ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1156 เยาวชนยุคใหม่
ตอนที่ 1156 เยาวชนยุคใหม่
หลังจากฟังคำพูดของหลี่ซิ่วหลันแล้ว เจียงเสี่ยวเฟิ่งก็พูดว่า “ทั้งใช่ และก็ไม่ใช่ค่ะ”
ทันทีที่เธอพูดจบ ทุกคนก็เริ่มสับสนมากยิ่งขึ้น
มีข่าวลือว่าเจียงเสี่ยวเฟิ่ง, เจียงเสี่ยวเฟินและถานเสี่ยวฟางจะยอมแต่งงานก็ต่อเมื่อฝ่ายชายยอมเข้ามาอยู่ที่บ้านของพวกเธอเท่านั้น
ตระกูลเจียงรู้เรื่องนี้มานานแล้ว และพวกเขาทุกคนก็คิดว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
ท้ายที่สุดแล้ว ลูกสาวอยู่บ้านและรับลูกเขยเข้ามาก็ยังดีกว่าปล่อยให้ลูกสาวแต่งงานออกไป แล้วไปลำบากในภายภาคหน้า
อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกสาวของเราจะถูกครอบครัวของสามีรังแกหรือไม่
ท่ามกลางความสงสัยของทุกคน เจียงเสี่ยวเฟิ่งก็เหลือบมองเจียงไห่โปและเจี่ยงชุ่ยหยูแล้วพูดว่า “พ่อแม่เลี้ยงดูหนูมา หากหนูแต่งงานไปก่อนที่จะได้ตอบแทนความเมตตาที่พวกเขาเลี้ยงดูหนูมา หนูก็คงจะรู้สึกเสียใจที่ยังไม่ได้ตอบแทนพวกเขา”
เมื่อเจียงไห่โปและเจี่ยงชุ่ยหยูได้ยินแบบนี้ หัวใจของพวกเขาก็รู้สึกอบอุ่น และมุมตาของพวกเขาก็ชื้นขึ้นเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้
“ลูกเอ๋ย พ่อแม่คนไหนไม่เป็นห่วงบ้างเมื่อลูกสาวแต่งงาน ? ”
“แต่ชายและหญิงควรแต่งงานเมื่อถึงวัยที่เหมาะสม นั่นถือเป็นเรื่องปกติ”
“พ่อจะดีใจมากที่เห็นลูกได้แต่งงาน สร้างครอบครัวและมีชีวิตที่ดีในอนาคต”
เจียงไห่โปกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เจี่ยงชุ่ยหยูยังกล่าวอีกว่า “เสี่ยวเฟิ่ง การได้ยินสิ่งที่ลูกพูดทำให้แม่มีความสุขมาก”
เจียงไห่เทียนและเจียงไห่หยางก็พยักหน้าเช่นกัน พวกเขายกย่องเจียงเสี่ยวเฟิ่งว่าเป็นเด็กที่มีเหตุผลและกตัญญูรู้คุณ
เจียงเสี่ยวเฟิ่งจึงกล่าวต่ออีกว่า “ดังนั้น หนูจึงไม่อยากจากอ้อมอกของพ่อกับแม่ไปเร็วขนาดนั้น”
ทันทีที่เธอพูดสิ่งนี้ หวังเป่ากั๋วและหลี่ซิ่วหลันก็เริ่มกังวล
ที่เธอพูดออกมาตั้งนาน เธอกำลังจะสื่อความหมายว่าเธอยังไม่อยากแต่งงานงั้นเหรอ ?
