ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1144 อยากให้ลูกเขยแต่งเข้าบ้าน
ตอนที่ 1144 อยากให้ลูกเขยแต่งเข้าบ้าน
เฉินหยวนเฉา, เมิ่งเสี่ยวเป่ย และคนอื่นพักอยู่ที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋เป็นเวลาหนึ่งคืน และกลับไปพร้อมกันในเช้าวันรุ่งขึ้น
วันนี้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ไปออฟฟิศ
ช่วงปีใหม่ต่อให้ไม่อยู่บ้าน ก็ยังต้องออกไปซื้อสินค้าปีใหม่ที่จำเป็น
เมื่อคนอื่นเฉลิมฉลองปีใหม่ ส่วนใหญ่จะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้คนในครอบครัว รวมถึงของว่าง บะหมี่ ลูกกวาด และคุ้กกี้ไว้มาแทนคำอวยพรปีใหม่
แต่สิ่งเหล่านี้ดูจะไม่มีประโยชน์สำหรับครอบครัวของเขาเลย
ทุกคนในครอบครัวมีเสื้อผ้ามากมาย และเกือบทั้งหมดเป็นแบรนด์นำเข้าที่ซื้อมาจากเจียงเฉิง
ในส่วนของของว่างนั้น ที่พูดมาเกือบทั้งหมดมีจำหน่ายในร้านโยวผิ่น
สำหรับการอวยพรปีใหม่ เจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่ให้บะหมี่ ลูกกวาด แพนเค้ก คุกกี้ ฯลฯ แต่เขาจะให้แค่บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และแพ็คเกจของขวัญครอบครัวสุขสันต์จากร้านโยวผิ่น ซึ่งเขาต้องการส่งแพ็คเกจของขวัญไปให้กับญาติที่เขาอยากจะกล่าวคำอวยพรปีใหม่ หลังจากคำนวณเสร็จสิ้น เขาจึงสั่งให้จางเสี่ยวชุ่นไปเอาของขวัญและนำไปส่งที่บ้านของญาติ ๆ ให้เลย
ส่วนของอื่น ๆ ที่จำเป็นในวันปีใหม่ เขาจะออกไปซื้อด้วยตัวเอง โดยส่วนใหญ่จะเป็นของที่เขาจะนำไปเทียนจิง
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาไปเฉลิมฉลองปีใหม่ที่เทียนจิง ไม่เพียงของที่ต้องเตรียมไปให้คนในตระกูลหลินแต่ละครอบครัวเท่านั้น แต่เขายังเตรียมไปให้เหล่าโฮ่วด้วย
ดังนั้นสิ่งที่เขาเตรียมไปก็ไม่ต้องไปซื้อที่อื่น เพราะส่วนมากเป็นสินค้าของโรงงานอาหารกระป๋องและแปรรูป เช่น เนื้อแดดเดียว เห็ดอบแห้ง และกะหล่ำปลีดอง ของพวกนี้คือสิ่งที่เขาเลือก
นอกจากนี้เขายังหาซื้อเนื้อสัตว์ป่าที่คนนำมาขายอีกด้วย
เขายุ่งเกือบทั้งวัน จนในที่สุดก็เตรียมของทั้งหมดเสร็จสิ้น
เมื่อเขากลับถึงบ้าน เจียงไห่เทียน, เจียงไห่โป,เจียงเสี่ยวจี๋ และเจียงเสี่ยวโจวต่างก็กำลังช่วยกันรมควันเนื้อหมูอยู่
ปีนี้พวกเขาเชือดหมูปีใหม่แค่สี่ตัว น้อยลงจากปีที่แล้วไปสองตัว เนื่องจากเบคอนในปีที่แล้วเหลือเยอะเกินไป ปีนี้จึงไม่ต้องเชือดเยอะ
“ลุงใหญ่ อาสาม ! ”
“พี่เสี่ยวโจว พี่เสี่ยวจี๋ ! ”
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋เข้ามา เขาก็กล่าวทักทายทุกคนและแจกบุหรี่ให้พวกเขา
เจียงไห่โปหยิบบุหรี่ขึ้นมา แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “อาได้ยินมาจากพ่อของหลานว่าหลานกำลังจะไปฉลองปีใหม่ที่เทียนจิงใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าตอบ
เจียงไห่โปจึงพูดว่า “เดินทางวันที่ 29 แล้วใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมจองตั๋วเครื่องบินวันที่ 29 ไว้แล้วครับ”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “งั้นวันที่ 28 นี้เรามาฉลองปีใหม่ด้วยกันเถอะ”
“โอ้ ดีครับ” เจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วย “ถ้าอย่างนั้นผมขอไปจัดเตรียมของก่อน”
แม้ว่าเจียงไห่โปจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่เขาก็คิดไว้แล้ว เมื่อเจียงไห่โปหยิบยกมันขึ้นมา เขาจึงเห็นด้วยทันที
เจียงไห่เทียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดว่า “เสี่ยวไป๋ การพบกันในปีนี้จะเริ่มที่บ้านอาสามของหลานก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “วันที่ 28 บางบ้านก็ยังไม่เริ่มเลย ผมว่ากินที่บ้านผมและพักที่นี่คงจะสะดวกกว่านะครับ”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “มันก็แค่สะดวกกว่า แต่ฟังลุงเถอะ ปีนี้ไปกินข้าวที่บ้านอาสามก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเจียงไห่โปแล้วพูดว่า “อาสาม ที่บ้านของอามีอะไรพิเศษหรือเปล่าครับ ? ”
