ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1145 กังวลเกี่ยวกับการแต่งงานของพนักงานหญิง
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1145 กังวลเกี่ยวกับการแต่งงานของพนักงานหญิง
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ช่วยหมักเนื้อ หลังจากคุยกับเจียงไห่เทียนและคนอื่นได้สักพัก เขาก็ขอตัวออกมา
เขาไปที่ห้องโถงด้านข้าง ซึ่งมีเพียงเฉินหยุนและหวังเสวี่ยฮัวอยู่ในห้อง คนหนึ่งอุ้มเจียงอันและอีกคนอุ้มเจียงห่าว
“คุณเจียงกลับมาแล้ว ! ”
หวังเสวี่ยฮัวกล่าวสวัสดีด้วยรอยยิ้ม และเรียกเจียงห่าวที่อยู่ในอ้อมแขนให้มองพ่อของเธอ
“ป่า…ป๊า ป่าป๊า ! ”
เมื่อได้ยินเสียงของลูกสาวตัวน้อย เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มออกมา “มานี่มา ให้พ่ออุ้มหน่อยสิ ! ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เอื้อมมือไปอุ้มลูกสาวตัวน้อยออกมาจากอ้อมแขนของหวังเสวี่ยฮัว
“ป่าป๊า…ป่าป๊า ! ”
เจ้าตัวน้อยถูกเจียงเสี่ยวไป๋อุ้ม จึงเรียกเขาดังยิ่งขึ้น ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอยิ้มร่า เท้าเล็ก ๆ ของเธอในชุดห่อตัวกำลังเตะอย่างแรง และมือเล็กทั้งสองข้างก็กำลังโบกไปมาอย่างมีความสุข
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อเขามองดูลูกสาวตัวน้อยของเขา
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถามว่า “เสี่ยวหวัง แม่ของเธออยู่ที่ไหน ? ”
หวังเสวี่ยฮัวกล่าวว่า “คุณนายเข้าไปที่ห้องอ่านหนังสือแล้วค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและยื่นเจียงห่าวให้เธอ “งั้นก็อุ้มเธอไปก่อนนะ ฉันมีเรื่องต้องทำ”
หวังเสวี่ยฮัวรับเจียงห่าวมาอย่างระมัดระวังแล้วพูดว่า “คุณเจียง ไปทำงานของคุณเถอะค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าแล้วเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของเจียงอัน “ลูกชายของพ่อ ทำตัวดี ๆ นะ ! ”
หลังจากนั้นเขาก็เดินออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋เดินไปที่ประตูห้องทำงานของหลินเจียอิน เขาหยุดครู่หนึ่งแล้วยกมือขึ้นเคาะประตู
“เข้ามา ! ”
เสียงของหลินเจียอินดังมาจากข้างใน จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็เปิดประตูแล้วเดินเข้าไป
หลินเจียอินเงยหน้าขึ้นมองและเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เธอจึงเม้มริมฝีปากแล้วยิ้ม “ฉันนึกว่าเป็นเสี่ยวเฉิน ไม่ก็เสี่ยวหวัง ทำไมคุณถึงกลับมาเร็วแบบนี้ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมจะกลับมาเร็วไม่ได้เหรอ ! ”
หลินเจียอินกลอกตามองมาที่เขา “แล้วทำไมคุณถึงเคาะประตูด้วยล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมไม่กล้าที่จะเข้ามารบกวนคุณโดยไม่บอก”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เดินไปที่โต๊ะหลุมไฟแล้วนั่งลง
นี่คือห้องอ่านหนังสือที่ตกแต่งใหม่ให้หลินเจียอิน ซึ่งมีสองห้องติดกัน หนึ่งในนั้นเป็นห้องที่มีของโบราณและเต็มไปด้วยตู้หนังสือเก่า โต๊ะทำงาน และเก้าอี้เท้าแขน ให้บรรยากาศเหมือนห้องส่วนตัวของหนอนหนังสือ
