ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1163 วันส่งท้ายปีเก่าอีกครั้ง
ตอนที่ 1163 วันส่งท้ายปีเก่าอีกครั้ง
ผ่านไปไม่นาน หลินต้ากั๋วและมู่เสี่ยวหวานก็ได้มาถึงพร้อมกับหลินเจียเซิ่ง หลินเจียปิง และคนอื่น
สิ่งแรกที่ทุกคนทำเมื่อมาถึงคือการอวยพรปีใหม่ให้กับชายชรา
ชายชราที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ยิ้มรับพรจากคนที่อายุน้อยกว่า
หลังจากที่ทุกคนกล่าวคำอวยพรปีใหม่เสร็จแล้ว เขาก็ได้หยิบซองอั่งเปาออกมาและมอบเงินปีใหม่ให้กับทุกคน
ผู้ใหญ่ที่มีครอบครัวจะได้รับ 20 หยวน ส่วนเด็ก ๆ จะได้รับคนละ 30 หยวน ซึ่งทุกคนจะได้รับตามมาตรฐานนี้ทั้งหมด
แม้แต่หลินต้ากั๋วก็ยังได้รับเงินปีใหม่เช่นกัน
ตอนที่รับเงินปีใหม่มา เขาไม่รู้จะต้องทำหน้าอย่างไรจริง ๆ
ไม่คิดเลยว่าเขาในวัย 60 กว่าปีจะยังได้รับเงินอั่งเปากับเขาด้วย
และไม่รู้ว่าพ่อของเขาไปได้แรงบันดาลใจนี้มาจากไหน ?
แต่มันก็ทำให้หลินเจียหง, หลินเจียลี่ และคนอื่นมีความสุขกันมาก
เพราะพวกเขาคิดว่าการได้เงินปีใหม่จากคุณปู่เป็นเรื่องที่ยากมาก ทำให้เวลาที่เขาได้รับเงินมา พวกเขาก็อยากจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกเสมอ
แน่นอนว่าเด็ก ๆ ทุกคนที่ได้รับเงินนั้นมีความสุขมากเช่นกัน ทั้งหลินจื้อหยวนและหลินจื้อเสวี่ยต่างก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขในขณะที่ถือเงินไว้ในมือ
ถึงแม้ว่าตระกูลหลินจะมีหน้ามีตาและฐานะร่ำรวย แต่การสอนของครอบครัวหลินนั้นเข้มงวดมาโดยตลอด เมื่อก่อนเวลาที่ผู้ใหญ่ให้เงินปีใหม่กับลูก ๆ ในช่วงตรุษจีน พวกเขามักจะให้แค่หนึ่งหรือสองหยวนเท่านั้น พวกเขาไม่เคยได้รับธนบัตรสิบหยวนมาก่อนเลย
แต่ในคราวนี้พวกเขาได้รับเงินปีใหม่ก้อนใหญ่จากชายชรา ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เยอะที่สุดที่พวกเขาเคยได้รับมาเลย
แต่ในทางกลับกัน หลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินกลับดูสงบมาก
เพราะในช่วงตรุษจีนปีที่แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋น้าเขยของเขาก็ได้มอบเงินปีใหม่ให้พวกเขาจำนวน 120 หยวนด้วยเหมือนกัน
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ตื่นเต้นกับเงินจำนวนเล็กน้อยเท่านี้
หลังจากที่ชายชราแจกเงินปีใหม่เสร็จแล้ว ก็ถึงตาของหลินต้ากั๋วและมู่เสี่ยวหวาน
และแน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองเองก็เตรียมตัวมาอย่างดีเหมือนกัน พวกเขาหยิบเอาซองสีแดงออกมาทีละซอง แล้วแจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ ทุกคน
จากนั้นก็เป็นตาของหลินต้าเหว่ยและหลิวอี้ถิง ตามมาด้วยหลินเจียเซิ่ง, หลินเจียปิง, หลินเจียจวิน, หลินเจียหง, หลินเจียเหวยและเจียงเสี่ยวไป๋ก็ทยอยแจกอั่งเปาตามลำดับด้วยเช่นกัน
ทำให้ภายในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคัก
หลังจากแจกจ่ายอั่งเปาเสร็จแล้ว ชายชราก็เรียกเจียงเสี่ยวไป๋ “เสี่ยวไป๋ มานี่หน่อย”
เจียงเสี่ยวไป๋เดินไปหาชายชราแล้วถามด้วยรอยยิ้ม “คุณปู่มีอะไรเหรอครับ”
ชายชราเพียงเหลือบมอง ก่อนที่จะเรียกหลินเจียเซิ่งมาเช่นกัน “เสี่ยวเซิ่ง มานี่หน่อยสิ”
