ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1164 ตระกูลหลินรวมตัวกัน
ตอนที่ 1164 ตระกูลหลินรวมตัวกัน
ทันทีที่หลินต้าจ้าวและครอบครัวของเขามาถึง ทำให้ในตอนนี้ตระกูลหลินทั้งสี่รุ่นได้มารวมตัวกันครบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ชายชราเป็นรุ่นแรก
รุ่นที่สองมีคนโตคือหลินต้าจ้าว คนรักของเขาชื่อโจวอ้ายเหลียน คนรองคือหลินต้ากั๋ว คนรักของเขาคือมู่เสี่ยวหวาน ส่วนคนที่สามคือหลินต้าเหว่ย คนรักของเขาคือหลิวอี้ถิง
ส่วนรุ่นที่สามก็มีหลินเจียตง คนรักของเขาคือเฉาเสวี่ยรุ่ย, หลินเจียเหลียง คนรักของเขาคือจูหัว, หลินเจียเซิ่ง คนรักของเขาคือหวงอิง, หลินเจียปิง คนรักของเขาคือจางอ้ายผิง, หลินเจียจวิน, หลินเจียหง, หลินเจียเหวย คนรักของเขาคือหานหยุนอิง, หลินเจียอิน คนรักของเธอคือเจียงเสี่ยวไป๋, หลินเจียลี่ และหลินเจียเล่อตามลำดับ
รุ่นที่สี่ได้แก่หลินชู่, หลินหยู, หลินผู, หลินอี้, หลินกั๋ว, หลินซิง, หลินจื้อหยวน, หลินจื้อเสวี่ย, หลินจื้อเสียน, หลินจื้อหลิน, เจียงชาน, เจียงอัน และเจียงห่าวตามลำดับ
รวมทั้งหมดแล้วมีทั้งหมด 36 คน
หลังจากที่อวยพรปีใหม่และแจกอั่งเปาให้กับทุกคนเสร็จแล้ว ชายชราจึงพูดขึ้นมาว่า “มาเถอะ ไปถ่ายรูปครอบครัวที่สนามหญ้ากันดีกว่า ! ”
การถ่ายภาพครอบครัวถือเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เกือบทุกครอบครัวในยุคนี้มักจะถ่ายภาพด้วยกล้องกันเสียส่วนใหญ่
ภาพถ่ายครอบครัวสามารถเป็นสิ่งที่เอาไว้ดูต่างหน้าได้ในเวลาที่ต้องแยกจากกัน
หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วทำตามที่ชายชราบอก พวกเขาเดินไปที่สวนดอกไม้ในสนาม หลินชู่ขยับเก้าอี้ไม้มะฮอกกานีและบอกให้ชายชรานั่งลง จากนั้นเด็ก ๆ ก็ยืนอยู่ข้างหน้า ส่วนวัยรุ่นให้ไปยืนอยู่แถวที่สอง ส่วนหลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว, หลินต้าเหว่ย และภรรยาของพวกเขาให้ไปยืนอยู่ในแถวที่สาม คนอื่นที่เหลือยืนอยู่ในแถวที่สี่
เนื่องจากมีคนเพียงหกคนในแถวที่สาม เจียงเสี่ยวไป๋และภรรยาของเขาต่างก็อุ้มลูกเล็กด้วย หลินต้าจ้าวจึงให้พวกเขาไปยืนอยู่ในแถวที่สามแทน
“ห้ามกะพริบตานะ ! ทุกคนยิ้ม ! ”
“มองกล้อง ! ”
“3, 2, 1 ! ”
“แชะ แชะ…”
ติงจงผิงถ่ายรูปหลายครั้งติดต่อกัน
หลังจากถ่ายรูปเสร็จแล้ว ชายชราก็พูดขึ้นว่า “เสี่ยวติง ถ้ารูปออกมาไม่ดี ฉันจะตีก้นนาย ! ”
ติงจงผิงพูดอย่างรวดเร็วว่า “ไม่ต้องกังวลครับนายท่าน รูปมันต้องออกมาดีอย่างแน่นอน ! ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ชายชราก็พอใจและพูดว่า “ฉันอยากได้เป็นรูปภาพใบใหญ่สองใบ ! ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้” ติงจงผิงรีบตอบรับในทันที
ชายชราพูดว่า “เด็ก ๆ จะไปเล่นกันก่อนก็ได้นะ แล้วเดี๋ยวค่อยมากินอาหารเย็นพร้อมกัน ! ”
ดังนั้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมต่าง ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋ทำอาหารเก่ง ดังนั้นเขาจึงไปที่ห้องครัว โดยมีหานหยุนอิง จางอ้ายผิง และจูหัวไปช่วยด้วย ส่วนสามพี่น้องหลินต้าจ้าว หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ยก็กำลังนั่งพูดคุยกับชายชราอยู่