เจียงไห่โปยิ้ม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งเล็กน้อย มีบางอย่างเกิดขึ้นจริง ๆ เขาจึงรีบพูดว่า “อาสาม เกิดอะไรขึ้น ช่วยบอกผมด้วย”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “ก็แค่เสี่ยวเฟิ่งจะพาแฟนมาเจอคนในครอบครัวเรา แต่เมื่อเธอได้ยินว่าหลานจะไปที่เทียนจิง เราจึงเลื่อนมากินกันวันนี้ หลานจะได้เห็นแฟนของเธอด้วย”
ไม่น่าแปลกใจที่ลุงบอกว่าอยากกินข้าวเย็นที่บ้านอาสาม กลับเป็นแบบนี้นี่เอง
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “การที่เสี่ยวเฟิ่งพาแฟนมาเจอครอบครัว ! นั่นถือเป็นเรื่องที่ดี ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ถามว่า “แล้วมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “ตามคำบอกเล่าของแม่เสี่ยวเฟิ่ง พวกเขาคบกันมาเป็นเวลาเกือบครึ่งปีแล้ว ฉันไม่รู้รายละเอียด และก็ยังไม่ได้ถามเสี่ยวเฟิ่งเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “งั้นก็นานมากแล้ว ผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ”
เจียงไห่โปพูดว่า “ก็หลานยุ่งมากทั้งวัน จะเอาเวลาที่ไหนมาสนใจเรื่องพวกนี้ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมที่เป็นพี่ชาย กลับไม่สนใจเสี่ยวเฟิ่งมากพอ”
เจียงไห่โปรีบพูดขึ้นมา “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร หลานไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเธอขนาดนั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามว่า แล้วแฟนของเสี่ยวเฟิ่งเป็นคนที่ไหน ? เขาทำอาชีพอะไรเหรอครับ ? ”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “เขามาจากเจี้ยนหยาง และดูเหมือนว่าเขาจะทำงานที่สำนักงานภาษี”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “ดีแล้วครับที่ได้แฟนทำงานในสำนักงานภาษี อย่างน้อยก็เป็นข้าราชการ”
“ใช่ ! ” เจียงไห่โปพยักหน้า “อาสะใภ้สามของหลานและอาค่อนข้างพอใจกับงานที่เขาทำ”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินความหมายที่ซ่อนอยู่จึงถามว่า “แล้วเรื่องอื่น อายังกังวลอะไรอีกไหมครับ ? ”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “ที่อาสะใภ้สามของหลานให้เสี่ยวเฟิ่งพาแฟนของเธอมาที่บ้าน ก็เพราะหมายหมั้นจะให้มาเป็นลูกเขยของเรา แต่พ่อแม่ของฝ่ายชายดูเหมือนจะไม่ค่อยยอม”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ยินเรื่องแบบนี้
เขาพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มากไม่ได้จริง ๆ ดังนั้นเขาจึงถามว่า “แล้วอาสามกับอาสะใภ้สามคิดอย่างไรกับเรื่องนี้เหรอครับ”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “เรามีลูกสาวคนเดียวคือเสี่ยวเฟิ่ง นอกนั้นเราก็มีลูกชายอีกสองคนคือเสี่ยวผิงและเสี่ยวอัน ที่จริงไม่สำคัญว่าเราจะมีลูกเขยหรือไม่”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
เจียงไห่โปกล่าวเสริมออกมา “ซึ่งเสี่ยวเฟิ่งเองก็ไม่ได้รีบอะไร และฉันก็คิดว่ามันคงจะดีถ้าเสี่ยวเฟิ่งแต่งงานแล้วอยู่ที่นี่”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในกรณีนี้ กุญแจสำคัญก็ขึ้นอยู่กับตัวเสี่ยวเฟิ่งเอง”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “หลานไม่รู้หรอกว่าเสี่ยวเฟิ่ง, ถานเสี่ยวฟางและเด็กสาวคนอื่นที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน พวกเธอได้สัญญากันไว้แล้วว่าจะไม่ยอมแต่งงานออกไปกับใคร นอกจากจะแต่งงานเข้าบ้านเท่านั้น”
อ่า ?
