ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1158 ไปฉลองปีใหม่ที่เทียนจิง
ตอนที่ 1158 ไปฉลองปีใหม่ที่เทียนจิง
“เสี่ยวไป๋ ลุงก็อยากไปเทียนจิงเหมือนกัน แต่ถ้าลุงไป แล้วใครจะคอยดูแลบ้าน ? ”
“ครอบครัวของหลานเลี้ยงหมูเจ็ดตัวเท่านั้น แต่ที่บ้านของลุงยังมีฟาร์มสองแห่งที่มีวัวอีกหลายสิบตัวและแกะหลายสิบตัว จะไปเที่ยวแบบนี้ได้อย่างไร ! ”
“ยังไม่หมดเลย ที่บ้านยังมีไก่อีกกว่าร้อยตัว”
“ไหนจะผักในเรือนกระจกที่ต้องได้รับการดูแลเป็นประจำอีก”
“ใช่แล้ว”
“……”
พวกเขาเองก็อยากจะไปเที่ยวที่ไกลบ้านสักครั้ง เพียงแต่ว่ายังห่วงหน้าห่วงหลัง เนื่องจากไม่มีคนดูแลบ้านให้
นอกจากนี้เจี่ยงชุ่ยหยู, หยางซิ่วเหมย และหลี่หงอิงที่ทำงานก็มีเรื่องจะพูดเช่นกัน
“ถ้าไปเที่ยวก็ต้องขอลา ! ”
“พี่หยวนเฉาเพิ่งแจ้งไปเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าการซื้อสินค้าทางการเกษตรจะเพิ่มขึ้นหลังปีใหม่ ตอนนั้นโรงงานเราคงยุ่งมาก ไม่รู้ว่าจะมีเวลาไหม ? ”
“ที่โรงงานผมก็เหมือนกัน ไม่เพียงแต่ต้องเพิ่มกำลังการผลิตเท่านั้น แต่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ในเดือนมีนาคมและเมษายนด้วย ไม่รู้ว่าจะลาได้หรือเปล่า ? ”
หลายคนแสดงความคิดเห็นออกมาทีละคน พวกเขาทั้งดีใจ แต่ก็จนใจในเวลาเดียวกัน
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “อย่าคิดเรื่องนี้ไปเลยทุกคน ! แค่รอฟังผมเมื่อถึงตอนนั้นก็พอ”
“สำหรับใครที่บ้านมีเรื่องให้ดูแล เวลาไปเที่ยวก็ขอให้เพื่อนบ้านช่วยเลี้ยงสัตว์ให้สักสองสามวัน ถ้าไม่ได้ ผมจะบอกพวกเขาให้”
“สำหรับคนทำงาน ไม่ว่างานที่โรงงานจะยุ่งแค่ไหน ที่นั่นก็ยังมีคนอื่นที่ทำอยู่ และก็ลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ผมได้อนุมัติวันหยุดพักผ่อนให้ทุกคนแล้ว”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด ทุกคนก็มีความสุข
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “หลานไม่จำเป็นต้องพูดให้เรา ลุงจะบอกพวกเขาเอง”
“ตอนนี้สภาพความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านดีขึ้นแล้ว สักวันหนึ่งพวกเขาอยากไปเที่ยว เราก็จะช่วยดูแลบ้านให้พวกเขาสลับกันไป”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า “ครับ งั้นก็ตามนี้นะครับลุง”
เมื่อความกังวลในใจของพวกเขาถูกขจัดออกไป จากนั้นทุกคนก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการเดินทางไปเทียนจิง
แม้ว่าจะยังอีกหลายเดือนกว่าจะได้เดินทาง แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความตื่นเต้นของพวกเขาเลย พวกเขาดึงเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาถามคำถามต่าง ๆ นานา
รวมถึงเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ด้วย เพราะทั้งคู่เคยไปเทียนจิงมาแล้ว คนที่ไม่เคยไปจึงเข้ามาถามประสบการณ์จากพวกเขาเหมือนกัน
บทสนทนามีชีวิตชีวามาก และเวลาก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
เจียงไห่โปและคนอื่นกลับมาจากข้างนอก เมื่อพวกเขาเห็น ก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “นี่กำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่ ? ทำไมดูคุยกันอย่างมีความสุขขนาดนั้น ? ”
เจียงไห่เทียนบอกแผนของเจียงเสี่ยวไป๋ออกมาทันที
เจียงไห่โปก็มีความสุขเหมือนกันหลังจากได้ยินสิ่งนี้และเข้าร่วมวงสนทนาทันที
หลี่ซิ่วหลันเฝ้าดูจากด้านข้าง และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา
ฉันเองก็สงสัยว่าเมื่อไหร่ตระกูลหวังจะเป็นเหมือนอย่างตระกูลเจียง ที่ทั้งครอบครัวจะมีเงินเดินทางไปเที่ยวเทียนจิงด้วยกันแบบนี้
หลังทานอาหารเย็นเสร็จ เจียงเสี่ยวเฟิ่งก็ไปส่งหวังเป่ากั๋ว, หลี่ซิ่วหลัน และหวังเทาไปพักในเมืองชิงโจว
ท้ายที่สุดแล้ว มันเป็นวันที่ 28 ของเดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งหวังเป่ากั๋วและคนอื่นก็ต้องกลับบ้านเพื่อไปเฉลิมฉลองปีใหม่
แน่นอนว่าก่อนพวกเขาจะออกเดินทาง เจียงไห่เทียน, เจียงไห่หยาง, เจียงไห่โป, เจียงเสี่ยวโจว, เจียงเสี่ยวจี๋, เจียงเสี่ยวไป๋, เจียงเสี่ยวเฟิ่ง และคนอื่นต่างก็ให้เงินอั่งเปากับหวังเทาด้วย
พวกเขาไม่ได้ให้ทุกคน แต่ให้ในนามแต่ละครอบครัว
ซึ่งพวกเขาก็ตกลงกันว่าจะให้ครอบครัวละ 120 หยวน ซึ่งก็ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป
อย่างไรก็ตาม ซองอั่งเปาที่เจียงไห่โปมอบให้นั้นกลับใหญ่กว่าทุกคน
เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็จะเป็นลูกเขยของเขาในอนาคต !
หลังจากปรึกษากับเจี่ยงชุ่ยหยูแล้ว พวกเขาก็ใส่เงินอั่งเปา 1,200 หยวน
ซึ่งเงินในอั่งเป่าหนึ่งซอง ก็ได้พอกับเงินเดือนของสองสามีภรรยาหวังเป่ากั๋วและหลี่ซิ่วหลัน
ระหว่างทางไปชิงโจว หลังจากที่หลี่ซิ่วหลันเปิดซองดู เธอก็พูดกับเจียงเสี่ยวเฟิ่งด้วยความลำบากใจ “เสี่ยวเฟิ่ง พ่อแม่ของหนูให้เงินอั่งเปาหวังเทามาเยอะเกินไป”
เจียงเสี่ยวเฟิ่งยิ้มและพูดว่า “คุณป้า พ่อของหนูให้ก็รับไปเถอะค่ะ พวกเขาไม่ได้ขาดแคลนเงิน”
ทันใดนั้น หลี่ซิ่วหลันก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
บอกได้คำเดียวว่าลูกชายของเธอกำลังตกถังข้าวสารแล้ว !
ถ้าเจอครอบครัวที่ร่ำรวยขนาดนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคตอีกต่อไป
เธอจึงหันไปพูดกับหวังเทาว่า “เทาเทา ลูกต้องปฏิบัติต่อเสี่ยวเฟิงอย่างดี ไม่งั้นแม่จะจัดการกับลูกเอง ! ”
“แม่ ผมจะดูแลเสี่ยวเฟิงอย่างดีครับ ! ” หวังเทาตอบอย่างรวดเร็ว
หวังเป่ากั๋วที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็พูดออกมาว่า “งั้นในวันแรกของปีใหม่นี้ เราไปอวยพรปีใหม่ให้พ่อแม่ของเสี่ยวเฟิ่งกันไหม ! ”
การเอาตีนหมูไปอวยพรบ้านพ่อตาแม่ยายในวันแรกของปีใหม่ เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมานานของซิงโจว
ที่หวังเป่ากั๋วพูดออกมาแบบนี้ ก็เพราะเขาให้เกียรติเจียงเสี่ยวเฟิ่ง
ในอีกด้านหนึ่ง ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ออกจากบ้านของเจียงไห่โปแล้วเหมือนกัน
ระว่างทางที่เขาเดินกลับ ก็ทนไม่ไหวกับความกระตือรือร้นของคนในหมู่บ้าน จึงได้นั่งดื่มชาและพูดคุยกันตามบ้านต่าง ๆ
จากนั้นก็กลับไปพักผ่อน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังอาหารเช้า เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินก็พาเจียงอันและเจียงห่าวออกจากเจียงวานเพื่อเดินทางไปยังเทียนจิง
เมื่อมาถึงสนามบินชิงโจว ครอบครัวของหลินต้าเหว่ยก็รออยู่ที่สนามบินแล้ว
“พ่อ แม่ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวทักทายก่อน
หลินต้าเหว่ยและหลิวอี้ถิงยิ้มและพยักหน้าให้ จากนั้นคนหนึ่งก็เข้าไปอุ้มเจียงอันและอีกคนก็เข้าไปอุ้มเจียงห่าว
“พี่เขย พี่สาว ! ”
หลังจากที่หลินเจียลี่กล่าวสวัสดี เธอก็บิดแขนของเจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “ทำไมพี่ไม่ได้ขับรถแลนด์โรเวอร์มารับเรา รถจี๊ปของพ่ออึดอัดมาก”
หลินต้าเหว่ยพูดด้วยความโกรธว่า “ถ้ารู้สึกไม่สบายใจจะนั่งมาทำไม ถ้าพ่อรู้ว่าลูกคิดแบบนี้ พ่อจะให้ลูกนั่งรถมินิบัสมาแทน”
หลินเจียลี่แลบลิ้นออกมา
หลินเจียเล่อเดินไปหาเจียงเสี่ยวไป๋และพูดออกมาว่า “พวกพี่อุ้มอันอันกับห่าวห่าวมาแล้ว ยังเอาของมาเยอะขนาดนี้ไปทำไม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ตรุษจีนทั้งที เราก็ต้องนำของพิเศษจากชิงโจวมาบ้าง คุณปู่จะต้องชอบมันอย่างแน่นอน”
“ก็จริงครับ ! ” หลินเจียเล่อพยักหน้าและไปช่วยยกกระเป๋าและของฝาก
พวกเขาทั้งสองพาลูกสองคนและของต่าง ๆ ที่เตรียมไว้มาด้วย และมันก็ยากที่จะถือขึ้นเครือง หากว่าไม่มีครอบครัวของหลินต้าเหว่ย เขาก็คงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจริง ๆ
กว่าจะถึงสนามบินของเทียนจิงก็ตอนเย็นแล้ว
หลินชู่พาเจียงชานมารับพวกเขาที่สนามบิน ส่วนหลินเจียเหลียงและหลินเจียจวินก็ขับรถมาคนละคัน
นั่นเป็นเพราะเจียงเสี่ยวไป๋นำของมามากมาย จึงไม่สามารถยัดใส่รถคันเดียวได้
“พ่อคะ แม่คะ ในที่สุดก็มาถึงแล้ว ? ”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินเดินออกจากสนามบิน เจียงชานก็วิ่งเข้ามาหาพวกเขาทันที และตะโกนอย่างมีความสุข
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม “เฮ้ ลูกสาวคนโตของพ่อก็มารับพ่อเหมือนกันเหรอนี่ พ่อดีใจมาก ! ”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “หนูไม่ได้เจอพ่อกับแม่มานานแล้ว หนูก็ต้องมารับพ่อกับแม่สิคะ ! ”
“หนูอยากเป็นคนแรกที่พบพ่อกับแม่ในเทียนจิง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ ส่วนหลินเจียอินก็ดูมีความสุขมาก
หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานกว่าสิบวัน ลูกสาวของพวกเขาดูสูงขึ้นไปอีก
เด็ก ๆ ก็เป็นแบบนี้ คุณจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเลยเมื่ออยู่ด้วยกันทุกวัน แต่เมื่อคุณเห็นพวกเขาอีกครั้งหลังจากห่างกันสักพัก คุณจะรู้สึกว่าพวกเขาสูงขึ้นทันที
หลังจากอ้อนพ่อแม่ของเธอแล้ว เจียงชานก็ทักทายหลินต้าเหว่ยและคนอื่น
หลังจากเสร็จแล้ว เธอก็แทบรอไม่ไหวที่จะพูดว่า “เร็วเข้า เร็วเข้า หนูขอเล่นกับน้องอันอันและน้องห่าวหาวหน่อย ! ”
หลินต้าเหว่ยและหลิวอี้ถิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องนั่งยอง และปล่อยให้เจียงชานทักทายเจียงอันและเจียงห่าว
“เอาล่ะ ไหนเรียกพี่สาวสิ ! ”
เจียงชานเข้ามาหาเจียงห่าว เล่นมือเล็ก ๆ ของเธอ และพูดอย่างกระตือรือร้น
“พี่จ๋าว……”
เจียงห่าวตอบด้วยรอยยิ้ม ซึ่งทำให้เจียงชานหัวเราะชอบใจมาก
จากนั้น เธอก็ไปพูดกับเจียงอันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เด็กชายคนนี้ไม่ได้ประพฤติตนดีเหมือนกับเจียงห่าว หลังจากที่เจียงชานบอกให้เขาเรียก ‘พี่สาว’ ไปหลายครั้ง เขาก็แค่แลบลิ้นและเป่าฟองน้ำลายออกมา โดยที่ไม่ได้เรียกพี่สาวแม้แต่คำเดียว
เจียงชานจึงอารมณ์เสียมาก