……
ที่ชิงโจว
หลังจากที่หวังซิ่วจวี๋ตื่นนอนตอนเช้า เธอก็เดินไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยความเคยชิน แต่มันกลับว่างเปล่า
เพราะโดยปกติแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋จะเป็นคนแรกที่ตื่นมาก่อนเสมอ
หลังจากนั้นไม่นาน เจียงไห่หยางก็ได้เดินออกมาเช่นกัน เมื่อมองไปที่ห้องนั่งเล่นก็เห็นหวังซิ่วจวี๋ที่กำลังมีท่าทีงุนงงยืนอยู่คนเดียว เขาจึงพูดไปว่า “คุณ นั่นคุณกำลังทำอะไรอยู่ ? ”
จากนั้น หวังซิ่วจวี๋ก็กลับมามีสติอีกครั้งและพูดเสียงงึมงำว่า “ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่พอแก่ขึ้น ฉันเลยคิดอะไรฟุ้งซ่านนิดหน่อย”
เจียงไห่หยางเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “คุณกำลังคิดถึงเจ้ารองและคนอื่นอยู่เหรอ ? ”
หวังซิ่วจวี๋พูดเสียงแข็งว่า “พวกเขากำลังไปฉลองปีใหม่ที่เทียนจิง ทำไมฉันต้องคิดถึงพวกเขาด้วย ? ”
เจียงไห่หยางหัวเราะ แล้วพูดว่า “เอาล่ะ เดี๋ยวอีกไม่กี่วันพวกเขาก็จะกลับมาแล้ว เตรียมซองไว้ให้พร้อมล่ะ เมื่อเจ้าห้า เจ้าหก และถิงถิงมาถึง จะได้เอาให้พวกเขา”
“รู้แล้ว ฉันเตรียมไว้หมดแล้วด้วย แม้แต่ของชานชานเองก็ยังมีนะ ! ” หวังซิ่วจวี๋กล่าว
“ผมก็เตรียมไว้เหมือนกัน ! ” เจียงไห่หยางกล่าวต่ออีกว่า “ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นนะ แต่ยังรวมไปถึงของเสี่ยวอันและเสี่ยวห่าวด้วย ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ถอนหายใจออกมา “เห้อ ดูไปแล้วพอพวกเขาไม่อยู่บ้าน บ้านหลังนี้ก็ดูเหมือนจะเงียบเหงาไปเลยเนอะ ! ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ฉันว่าจะไปงานปีใหม่ที่บ้านพี่ชายคนโตสักหน่อย มันน่าจะมีชีวิตชีวากว่า เพราะที่นั่นมีผู้คนมากมาย ! ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น เจียงเสี่ยวหยูก็ได้วิ่งเข้ามา
“พ่อ แม่ สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ร่ำรวยนะคะ ! ”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็ยิ้มออกมาในทันที
“เสี่ยวหยูมาพอดีเลย มานี่สิ พ่อจะให้อั่งเปา ! ”
“ขอบคุณค่ะพ่อ ! ”
เจียงเสี่ยวหยูหยิบซองแดงซองใหญ่จากเจียงไห่หยาง แล้วใส่ลงในกระเป๋าของเธออย่างรวดเร็ว
เจียงไห่หยางเห็นแล้วจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ พ่อไม่ทวงคืนหรอกน่า ! ”
“จริงเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวหยูถามอย่างไม่มั่นใจ
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ลูกไม่ใช่เด็กแล้วนะ คงจะไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยหรอก ฉะนั้นเก็บเอาไปเถอะ ! ”
“ดีเลยค่ะ ! ” เจียงเสี่ยวหยูยิ้มอย่างมีความสุข
“พ่อ งั้นก็แสดงว่าพวกเราก็ไม่ต้องเอาเงินปีใหม่ให้พ่อเก็บไว้แล้วใช่ไหม ! ” ในเวลานี้ เจียงเสี่ยวเหลยรีบวิ่งเข้ามาถามอย่างมีความสุข
เจียงไห่หยางเหลือบมองเขา แล้วพูดอย่างใจเย็น “ฉันพูดถึงแค่ของเสี่ยวหยูเท่านั้น แต่แกก็ยังต้องให้ฉันเก็บไว้เหมือนเดิม ! ”
อะไรนะ ?
เจียงเสี่ยวเหลยคัดค้านทันที “นี่ไม่ยุติธรรมเลยครับ ! ทำไมพ่อถึงไม่ยอมเก็บของเสี่ยวหยู แต่กลับเก็บของผมล่ะ ! ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “โลกนี้มีความยุติธรรมอยู่ที่ไหน ? ขนาดพี่รองเขายังมีรายได้หลายหมื่นล้านต่อปี แล้วแกมีรายได้ปีละเท่าไร ? ”
“พ่อกำลังจะบอกว่ามันยุติธรรมแล้วเหรอ ? ”
จู่ ๆ เจียงเสี่ยวเหลยก็รู้สึกเหมือนกับมะเขือยาวที่ถูกทุบด้วยท่อนน้ำแข็ง
หวังซิ่วจวี๋ทนไม่ไหว จึงพูดว่า “เอาล่ะ วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีแล้ว ทำไมจะต้องมาทะเลาะกันด้วยเนี่ย ! ”
“อ่ะ เสี่ยวเหลย นี่ของลูก ! ”
“ขอบคุณครับแม่ ! ขอให้แม่มีความสุขในวันปีใหม่นี้ และมีสุขภาพแข็งแรงนะครับ ! ”
หลังจากมองไปที่เจียงไห่หยางแล้ว เขาก็ยังคงพูดว่า “พ่อก็ด้วย สวัสดีปีใหม่นะครับ ! ”
“สวัสดีปีใหม่ ! ” เจียงไห่หยางตอบพร้อมกับมอบซองแดงที่เขาเตรียมเอาไว้ให้เขา
ไม่นานหลังจากนั้น เจียงเสี่ยวเฟิง หลัวเจาตี้ และเจียงถิงก็มาถึงเช่นกัน
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็ได้มอบซองแดงให้เจียงถิงตามปกติ
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้เองก็ได้เตรียมเงินมาให้แก่เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูด้วยเหมือนกัน
เจียงถิงพูดว่า “คุณลุงไม่อยู่บ้าน เพราะงั้นหนูเลยได้เงินปีใหม่น้อยมาก ! ”
หลัวเจาตี้กล่าวว่า “ลูกก็นะ ลุงและป้าก็ให้มาตั้งแต่วันที่ 28 แล้วไม่ใช่เหรอ ? ”
เจียงถิงพูดอย่างจริงจังว่า “ของที่ให้ในวันที่ 28 ก็ของวันที่ 28 สิคะ แต่อันนี้ปีใหม่ มันเหมือนกันซะที่ไหน ? ”
หลัวเจาตี้กล่าวว่า “ในเมื่อเขาให้ไปวันที่ 28 แล้ว งั้นของวันที่ 30 ก็ไม่ต้องให้แล้ว ใครเขาให้สองรอบกัน ! ”
เจียงถิงพูดว่า “งั้นเมื่อวานแม่กินข้าวไปแล้ว ทำไมวันนี้ถึงกินอีกล่ะคะ ? ”
หลัวเจาตี้: ……
ลูกพูดมามีเหตุผล เรื่องนี้แม่ไม่แย้ง แต่ทำไมแม่รู้สึกว่าเหตุผลของลูกมันน่าตีล่ะ ?
เจียงเสี่ยวเฟิงเห็นแล้วจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “พอเถอะ ที่ถิงถิงพูดไปก็เพราะว่าเธอคิดถึงลุงของเธอต่างหาก คุณจะจริงจังไปทำไม ? ”
เจียงไห่หยางพูดด้วยรอยยิ้ม “ถิงถิง ไปบ้านปู่ใหญ่กันเถอะ ! ”
“อื้ม ไปฉลองปีใหม่ที่บ้านคุณปู่ใหญ่กันเถอะค่ะ ! ”
เจียงถิงวิ่งตามอย่างมีความสุข
ทั้งครอบครัวนี้พากันเดินไปที่บ้านของเจียงไห่เทียน
“ปัง ปัง ปัง…”
“ปัง ปัง ปัง…”
ระหว่างทางก็ได้มีเสียงประทัดและดอกไม้ไฟดังขึ้นเป็นระยะ
เจียงวานมีบรรยากาศปีใหม่ที่คึกคักมาก
ทุกครัวเรือนมีเงินแล้ว พวกเขาจึงซื้อประทัดและดอกไม้ไฟกันเยอะ
“ลุงไห่หยาง สวัสดีปีใหม่ ! ”
“ชิงซานเองเหรอ สวัสดีปีใหม่นะ ! ”
“ลุงไห่หยาง สุขสันต์วันปีใหม่นะ ! ”
“หยวนเซิ่งเองหรือ สวัสดีปีใหม่ บ้านของนายครึกครื้นมาก ! ”
“ลุงไห่หยาง…”
“ฉางอัน…”
ระหว่างทาง ผู้คนในหมู่บ้านต่างก็กล่าวทักทายเจียงไห่หยางและคนในครอบครัวของเขาด้วยรอยยิ้ม
เจียงไห่หยางเองก็สวัสดีปีใหม่ทุกคนกลับเช่นกัน
……
ในอีกด้านหนึ่ง ที่วิลล่าของชายชราในเทียนจิง หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นยุ่งอยู่ในครัวมาตลอดทั้งเช้า ในที่สุดมื้ออาหารส่งท้ายปีเก่าทั้งสามโต๊ะก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว
“มื้ออาหารส่งท้ายปีเก่าพร้อมแล้ว ! ”
หลินชู่ตะโกนบอกพร้อมกับวางจานลงบนโต๊ะ