การแสดงออกระหว่างคนทั้งสองลดลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่ออยู่ต่อหน้าเจียงเสี่ยวเฟิ่ง ขณะที่หลี่ซิ่วหลันกำลังจะพูด เจียงเสี่ยวเฟิ่งก็พูดก่อน “คุณป้า ไม่ต้องกังวล ฟังหนูก่อน”
หลี่ซิ่วหลันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากปิดปากของเธอที่กำลังจะอ้าออกมา
เจียงเสี่ยวเฟิ่งกล่าวว่า “เจียงวานกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และทุกคนก็ได้เห็นมันแล้ว หลังจากที่ถนนการค้าและพิพิธภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่พี่เสี่ยวไป๋สร้างเสร็จสมบูรณ์ เจียงวานก็จะเปลี่ยนไปยิ่งกว่านี้ ดังนั้นหนูจึงคิดว่าจะซื้อที่สร้างบ้านเป็นของหนูและหวังเทาแยกออกมาจากบ้านหลักของพ่อกับแม่”
หลี่ซิ่วหลันรู้สึกไม่มีความสุข อย่างไรก็ตามเธอยังคงต้องการให้ลูกชายของเธออยู่ที่เจี้ยนหยาง ไม่ใช่มาปักหลักอยู่ในเจียงวาน และกลายเป็นลูกเขยของตระกูลเจียง
เจียงเสี่ยวเฟิ่งกล่าวต่อ “แต่งานของฉันอยู่ที่เจี้ยนหยาง ดังนั้นในอนาคตหนูก็ต้องอยู่ที่เจี้ยนหยางเป็นส่วนใหญ่แน่นอน”
ขณะที่เธอพูดอย่างนั้น เธอก็มองไปที่หวังเป่ากั๋วและหลี่ซิ่วหลัน แล้วพูดว่า “วิลล่าที่หนูจะสร้างในเจียงวานนั้นมีไว้เพื่อต้อนรับคุณลุงและคุณป้าเป็นหลักเมื่อเรากลับมาที่เจียงวานในอนาคต”
ทั้งหวังเป่ากั๋วและหลี่ซิ่วหลันต่างก็ไม่คาดหวังว่าเจียงเสี่ยวเฟิ่งจะจัดการเรื่องแบบนี้
หลี่ซิ่วหลันพูดด้วยความประหลาดใจ “หนู… หมายความว่าวิลล่านี้สร้างขึ้นมาเพื่อเราเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิ่งพยักหน้าและกล่าวว่า “เพราะหนูคิดว่าในอนาคต เจียงวานจะพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก ดังนั้นหนูจึงต้องการตั้งถิ่นฐานของครอบครัวเราไว้ที่เจียงวานด้วย”
“ที่นี่จะเป็นบ้านที่เอาไว้คอยต้อนรับสำหรับผู้อาวุโสสองคน”
“สำหรับเจี้ยนหยาง เราก็จะมีบ้านเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน”
ขณะที่เธอพูดอย่างนั้น เธอก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “พี่เสี่ยวไป๋ ฉันอยากได้ห้องชุดใหญ่ ๆ สักสองหลังในเขตบ้านพักพนักงานที่นิคมอุตสาหกรรม ไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่มีปัญหา ! ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่มีเงินซื้อมันนี่ ! ”
เจียงไห่หยางได้ยินดังนั้นก็จ้องมองมาที่ลูกชายอย่างดุเดือด “น้องสาวของแกอยากได้ห้องชุด แต่แกยังจะเอาเงินจากเธออยู่อีกเหรอ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามเรื่องเงินจากเจียงเสี่ยวเฟิ่งต่อหน้าคนจำนวนมากแบบนี้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกเสียหน้าอย่างมาก
หวังซิ่วจวี๋ยังกล่าวอีกว่า “ถูกต้อง แค่บ้านสองหลัง ลูกยังจะเอาเงินจากน้องอีกเหรอ ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิ่งที่เห็นแบบนั้นก็รีบพูดอย่างรวดเร็วว่าว่า “ลุงรอง ป้ารอง พี่เสี่ยวไป๋พูดถูกแล้ว ฉันต้องซื้อบ้านจากพี่เสี่ยวไป๋อยู่แล้ว เหตุผลหลักก็คือฉันอยากได้ชั้นที่ดีที่สุด”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ถ้าเขากล้าเอาเงินของหลานไป ลุงจะหักขาของเขาเอง”
เจียงเสี่ยวเฟิ่งกล่าวว่า “ลุงรอง ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ฉันสามารถซื้อบ้านได้ เพราะที่ผ่านมาพี่เสี่ยวไป๋ดูแลฉันดีมาตลอด และนี่ก็เพื่อประโยชน์ของตัวฉันเอง”
เจียงไห่หยางเป่าเคราของเขาด้วยความหงุดหงิดและถลึงตา: นี่ก็เพื่อประโยชน์ของเธอเองงั้นเหรอ ?
ก่อนที่เขาจะได้พูดต่อ เจียงไห่เทียนก็ดึงเขาแล้วพูดว่า “อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเด็ก ๆ มันเลย”
เมื่อพี่ใหญ่พูดแบบนั้น เจียงไห่หยางก็เม้มริมฝีปากและไม่พูดอะไรอีก
เจียงเสี่ยวเฟิ่งกล่าวต่ออีกว่า “หลังจากที่หวังเทาและหนูแต่งงานกัน เราจะใช้คอนโดยในเมืองชิงโจวเป็นห้องหอ ซึ่งที่นั่นจะเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ของเราตอนที่กลับมาชิงโจว”
หวังเทาพยักหน้าอย่างมีความสุข
จากนั้น หลี่ซิ่วหลันก็ตอบสนองและพูดด้วยความประหลาดใจ “เสี่ยวเฟิ่ง หนูหมายความว่า … เทาเทาไม่ได้จะมาอยู่ที่บ้านของหนูงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “คุณป้า หนูอยากมีลูกสองคน ถ้าหนูกับหวังเทาแต่งงานกัน ลูกคนหนึ่งของเราก็สามารถใช้แซ่หวัง ส่วนอีกคนก็ใช้แซ่เจียงได้”
หลี่ซิ่วหลันรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อได้ยินที่เธอพูด
ท้ายที่สุดหากลูกชายของเธอแต่งงานเข้ามาลูกเขยของตระกูลเจียงจริง ๆ ลูกของพวกเขาก็จะต้องใช้แซ่เจียง
แต่ตอนนี้เนื่องจากเจียงเสี่ยวเฟิ่งบอกว่าแซ่ของเด็กคนหนึ่งคือหวัง และอีกคนคือเจียง นั่นก็หมายความว่าเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะให้หวังเทาเข้ามาอยู่ในบ้านเธอจริง ๆ
เจียงเสี่ยวเฟิ่งกล่าวต่ออีกว่า “ลูกของเราก็ยังจะได้ใช้แซ่ของหวังเทา ตามประเพณีเมื่อหวังเทาและหนูแต่งงานกัน เราก็ต้องแยกบ้านออกมาจากพ่อแม่อยู่ดี”
“แบบนี้ไม่ช้าก็เร็ว พวกเราก็ต้องแยกบ้านออกมาอยู่ดี”
“ดังนั้นจึงแยกไปตั้งแต่แรกเลยดีกว่า”
หวังเทายืนขึ้นและพูดว่า “แม้ว่าเสี่ยวเฟิ่งและผมจะแยกออกมาสร้างครอบครัว แต่เราก็ยังไปมาหาสู่กันได้ตามปกติ บ้านของพ่อแม่ก็ไม่ต่างจากบ้านของเราเอง โดยที่ไม่ต้องไปแยกว่าเป็นบ้านของใคร”
เจียงเสี่ยวเฟิ่งพยักหน้าและพูดอย่างเคร่งขรึม “เราเป็นคนหนุ่มสาวยุคใหม่ เราไม่ยึดติดกับขนบธรรมเนียบแบบเดิม แต่การแต่งงานในครั้งนี้ เราจะสร้างครอบครัวใหญ่ของเราด้วยกัน”
“แปะ แปะ แปะ แปะ…”
“ดี ! ”
ทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง อย่างเจียงเสี่ยวชิง, เจียงเสี่ยวเหลย, เจียงเสี่ยวผิง เเละเจียงเสี่ยวอัน ต่างก็ปรบมือให้กับความคิดของเจียงเสี่ยวเฟิ่ง
หวังเป่ากั๋วและหลี่ซิ่วหลันก็ยิ้มออกมาเช่นกัน เมื่อได้ยินแบบนี้
ผลลัพธ์นี้เกินความคาดหมายของทุกคนอย่างมาก
มีอะไรอีกไหมที่คุณไม่พอใจ ?
เจียงไห่โปและเจี่ยงชุ่ยหยูก็ยิ้มออกมาเหมือนกัน เหมือนกับที่เจียงเสี่ยวเฟิ่งพูด ถ้าพวกเขามีลูกชายสองคน คนหนึ่งก็ให้ใช้แซ่เจียง อีกคนก็ให้ใช้แซ่หวัง จะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องทายาท
ตราบใดที่ลูกสาวของพวกเขามีชีวิตที่มีความสุข พวกเขาก็ไม่สนใจว่าหวังเทาจะต้องเป็นลูกเขยที่เข้ามาอยู่ในบ้านหรือไม่
เจียงไห่โปจึงถามหวังเป่ากั๋วด้วยรอยยิ้ม “คุณคิดว่าอย่างไร ? ”
หวังเป่ากั๋วหัวเราะเสียงดัง “โอ้ ตราบใดที่คุณไม่คัดค้าน ฉันก็เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้”
“ใช่ค่ะ ! ” หลี่ซิ่วหลันก็พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีก
เจียงไห่โปหัวเราะและพูดว่า “แน่นอน ฉันไม่คัดค้านการตัดสินใจของเด็กสองคนนี้หรอก”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ เรื่องการแต่งงานของเด็กทั้งสองก็เป็นอันได้ข้อสรุป
“ยินดีด้วย ! ”
“เสี่ยวเฟิ่ง ฉันขอให้เธอมีความสุข ! ”
“พี่เสี่ยวเฟิ่ง ฉันขอให้พี่มีความสุข ! ”
“เสี่ยวเฟิ่ง…”
“……”
ครอบครัวเจียงทุกคนต่างก็มาแสดงความยินดีและอวยพรเธอด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวเฟิ่งและหวังเทารีบขอบคุณพวกเขา
เจียงไห่เทียนหยิบแก้วเหล้าขึ้นมา แล้วพูดเสียงดัง “มาเถอะ ยกแก้วมาดื่มด้วยกันเพื่อเป็นการอวยพรให้หวังเถาและเสี่ยวเฟิ่งที่จะได้หมั้นหมาย และขอให้พวกเขาแต่งงานกันอย่างมีความสุข”
เจียงไห่หยาง, เจียงไห่โป, หวังเป่ากั๋ว และคนอื่นต่างก็ยกแก้วขึ้นมา
หลังจากดื่มเหล้าเสร็จแล้ว หวังเทาก็เริ่มดื่มอวยพร
เขาทักทายเจียงไห่โปก่อนและพูดว่า “คุณอา ผมจะเรียกคุณว่าคุณอาเป็นครั้งสุดท้าย จากนี้ไปผมจะเรียกคุณว่า ‘พ่อ’ แล้วนะครับ”
เจียงไห่โปหัวเราะ “เอาล่ะ ตามสบายลูกชาย ! ”
หวังเทากล่าว “ต่อไปนี้ผมรับปากว่าจะดูแลเธออย่างดี ขอบคุณที่ยกลูกสาวที่ทั้งสวย เก่ง และดีแบบนี้ให้ผม ผมจะรักและทะนุถนอมเธออย่างดี จะไม่ทำให้เธอเสียใจ”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “ตราบใดที่พวกเธอมีชีวิตที่มีความสุข ฉันก็มีความสุข มาเถอะ ฉันขอให้พวกเธอมีความสุข”