เมื่อหลินเจียเซิ่งได้ยินแบบนั้นก็เดินไปหาชายชราในทันที
ชายชราพูดขึ้นมาว่า “พวกนายสองคนยังไม่เคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม เดี๋ยววันนี้ปู่จะแนะนำให้รู้จักกันเอง”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็หันไปพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “นี่คือเจียเซิ่ง ลูกชายคนโตของลุงรอง”
“สวัสดีครับพี่เจียเซิ่ง ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายอย่างรวดเร็ว
หลินเจียเซิ่งหัวเราะ “เสี่ยวไป๋ ฉันเองก็ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของนายมานานแล้ว และฉันก็เห็นนายมาที่เทียนจิงนี้หลายครั้งแล้วด้วย แต่น่าเสียดายที่ฉันยุ่งอยู่แต่กับงาน เลยไม่มีโอกาสได้เจอนายเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มรับและพูดว่า “มันก็อาจเป็นเพราะโชคชะตาของเราก็ได้ แต่ในตอนนี้เราก็ได้เจอกันแล้ว ! ”
หลินเจียเซิ่งยิ้มรับเช่นกัน “ใช่แล้ว ได้มาเจอพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวเลยด้วย ! ”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็มองไปที่ห้องนั่งเล่นที่กำลังมีเสียงดัง แล้วพูดว่า “เมื่อคืนน้องสามก็ได้เล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังด้วยเหมือนกัน มาเถอะ เราออกไปคุยกันดีกว่า”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้คาดคิดเลยว่าหลินเจียจวินกลับไปเมื่อคืนแล้วจะไปคุยกับหลินเจียเซิ่งด้วย ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าทันที และเดินออกไปที่สนามหญ้ากับเขา
“เอาบุหรี่นี่ไปสูบสิ ! ”
หลังจากที่เข้ามาในสวนกันแล้ว หลินเจียเซิ่งก็หยิบเอา ‘บุหรี่แพนด้า’ ออกมา แล้วยื่นให้กับเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋ขอบคุณเขาและหยิบมาพร้อมกับหยิบเอาไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งออกมา เขาจุดให้หลินเจียเซิ่งก่อน แล้วถึงจุดให้ตัวเองต่อ
หลินเจียเซิ่งมองไปที่ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งในมือของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “สินค้าชิ้นแรกที่ทำให้ฉันรู้จักนายก็คือไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งนี่แหละ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ภาพในอดีตก็ได้ย้อนเข้ามา เขาถอนหายใจออกมาพลางพูดว่า “นายคงไม่รู้ใช่ไหมว่าในตอนนั้นที่หลินเจียจวินเขาไปชิงโจวเพื่อไปเอาไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งจากนายสิบอัน เขาก็โทรหาฉันและพยายามจะส่งมาให้ฉันทางเครื่องบินให้ได้……”
เจียงเสี่ยวไป๋ตะลึง เขาจำได้ว่าตอนแรกเขามีไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งที่เป็นรุ่นทดลองเท่านั้น ตอนนั้นหลินเจียจวินขอเขาไปสิบอันและบอกว่าจะเอาไปให้คนอื่น แต่เขาไม่คิดเลยว่าไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งที่ไม่ได้มีราคาแพงอะไรจะได้ถูกส่งจากเจียงเฉิงมาที่เทียนจิงโดยเครื่องบิน
เพราะต้องรู้ว่าในอนาคต ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งจะไม่ได้รับอนุญาตให้พกขึ้นเครื่องด้วยซ้ำ !