เรื่องนี้ทำให้เจียงเสี่ยวไป๋ประหลาดใจเล็กน้อย และอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์ที่บ้านของน้าคนที่สามของเขา ตอนที่เขาไปหมู่บ้านของหลี่เจียเพื่อไปตามหาหลี่เยี่ยนมาทำสุสานให้เมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาได้คุยเรื่องออกเรือนกับหวังซิ่วอี้ น้าของเขา ที่เป็นแม่ของหลี่ลี่และหลี่เจีย
หวังซิ่วอี้ยังกล่าวด้วยว่าเธอไม่ต้องการให้หลี่ลี่และหลี่เจียแต่งงานแยกครอบครัวออกไปอยู่ที่อื่น และยังเต็มใจจะรับลูกเขยมาอยู่ที่บ้านของเธอด้วย
ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
หลังจากฟังคำพูดของเจียงไห่โป เขาก็รู้ว่ามีคนรอบตัวจำนวนมากที่มีความคิดแบบนี้
ไม่น่าแปลกใจที่ตั้งแต่สมัยโบราณ ฐานะทางเศรษฐกิจได้เป็นตัวการสำคัญในการกำหนดชนชั้น เจียงเสี่ยวเฟิ่ง, เจียงเสี่ยวเฟิน, ถานเสี่ยวฟาง, หลี่ลี่ และหลี่เจีย ต่างก็เป็นผู้จัดการระดับกลางของเจียงเจียกรุ๊ป แต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบที่ใหญ่มากทั้งในโรงงานและในบริษัท ซึ่งถือว่าพวกเธอเป็นหญิงแกร่งพอสมควร
ด้วยตำแหน่งและเงินเดือนในปัจจุบันของพวกเธอ ชายหนุ่มธรรมดาจะคู่ควรกับพวกเธอได้อย่างไร ?
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่พูดว่า “โอเคครับ ผมจะไปที่บ้านของอาสาม เพื่อจัดงานเลี้ยงวันส่งท้ายปีเก่า และจะไปดูหน้าค่าตาของคนที่จะมาเป็นน้องเขยของผมในเร็ว ๆ นี้ด้วย”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ หลานนั้นเก่งในการมองคน อย่างไรก็ช่วยอาตรวจสอบเขาด้วยล่ะ”
ในฐานะลูกพี่ลูกน้องของเจียงเสี่ยวเฟิ่ง เจียงเสี่ยวไป๋หวังว่าเจียงเสี่ยวเฟิ่งจะได้แต่งงานกับคนที่คู่ควร ที่จะทำให้ชีวิตของเธอมีความสุข ดังนั้นเขาจึงพยักหน้า “ผมจะดูเขาให้ละเอียดยิบเลยครับ”
เจียงไห่โปดีใจมากและพูดว่า “หากมีหลานช่วยตัดสินใจ อาก็รู้สึกโล่งใจ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจและไม่กล้าสัญญาอะไร เขาเปลี่ยนเรื่องและพูดว่า “อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกที่ฝ่ายผู้ชายมาที่บ้าน เราควรเตรียมอั่งเปาให้เขาไหมครับ ? ”
สิ่งที่เขาหมายถึงคือของขวัญต้อนรับผู้มาเยือนหรือว่าจะเป็นอั่งเปาก็ได้
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ผู้เฒ่าอย่างเราสามารถให้ได้ แต่หลานและเสี่ยวเฟิ่งเป็นคนรุ่นเดียวกัน ดังนั้นหลานไม่จำเป็นต้องเตรียมมาให้เขาหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มันก็จริง แต่ผมแตกต่างออกไป”
เจียงไห่เทียนยิ้มแล้วพูดว่า “แล้วหลานมีอะไรแตกต่างออกไป ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมเป็นลูกพี่ลูกน้องของเสี่ยวเฟิ่งและเป็นเจ้านายของเธอ แฟนของเธอน่าจะรู้ด้วยว่าผมเป็นเจ้านายของเจียงเจียกรุ๊ป ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ผมก็จะเสียหน้าได้”
เจียงไห่เทียนคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ใช่ ถ้าอย่างนั้นหลานก็สามารถมอบอั่งเปาให้เขาได้”
“แต่ให้มากไปก็ไม่ได้ ให้น้อยไปก็ไม่ดี ดังนั้นให้แค่ 120 หยวนก็พอ ! ”
ถ้าเป็นคนอื่น การให้เงินอั่งเปา 120 หยวนนั้นถือว่าเป็นอั่งเปาที่ใหญ่มาก แต่สำหรับเจียงเสี่ยวไป๋ มันไม่มีอะไรเลย
เจียงไห่เทียนก็ตัดสินใจเรื่องนี้เช่นกันหลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว การให้เงินอั่งเปา 120 หยวนดูไม่ตระหนี่และไม่มากจนเกินไป ซึ่งยากที่ผู้ใหญ่อย่างเขาจะให้
“เอาล่ะ ผมจะให้ตามนั้นครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว