ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1159 แล้วที่ประชุมว่าอย่างไรบ้าง
ตอนที่ 1159 แล้วที่ประชุมว่าอย่างไรบ้าง
ในวิลล่าของชายชราหลิน
หลินต้าเหว่ยและพ่อของเขาไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ทำให้พวกเขาก็มีหลายเรื่องที่ต้องพูดกันไม่รู้จบ ส่วนหลินเจียเหวยและหลินเจียเล่อก็ไม่เคยเห็นชายชรามาก่อน ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมาก
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ชายชรามีความสุขที่สุดคือเขาได้พบกับเด็กน้อยทั้งสองคน เจียงอันและเจียงห่าวครั้งแรก
“อันอัน ห่าวห่าว เรียกฉันสิ ! ”
ชายชราอุ้มเจียงอันตัวน้อยแล้วพูดหยอกล้อ
เจียงชานพูดว่า “คุณปู่ทวด อันอันยังไม่รู้ว่าจะเรียกคุณปู่ทวดอย่างไร แต่เขาเรียกหนูว่าพี่สาวได้แล้ว”
ชายชราพูดอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขาเรียกพี่สาวให้ทวดฟังหน่อยสิ”
“อันอัน เรียกพี่สาวสิ ! ” เจียงชานยื่นหน้าเข้าไปหาเจียงอันทันที
“ป่าป๊า…”
“หม่าม๊า…”
“ย่า จ๋า……”
“……”
เด็กน้อยเรียกได้ทั้งป่าป๊า, หม่าม๊า, ปู่, ย่า, ตาและยาย เขาสามารถเรียกได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ไม่ยอมเรียกว่าพี่สาว และไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองเธอด้วยซ้ำ
เจียงชานจึงได้แต่กัดฟันด้วยความโกรธ
แต่ชายชรากลับหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
“ชานชาน ศักดิ์ศรีของหนูยังไม่เพียงพอ ! ”
เจียงชานกล่าวว่า “อันอันไม่เชื่อฟัง แต่ห่าวห่าวเป็นเด็กดีนะคะ หนูบอกให้เธอเรียกพี่สาว เธอก็ทำตาม”
ดูเหมือนชายชราจะไม่เชื่อ “ถ้าอย่างนั้นให้เธอเรียกให้ปู่ฟังหน่อย ! ”
เจียงชานเข้าไปอุ้มเจียงห่าวจากมือของหลินเจียลี่ แล้วพูดว่า “ห่าวห่าว เรียกพี่สาวสิ ! ”
“พี่จ๋าว… พี่จ๋าว…”
เจียงห่าวไว้หน้าเจียงชานมาก เธอตะโกนเรียกพี่สาวออกมาหลายครั้งติดต่อกัน
เจียงชานพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “คุณปู่ทวด ดูสิ เธอตะโกนเรียกหนูได้แล้ว”
ชายชราเองก็ได้ยินจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นชานชานสอนห่าวห่าวให้เรียกคุณปู่ทวดหน่อยสิ ! ”
เจียงห่าวสามารถเรียกได้สองพยางค์ เพราะเจียนชานสอนเธอมาเป็นเวลานาน แต่พอสอนเธอเรียก ‘คุณปู่ทวด’ เด็กน้อยกลับเรียกไม่ได้ สักพักเด็กน้อยก็เปลี่ยนมาเรียก “ป่าป๊า” สักพักก็เรียก “ตา ยาย” สักพักก็เรียก “หม่าม๊า” …
มันทำให้ทั้งครอบครัวหัวเราะออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋สังเกตเห็นว่านอกจากเขาและพ่อตาแล้ว มีเพียงหลินเจียตง หลินเจียเหลียง และหลินเจียจวินเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงถามหลินเจียจวินว่า “พี่จวิน ลุงรองไม่มาเหรอ ? ”
หลินเจียจวินพูดว่า “ลุงใหญ่กับพ่อจะมาพรุ่งนี้เช้า”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้ารับ
เขาเข้าใจว่าแม้ว่าวิลล่าของชายชราจะมีหลายห้อง แต่สมาชิกในตระกูลหลินก็มีเยอะมาก และอาจรองรับได้แค่คนที่มาในวันนี้ ส่วนคนที่เหลือไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงได้แต่รอจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า
เขาจึงไม่ได้ถามเรื่องนี้อีก เพราะถึงอย่างไรพรุ่งนี้ก็จะได้เจอลุงใหญ่กับลุงรองแล้ว ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องรีบ
หลินเจียจวินพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ทำไมนายถึงเอาดอกไม้ไฟใส่รถมาเยอะขนาดนี้ล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นี่ก็ปีใหม่แล้ว ให้คุณปู่มีความสุขบ้างและครื้นเครงบ้างสิ พี่จะให้เราฉลองกันอย่างเงียบเหงาเหรอ ? ”
หลินเจียจวินพูดด้วยความโกรธ “นายก็คิดแค่ว่าให้คุณปู่มีความสุข นายรู้ไหมว่าหลินชู่และฉันเกือบขาหักตอนที่เอาดอกไม้ไฟเข้ามาที่บ้าน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดด้วยความประหลาดใจ “ไม่รู้ครับ แล้วทำไมพี่ไม่ลองจุดดอกไม้ไฟดูสักดอกล่ะ ? ขนดอกไม้ไฟเข้ามาแค่นี้ พี่อ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”
หลินเจียจวินพูดด้วยความโกรธ “นายนี่โง่จริง ๆ ฉันไม่ได้หมายถึงการขนดอกไม้ไฟ แต่ฉันหมายถึงว่ากว่าจะเอาดอกไม้ไฟและประทัดพวกนั้นผ่านประตูชุมชนข้ามาได้ต่างหาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยความประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ? ”
หลินเจียจวินพูดด้วยความโกรธว่า “นายลืมไปแล้วเหรอว่าดอกไม้ไฟพวกนี้ทำมาจากอะไร ? ”
“รถขนดอกไม้ไฟคันใหญ่นั่นก็เหมือนกับรถขนดินปืนคันใหญ่ ! ”
ฟังแบบนั้น เจียงเสี่ยวไป๋จึงเข้าใจ
ชุมชนนี้ไม่ใช่ชุมชนธรรมดา คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนอยู่ในระดับเดียวกับชายชราทั้งหมด
มันไม่ง่ายเลยที่จะนำดอกไม้ไฟที่เต็มรถบรรทุกเข้ามาในสถานที่แบบนี้
แต่โชคดีที่สุดท้ายก็เข้ามาได้ในที่สุด เขาจึงพูดว่า “ขอบคุณมากนะครับ ที่ช่วยให้เอาเข้ามาจนได้ ! ”
หลินเจียจวินโบกมือปัด “ฉันบอกนายไว้ก่อนว่าคราวหน้าฉันจะไม่ทำให้แล้ว”
แต่ทั้งหมดนี้ที่พูดมามันยังไม่หมด
เพราะตอนนี้ รถบรรทุกดอกไม้ไฟก็ยังไม่ได้ถูกย้ายไปยังบ้านพักของชายชรา แต่สำนักงานบริหารของชุมชนกลับหาสถานที่พิเศษสำหรับจัดเก็บดอกไม้ไฟเหล่านั้นให้
ถึงอย่างนั้น พวกเขายังจัดเตรียมพื้นที่สำหรับจุดพลุไว้ให้ด้วย เมื่อตระกูลหลินต้องการจุดพลุ เจ้าหน้าที่ในสำนักงานจะจัดการช่วยจุดพลุให้
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนี้จึงพูดว่า “ขอโทษครับ ผมไม่ได้คิดอย่างรอบคอบเอง”
หลินเจียจวินเม้มริมฝีปากของเขา “แต่คุณปู่ตั้งตารอที่จะจุดพลุดอกไม้ไฟจริง ๆ ”
เขาเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่านายมีอะไรดี แต่ทั้งคุณปู่และคนอื่นต่างก็รักนายมาก”
ทุกครั้งที่เหล่าโฮ่ว คุณปู่ ลุงใหญ่ และพ่อของเขาพูดคุยเกี่ยวกับเจียงเสี่ยวไป๋ พวกเขามักจะยกย่องเจียงเสี่ยวไป๋เสมอ แต่เมื่อพูดถึงเขา พวกเขาก็มักจะดุหรือตำหนิตลอด
เขาแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคนแก่ถึงชอบเจียงเสี่ยวไป๋ ?