ส่วนห้องด้านนอกเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่เพิ่งให้ช่างไม้ถานทำให้ นอกจากตู้หนังสือแล้วยังมีโซฟา เก้าอี้นั่งเล่น โต๊ะกาแฟ และโต๊ะหลุมไฟอีกด้วย
เมื่ออ่านหนังสือในฤดูหนาว ก็สามารถมานั่งอ่านที่โต๊ะหลุมไฟเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นไปด้วยได้
เมื่อใช้ร่วมกับโคมไฟตั้งโต๊ะและบอนไซขนาดเล็ก ตรงนี้จึงเป็นจุดสนใจหลัก ที่สะดวกสบายและอบอุ่น
หลินเจียอินถือหนังสืออยู่ในมือของเธอ และไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะก็ย้อมใบหน้าที่สวยงามของเธอราวกับเมฆ เธอเอนกายอย่างเกียจคร้านลงไปบนโซฟาผ้านุ่ม ๆ ราวกับสุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ที่กำลังนั่งดื่มชาในยามบ่าย
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกหลงใหลเมื่อเห็นแบบนี้ เขาจึงไปนั่งลงข้าง ๆ และกอดเธอไว้
“นี่ยังกลางวันแสก ๆ อยู่เลย หยุดเกาะแกะฉันได้แล้ว ! ” หลินเจียอินรีบผลักเขาออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่อยากปล่อย เขาจึงยื่นหน้าไปจุ๊บเธอแล้วพูดว่า “เกิดอะไรขึ้นในเวลากลางวันแสก ๆ แล้วจะเป็นไรไป ? ผมไม่เห็นว่าจะมีใครอยู่เลยนอกจากเราสองคน ! ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ประตูไม่ได้ล็อค ถ้ามีคนอื่นเข้ามาล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นงั้นผมจะไปล็อคประตูเอง”
ขณะที่เขาพูด เขาก็ลุกขึ้นยืน
“อย่าสร้างปัญหา ! ” หลินเจียอินรีบหยุดเขา “ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ ไว้คุยกันตอนกลางคืนก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจ เขาหมดความสนใจกับเรื่องนี้และกลับมานั่งตัวตรง
หลินเจียอินถอนหายใจด้วยความโล่งอกและถามว่า “คุณไม่ไปซื้อของปีใหม่เหรอ ? ทำไมถึงกลับมาแล้วล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่ได้ซื้อของมากมายอะไร จึงใช้เวลาไม่นาน”
หลินเจียอินกล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เราไปเทียนจิงเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ และอาจเป็นครั้งเดียวด้วย ทำไมถึงซื้อของไม่เยอะล่ะ ? ”
ครั้งนี้ที่พวกเขาไปเฉลิมฉลองปีใหม่ที่เทียนจิงเพราะชายชราเสนอให้ตระกูลหลินกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตระกูลหลินไม่เคยได้กลับมาเจอกันพร้อมหน้าเป็นเวลาหลายปี ดังนั้นหลินเจียอินจึงต้องไป
แต่จากเหตุการณ์นี้ เธอยังได้รู้ว่าพ่อสามีและแม่สามีของเธอใส่ใจเรื่องการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากแค่ไหน เพื่อที่เธอจะได้ไปเยี่ยมปู่ของเธอที่เทียนจิง พวกเขาจึงยอมที่จะไม่ฉลองตรุษจีนในปีนี้
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ต้องกังวล ผมเตรียมของไว้ครบหมดแล้ว”
เขาไม่เพียงแต่เตรียมของขวัญพิเศษให้กับตระกูลหลินเท่านั้น แต่เขายังขอให้หวงหงหยุนส่งดอกไม้ไฟไปที่นั่นด้วย
แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะไม่บอกเรื่องนี้กับหลินเจียอิน
รอจนกว่าจะไปถึงที่นั่น เธอก็จะรู้เอง !
