ่มทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงตรุษจีนแล้ว จะเอาออกมาขายในช่วงตรุษจีนปีนี้คงไม่ทันแน่ ! ”
เย่กวงโต้วพูดว่า “รองประธานอัน สถานการณ์ของคุณยังไม่เครียดเท่าของผม ผมสิ มีคนในแผนกแค่ไม่กี่คน”
เฉินอันผิงกล่าวว่า “คงถึงเวลาแล้วที่แผนกของคุณต้องรับสมัครคนเพิ่ม”
“……”
ทั้งสองพูดคุยกันและสูบบุหรี่ไปหลายมวนโดยไม่รู้ตัว จนทิ้งก้นบุหรี่เต็มพื้น
“บ่นไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร เราต้องรู้จักเปิดมุมมองกว้าง ๆ ”
ทันใดนั้น เสียงของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ดังมาจากด้านหลัง
เฉินอันผิงและเย่กวงโต้วต่างก็หันกลับมา
“ผู้ช่วยเจียง ทำไมคุณถึงออกมาล่ะ ? ” เฉินอันผิงถามอย่างรวดเร็ว
เย่กวงโต้วหดคอลงและไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ฉันดื่มไปเยอะแล้ว จึงอยากออกมาสูดอากาศบ้าง ไม่คิดว่าจะมาได้ยินพวกคุณสองคนบ่นกันอยู่ที่นี่”
เฉินอันผิงกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าฉันบ่น ฉันแค่รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถตามคุณได้ทัน จึงออกมาพูดคุยปรึกษากับเสี่ยวเย่และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เฉินอันผิงคนนี้สมกับเป็นพนักงานขายจริง ๆ ประโยคง่าย ๆ ที่เขาพูดออกมาไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขความลำบากใจได้เท่านั้น แต่ยังแสดงถึงทัศนคติของเขาได้อีกด้วย
“ใช่ เราแค่ให้กำลังใจกันครับ ! ” เย่กวงโต้วที่ไม่รู้จะแก้ปัญหาออกมาอย่างไรก็ได้แต่เห็นด้วยทันที
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ฉันก็ล้อเล่นกับคุณเหมือนกัน ไม่ต้องใส่ใจ”
เฉินอันผิงเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันเห็นว่าคุณค่อนข้างยุ่งมากในช่วงนี้ คุณคิดผลิตภัณฑ์ใหม่มากมายพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? แม้แต่ฉันซึ่งเป็นผู้ดูแลฝ่ายขายก็ไม่ได้ยินข่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เวลาเราจะทำสิ่งต่าง ๆ ก็แค่ลงมือทำไป ไม่จำเป็นต้องไปบอกให้ใครรู้ หลังจากที่ทำเสร็จแล้วเท่านั้นถึงจะพูดมันออกมาได้ มันจะทำให้เราดูน่าเชื่อถือมากขึ้น”
เฉินอันผิงพยักหน้าและยอมรับคำสอนนี้
เขาคิดเกี่ยวกับมันแล้วพูดว่า “ตอนที่คุณไปบรรยายในคณะบริหารธุรกิจ คุณบอกว่าหากบริษัทต้องการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ บริษัทต้องทำการวิจัยตลาดก่อน จากนั้นจึงวางแผนและวิเคราะห์ไม่ใช่เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถูกต้อง”
เฉินอันผิงกล่าวว่า “แต่คุณเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากมายในคราวเดียวโดยที่ไม่ได้ทำการวิจัยตลาดอะไรเลย”
ถ้าจะวิจัยตลาดก็ต้องสำรวจตัวอย่างเยอะ ๆ งานนี้ฝ่ายขายจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ แต่ที่ผ่านมาเขายังไม่ได้รับหน้าที่พวกนี้เลย มันจึงทำให้เขาสับสนขึ้นมา
“หรือว่ามีคนอื่นที่คุณใช้ให้ไปทำการวิจัยตลาดแล้ว ? ” เฉินอันผิงถาม
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ฉันยังไม่ได้ทำการวิจัยตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้ เพราะฉันพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาโดยตรงเลย”
ฮะ ?
เฉินอันผิงและเย่กวงโต้วต่างก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
การดำเนินงานของเจียงเสี่ยวไป๋แตกต่างไปจากที่เขาสอนในคอร์สอย่างสิ้นเชิง
หากทำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาแค่สองรายการก็คงจะไม่น่าฉงนอะไร
พวกเขาทั้งหมดเชื่อในวิสัยทัศน์และการตัดสินของเจียงเสี่ยวไป๋อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ใหม่หลายร้อยรายการเหล่านี้ล้วนได้รับการพัฒนาและผลิตออกมาโดยตรงทั้งที่ไม่มีการวิจัยตลาด จึงอาจทำให้มีความเสี่ยงสูงเกินไป !
ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าวิธีการที่เจียงเสี่ยวไป๋สอนในคอร์สเรียนนั้นถูกต้องจริง ๆ หรือไม่ ?
หรือว่าเขาแค่อยากทำอะไรตามที่ตัวเองต้องการ ?
ทั้งสองมองตรงไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ ซึ่งดูเหมือนกำลังจะขอคำตอบจากเขา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ทำไมพวกคุณถึงมองฉันแบบนั้นล่ะ ? มีดอกไม้อยู่บนใบหน้าของฉันหรือ ? ”
เฉินอันผิงกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณเพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากมายโดยไม่ต้องผ่านการวิจัยตลาด ซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎีที่คุณสอนในคอร์สเรียนมาก”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ดังนั้นทฤษฎีที่คุณสอนในคอร์สเรียนใช้ได้จริงหรือ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมาและพูดว่า “ทฤษฎีที่สอนในคอร์สเรียนเป็นวิธีการพื้นฐานที่ต้องนำไปปฏิบัติใช้อย่างเคร่งครัดในปฏิบัติการปกติ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เปลี่ยนเรื่องและพูดว่า “ทฤษฎีเหล่านั้นเหมาะสำหรับทุกคน แต่ไม่ใช่ฉัน ! ”
“ทำไมล่ะ ? ” เฉินอันผิงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
นี่เป็นคำถามที่ดีจริง ๆ เพราะทำให้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าเขาควรตอบอย่างไร
เพราะสินค้าใหม่ที่เขาเปิดตัวออกมาไม่ว่าจะเป็นเหล้าขาว เหล้าแดง เหล้าผลไม้หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ ล้วนเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จและได้กำไรสูง ที่ได้รับการทดสอบในตลาดยุคสมัยต่อมา
เมื่อผ่านการทดสอบในตลาดแล้ว ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยตลาดอีกหรือ ?
แต่เขาไม่สามารถพูดมันออกมาได้ว่าเขากลับมาเกิดใหม่ และรู้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน
เขาทำได้เพียงหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “เพราะฉันคือเจียงเสี่ยวไป๋ ! ”
เฉินอันผิงและเย่กวงโต้วได้แต่มองหน้ากัน
คำตอบนี้ทั้งทำให้พวกเขาพอใจและไม่พอใจในเวลาเดียวกัน
ความพอใจนั้นก็มาจากความเชื่อมั่นในตัวเจียวเสี่ยวไป๋
ผลิตภัณฑ์และโมเดลธุรกิจเกือบทั้งหมดของเจียงเจียกรุ๊ปได้รับการพัฒนาโดยเจียงเสี่ยวไป๋ และประสบความสำเร็จอย่างมาก
แต่ที่ไม่พอใจก็คือคำตอบของเขานั้นมันไม่ตรงใจ
พวกเขาไม่ได้เรียนรู้อะไรจากคำตอบนั้นเลย
“ไม่ต้องคิดมาก แค่ใช้เวลาช่วงปีใหม่อย่างสบายใจ จากนั้นก็ค่อยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลังปีใหม่”
“ไม่ต้องรีบหรอก ยังมีเวลาอีกมาก”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
เฉินอันผิงพูดด้วยความประหลาดใจ “คุณหมายความว่าคุณจะยังไม่เปิดตัวจนถึงหลังปีใหม่งั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แล้วถ้าไม่เอาแบบนี้ คุณจะทำอย่างไร ? ”
เฉินอันผิงกล่าวว่า “ฉันคิดว่าที่คุณนำผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านั้นออกมาในคืนนี้ ก็เพื่อให้เราเตรียมพร้อมสำหรับเปิดตัวในช่วงตรุษจีนนี้เสียอีก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้นเสียหน่อย พวกคุณคิดเองเออเอง”
เฉินอันผิงอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากของเขา โดยคิดว่าถ้าเขายังติดตามเจียงเสี่ยวไป๋อยู่ เขาก็ต้องคิดให้มาก ถึงจะสามารถตามทันจังหวะได้
เย่กวงโต้วยิ่งคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ คิดว่าถ้าหากเขาไม่เร่งรีบ ทำไมเขาถึงเอามันออกมาล่ะ ?
เห็นทีปีนี้คงจะอยู่อย่างสงบสุขไม่ได้แล้ว ?
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าทั้งสองคนกำลังพึมพำอะไรอยู่ในใจ ดังนั้นเขาจึงถามอย่างสบาย ๆ ว่า “แล้วพวกคุณมีแผนสำหรับปีใหม่นี้อย่างไร ? ”