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นั่นก็เพราะผมเป็นคนที่มีเสน่ห์ไงล่ะ ! ”
หลินเจียจวินเยาะเย้ย “คนอย่างนายเนี่ยนะมีเสน่ห์ ลืมมันไปซะเถอะ ! ฉันคิดว่านายแค่ชอบประจบประแจงพวกเขามากกว่า ! ”
ข้อกล่าวหาเริ่มเข้ามาทีละข้อ
“อันดับแรก ตอนที่นายไปบ้านเกิดของเหล่าโฮ่ว นายก็เอาเครื่องส่งรับวิทยุให้เขา และซื้อแผ่นเสียงให้เขา ! ”
“เมื่อนายมาที่บ้านของฉัน นายก็นำผักนอกฤดูที่ปลูกในเจียงวาน ไม่เพียงแต่แม่ของฉันเท่านั้นที่ชอบ แม้แต่แม่บ้านอู๋ก็ดูจะมีความสุขมาก”
“ตอนที่นายมาบ้านคุณปู่ครั้งแรก นายก็ใช้ท่าไม้ตายเดิมอีกครั้ง นั่นก็คือเอาผักนอกฤดูมาฝากคุณปู่ และยังได้ชุดเครื่องลายคราม 7501 ของคุณปู่กลับไปอีกด้วย ! ”
“……”
“ตอนนี้ก็เทศกาลตรุษจีน นายก็เอาดอกไม้ไฟมาเต็มคันรถบรรทุก”
“อืม คุณปู่ชอบความตื่นเต้น ไม่แปลกที่เขาจะชอบ ! ”
ขณะที่หลินเจียจวินพูดอย่างกระตือรือร้น เสียงของหลินเจียตงก็ดังมาจากด้านหลัง “จวินจวิน นี่เป็นดอกไม้ไฟที่ผลิตโดยโรงงานประทัดภายใต้เจียงเจียกรุ๊ปไม่ใช่เหรอ ? ”
“ที่จริงไม่จำเป็นต้องให้เสี่ยวไป๋เอามา นายที่เป็นผู้ช่วยก็สามารถไปขอให้โรงงานในเทียนจิงเอาใส่รถมาส่งให้ก็ได้ ! ”
“ทำไมนายไม่ทำล่ะ”
หลินเจียจวินชะงักไป
ใช่ ทำไมเขาไม่ทำมันล่ะ ?
เมื่อมองย้อนกลับไปที่หลินเจียตง เขาก็พูดว่า “ตอนนั้นผมไม่ได้คิดถึงมัน ! ”
หลินเจียตงยิ้มและพูดว่า “ไม่ใช่ว่านายไม่คิดถึงมันในเวลานั้น แต่แม้แต่ตอนนี้นายก็ยังไม่ได้คิดถึงมันเลย”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “นายนั้นรอบคอบจริง ๆ และยังเข้าใจความคิดของคุณปู่ได้ดีกว่าพวกเราที่เป็นหลานแท้ ๆ เสียอีก”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ ไม่อยากพูดถึงปัญหานี้อีกต่อไป และเปลี่ยนเรื่องทันที “ใช่สิ ครั้งล่าสุดที่ผมคุยกับพี่เรื่องที่ให้คนไปตรวจสอบอุตสาหกรรมการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา ได้ผลอย่างไรบ้างครับ ? ”
เมื่อหลินเจียจวินได้ยินแบบนี้ เขาก็พูดอย่างไม่พอใจ “เสี่ยวไป๋ พรุ่งนี้เป็นวันปีใหม่ วันปีใหม่ขอให้ได้พักผ่อนดี ๆ และไม่คุยเกี่ยวกับเรื่องงานได้ไหม ! ”
หลินเจียตงยิ้มและพูดว่า “จวินจวิน ไหน ๆเราก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว มาคุยกันสักพักเถอะ”
หลินเจียจวินยิ่งไม่พอใจมากขึ้น “พี่เจียตง พี่หยุดเรียกผมว่าจวินจวินได้ไหม ผมอายุน้อยกว่าพี่เพียงไม่กี่ปี ดังนั้นอย่าหัวโบราณไปหน่อยเลย”
หลินเจียตงยิ้มและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “กระทรวงของเราได้ไปตรวจสอบมาแล้ว การพัฒนาธุรกิจโทรคมนาคมของที่นั่นไปไกลกว่าเรามาก”
“พวกเขายังได้เห็นโทรศัพท์มือถือที่นายพูดถึงด้วย มันสะดวกจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หากโทรศัพท์มือถือถูกผลิตขึ้นมา มันก็จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปอย่างแน่นอน”
หลินเจียตงพยักหน้าและพูดอย่างเห็นด้วย “ฉันเองก็เชื่ออย่างนั้น และหลังกลับมาจากการตรวจสอบ หน่วยงานของเราก็ได้จัดประชุมเพื่อศึกษาเรื่องนี้ด้วย ซึ่งจะมีการดำเนินการครั้งใหญ่ต่อไป”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกมีความสุขหลังจากได้ยินแบบนี้ เขาจึงถามว่า “แล้วที่ประชุมว่าอย่างไรบ้างครับ ? ”