หลินเจียอินยิ้มและพูดว่า “เมื่อคุณบอกว่าคุณเตรียมของครบแล้ว ฉันก็รู้สึกโล่งใจ”
ในตอนนั้นก็ดูเหมือนเธอจะจำอะไรบางอย่างได้ และพูดว่า “อาสามบอกว่าวันที่ 28 ให้เราไปที่บ้านของเขาเพื่อร่วมงานปีใหม่”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ผมรู้แล้ว ! ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “อ่า คุณรู้แล้ว แล้วคุณก็รู้ด้วยว่าเสี่ยวเฟิ่งกำลังจะพาแฟนของเธอมาใช่ไหม ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าอีกครั้ง “ผมได้ยินที่อาสามบอก จึงมาหาคุณเพื่อถามเรื่องนี้ว่าคุณรู้จักแฟนของเสี่ยวเฟิ่งไหม ? ”
หลินเจียอินส่ายหัว “ฉันก็เพิ่งได้ยินเรื่องนี้จากอาสามเมื่อเช้าเหมือนกัน ทำไมเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่มีอะไร ผมคิดว่าคุณรู้ ผมก็เลยถาม”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ตามที่อาสะใภ้สามพูด เสี่ยวเฟิ่งคบกับแฟนของเธอมาครึ่งปีแล้ว ตอนที่พวกเขาเริ่มออกเดทครั้งแรก ฉันยังคงเลี้ยงลูกสองคนอยู่ที่บ้านเลย ต่อมาแม้ว่าฉันจะไปทำงานที่บริษัท ฉันก็ยุ่งจึงไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่น”
ดูเหมือนเธอก็จะคิดเกี่ยวกับมันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ฉันเองก็ไม่ได้เจอเสี่ยวเฟิ่งมานานแล้ว”
ปัจจุบัน เจียงเสี่ยวเฟิ่งเป็นผู้จัดการโรงงานเค้กที่รัก เธอจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เจี้ยนหยาง หลินเจียอินจึงไม่มีโอกาสได้พบเธอเลย
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าคุณไม่รู้ก็ปล่อยไป นี่ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ผมมาหาคุณ”
หลินเจียอินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดด้วยความประหลาดใจ “แล้วคุณมาหาฉันทำไม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมได้ยินจากอาสามว่าเจียงเสี่ยวเฟิ่ง, เจียงเสี่ยวเฟิน และถานเสี่ยวฟางไม่ต้องการแต่งงานออกไป และกำลังวางแผนที่จะรับลูกเขยเข้ามาให้ครอบครัว ส่วนอาสามและอาสะใภ้สามก็มีความคิดนี้เหมือนกัน ก่อนหน้านั้นน้าหวังซิ่งอี้ก็อยากให้หลี่ลี่และหลี่เจียพาลูกเขยมาอยู่ที่บ้านด้วย”
หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ทำไมผู้หญิงสมัยนี้ถึงกล้าขนาดนี้นะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นั่นไม่ใช่ประเด็น”
หลินเจียอินจึงถามด้วยความประหลาดใจ “แล้วประเด็นคืออะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แต่ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะได้แต่งงาน ถ้าพวกเขายังคิดแบบนี้ ! ”
ในช่วงทศวรรษ 1980 มุมมองของผู้คนยังคงค่อนข้างเป็นแบบอนุรักษ์นิยม แทบไม่มีลูกเขยคนไหนเต็มใจที่จะเข้ามาอยู่ในบ้านภรรยา เว้นแต่พวกเขาจะเป็นคนประเภทที่สิ้นหวัง
และเจียงเสี่ยวเฟิน, เจียงเสี่ยวเฟิ่ง, ถานเสี่ยวฟาง, หลี่ลี่ และหลี่เจียจะยอมแต่งงานกับชายที่ผู้สิ้นหวังให้มาเป็นลูกเขยของพ่อแม่พวกเธอเหรอ ?
เห็นได้ชัดว่าไม่
ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากพวกเธอจะไม่เลือกคู่แบบนี้แล้ว แต่ยังจู้จี้จุกจิกในการหาคู่อีกด้วย
ใครใช้ให้พวกเธอมีรายได้เดือนละพัน ขับรถจี๊ป แล้วได้โบนัสก้อนโตทุกปี ทั้งที่ในยุคนี้รายได้พื้นฐานต่อหัวแค่ไม่กี่สิบหยวนเท่านั้น ?
ยิ่งคนเรามีเงินเยอะ ก็จะยิ่งทำตามใจตัวเอง
เหมือนกับพวกเขาเหล่านี้ !
เมื่อได้ยินสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด หลินเจียอินก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วและพูดด้วยท่าทางกังวลเล็กน้อย “จริง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ดังนั้น คุณควรให้ความสำคัญกับพวกเธอให้มากขึ้นในอนาคต สร้างโอกาสให้พวกเธอได้เจอคนที่เหมาะสม ติดต่อชายหนุ่มที่โสดและมีหน้าที่การงานดีมาให้พวกเธอได้เลือก ไม่งั้นพวกเธอคงได้ขึ้นคานแน่ ๆ ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปรู้จักหนุ่มโสดที่มีหน้าที่การงานดี แล้วฉันจะสร้างโอกาสให้พวกเธอได้อย่างไร ? ”