เขายิ้มอย่างขมขื่น และพูดว่า “ของเล็กน้อยแค่นี้ ไม่เห็นจำเป็นต้องส่งผ่านเครื่องบินเลย”
“แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ทำให้ได้รู้ว่าพี่จวินดีกับพี่ชายของเขา พอมีของใหม่ ๆ เขาก็นึกถึงพี่ทันที”
หลินเจียเซิ่งพูดด้วยรอยยิ้ม “เขาเป็นคนดีมาก เขาปฏิบัติต่อคนของเขาด้วยใจเสมอ”
หลังจากที่พูดจบแล้ว เขาก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาแล้วพูดว่า “ช่างมันเถอะ เราหยุดพูดถึงเขาก่อน แล้วมาพูดเรื่องนายกันดีกว่า ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดในสิ่งที่คิดทันที
หลังจากที่ได้ยินสิ่งนี้ หลินเจียเซิ่งก็พูดว่า “เรื่องการออกใบอนุญาตไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแต่หากให้ทำในตอนนี้คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมรู้เรื่องนี้ดี แต่ผมก็ยังคงคิดถึงอนาคตเสมอ เมื่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น ผู้คนก็จะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหมือนกัน และองค์กรเอกชนก็จะได้พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ การแลกเปลี่ยนความสามารถจึงมีความสำคัญมากในตอนนี้ และในตอนนี้ผมก็ได้เริ่มสร้างเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความสามารถแล้วด้วย ในอนาคตมันอาจจะไปได้ดีก็ได้”
หลินเจียเซิ่งที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบไปว่า “ไม่แปลกใจเลยที่อาชีพการงานของนายจะประสบผลสำเร็จมากมายขนาดนี้ วิสัยทัศน์ของนายดีมาก เหมือนกับว่านายสามารถมองเห็นอนาคตได้อย่างไรอย่างนั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างนอบน้อมว่า “นั่นก็เพราะว่าเวลาที่จะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ผมก็จะคำนึงถึงอนาคตเสมอ”
หลินเจียเซิ่งกล่าวว่า “ถ้างั้นนายก็เตรียมข้อมูลมา แล้วเดี๋ยวฉันจะจัดการให้หลังจากกลับไปทำงาน”
เจียงเสี่ยวไป๋ย่อมตอบรับในทันที
แต่เขาจะกลับไปที่ชิงโจวในวันที่เจ็ดของปีใหม่ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ได้อยู่ที่เทียนจิงแล้ว แต่เขาก็จะขอให้พนักงานของเขาในเทียนจิงเป็นคนส่งข้อมูลมาให้แทน
หลินเจียเซิ่งเองก็รู้ว่ามีสำนักงานของเจียงเจียกรุ๊ปอยู่ในเทียนจิง
ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น พวกเขาก็เห็นหลินต้าจ้าวและคนอื่นกำลังเดินมาที่วิลล่า
“ลุงใหญ่และคนอื่นมาแล้ว ! ”
หลินเจียเซิ่งจึงพูดว่า “ไปทักทายพวกเขากันเถอะ”
หลินต้าจ้าวไม่เพียงแต่เป็นพี่คนโตในบรรดาทายาทรุ่นที่สองของตระกูลหลินเท่านั้น แต่สถานะของเขาในครอบครัวหลินยังเป็นรองแค่ชายชราเท่านั้น และเขาก็ยังเป็นรองผู้จัดการของสภากิจการรัฐบาล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจสูง ที่แม้แต่หลินเจียเซิ่งเองก็ยังไม่กล้าที่จะละเลย
“คุณลุง ! ”
“คุณป้า ! ”
“สวัสดีปีใหม่นะครับคุณลุง ! ”
“สวัสดีปีใหม่ครับคุณป้า ! ”
หลินเจียเซิ่งและเจียงเสี่ยวไป๋กล่าวทักทายพวกเขาด้วยความเคารพ
“สวัสดีปีใหม่เช่นกัน ! ”
หลินต้าจ้าวตอบและพูดด้วยรอยยิ้ม “เจียเซิ่ง เสี่ยวไป๋ เมื่อกี้นายสองคนกำลังคุยอะไรกันอยู่ข้างนอก ? ”
เนื่องจากผู้ใหญ่ถาม และนี่ก็เป็นวันส่งท้ายปีแล้ว หลินเจียเซิ่งจึงไม่กล้าพูดโกหก เขาจึงเล่าเรื่องที่คุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ไปเมื่อครู่นี้ให้ลุงใหญ่ฟังคร่าว ๆ
หลินต้าจ้าวฟังและพูดด้วยความสนใจ “ความคิดนี้ดีเลย ! ”
“เสี่ยวไป๋ อีกครู่หนึ่งมาคุยรายละเอียดให้ลุงฟังที ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมากจึงตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
หลินต้าจ้าวไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนที่จะเดินไปที่วิลล่าเพื่ออวยพรปีใหม่ให้กับชายชรา
“สวัสดีปีใหม่ครับพ่อ ! ”
หลินต้าจ้าวทักทายด้วยความเคารพและกล่าวอวยพรเขา
แม้ว่าสถานะและชื่อเสียงของเขาจะสูงส่งแค่ไหนเมื่ออยู่นอกบ้าน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เป็นพ่อ เขามีเพียงสถานะเดียวเท่านั้น
นั่นก็คือสถานะลูกชาย !
“สวัสปีใหม่นะเจ้าใหญ่ ! ”
ชายชราตอบด้วยรอยยิ้ม
เขาให้ความสำคัญกับลูกชายคนโตของเขามาก และหลินต้าจ้าวก็ทำตามความคาดหวังของเขาและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงมาก
“เจ้าใหญ่ มานี่สิ พ่อจะให้เงินปีใหม่ ! ”
ชายชราเรียกหลินต้าจ้าวมาพร้อมกับยื่นธนบัตรสิบหยวนให้สองใบ
“เงิน…ปี…ใหม่ ! ”
มุมปากของหลินต้าจ้าวกระตุกอย่างรุนแรง