ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1166 ชีวิตในชิงโจวของผมมันช่างลำบาก
ตอนที่ 1166 ชีวิตในชิงโจวของผมมันช่างลำบาก
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ฉันเองไม่มีปัญหานะ”
เจียงไห่โปพูดว่า “ส่วนฉันน่ะ ฝีมือยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ! ”
ทั้งสองจึงมองไปที่เจียงไห่หยางในเวลาเดียวกัน
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “มองมาที่ฉันทำไม ? ถ้าพูดถึงเรื่องการสร้างผนังล้อมขึ้นมา ทักษะของพี่กับเจ้าสามยังไม่ดีเท่าฉันเลย”
เจียงไห่โปยิ้มและพูดว่า “แต่ถึงแม้ว่าทักษะของพี่จะดีขนาดไหน แต่หากพี่ไปทำงานนั้นจริง ๆ เสี่ยวไป๋จะต้องบ่นพี่แน่นอน ! ”
เจียงไห่หยางพูดอย่างเย่อหยิ่ง “เขากล้าเหรอ ! ”
หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็พูดอย่างไม่มั่นใจ “ลืมมันไปได้เลย ไม่ต้องไปพูดถึงเขาเลย เขาทำงานทั้งวัน จะรู้ได้อย่างไรว่าฉันไปทำงานพวกนั้น”
เจียงไห่เทียนและเจียงไห่โปหัวเราะร่าทันที
หลังจากหัวเราะ เจียงไห่โปพูดว่า “เอาล่ะ ๆ ฉันจะไม่ไปบอกเขา”
เจียงไห่เทียนพยักหน้าและพูดว่า “เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับพวกเราสามคนพี่น้องที่จะดูแลหลุมศพของพ่อแม่ด้วยตัวเองอยู่แล้ว”
“ฉันจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจากเจียงเสี่ยวไป๋ให้เอง”
เจียงไห่หยางดีใจมาก และกล่าวว่า “เราไม่เพียงแต่จะปรับปรุงภูมิทัศน์แค่บริเวณรอบข้างสุสานเพียงเท่านั้น ถนนระหว่างทางไปสุสานก็ต้องเปลี่ยนเป็นถนนซีเมนต์ด้วย”
เจียงไห่โปพยักหน้าและพูดว่า “ได้ ใช้เงินแค่ไม่เท่าไหร่หรอก ปูนซีเมนต์ก็น่าจะใช้ไม่เกินสองสามถุง”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “น่าจะประมาณนั้น เราจะเริ่มกันหลังจากเดือนแรกสักช่วงกุมภาพันธ์”
เจียงไห่หยางและเจียงไห่โปก็ตกลงร่วมกัน
หลังจากนั้น ทั้งสามคนก็พูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดอื่น ๆ และเจียงไห่เทียนก็ได้โทรหาเจียงเสี่ยวจี๋กับเจียงเสี่ยวโจว ให้เอาธูป กระดาษเงินกระดาษทอง ประทัด และบอกให้ทุกคนเดินไปที่สุสานเพื่อเตรียมส่งบรรพบุรุษ
……
ทางด้านของเทียนจิง
หลังจากทานอาหารเย็นกับครอบครัวเสร็จแล้วในตอนเช้า ชายชราก็รู้สึกเบิกบานใจเลยพูดกับหลินต้าจ้าวไปว่า “มาเล่นไพ่บริดจ์กับพ่อหน่อยสิ”
“ได้สิ ! ” หลินต้าจ้าวตอบตกลงและพูดด้วยรอยยิ้ม “ผม, เจ้ารอง และเจ้าสามจะเล่นกับพ่อเอง”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
หลินต้าเหว่ยพูดอย่างเสียใจว่า “พ่อ ผมขอโทษ ผมเล่นไพ่บริดจ์ไม่เป็นครับ”
เขาชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “แต่ไม่เป็นไรครับ เขาน่าจะเล่นเป็น ให้เขาเล่นแทนผมนะครับ”
ในความเป็นจริงแล้ว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะสามารถเล่นไพ่บริดจ์ได้จริงไหม
เหตุผลที่เขาพูดแบบนี้ก็เพราะว่าถ้าเจียงเสี่ยวไป๋เล่นเป็น เขาจะได้ไม่เสียหน้า แต่หากเล่นไม่เป็น เขาก็มีเจียงเสี่ยวไป๋เป็นเพื่อน
อืม เพราะอย่างน้อยก็ไม่ใช่เขาคนเดียวที่เล่นไม่เป็น
ชายชราเหลือบมองไปที่ที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “ฉันรู้ว่าเขาสามารถเล่นได้ ทั้งยังเล่นเก่งด้วย”
ครั้งสุดท้ายที่เจียงเสี่ยวไป๋มาที่เทียนจิง เขาก็เล่นไพ่บริดจ์เป็นเพื่อนชายชราด้วยเหมือนกัน
หลินต้าเหว่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาเก่งทุกอย่างเลยจริง ๆ ดูเหมือนจะมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่เล่นไม่เป็น
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขามาเล่นกับพ่อ เดี๋ยวผมจะคอยดูอยู่ข้างหลังพ่อและเรียนรู้จากพ่อเอง ครั้งหน้าผมจะได้เล่นได้”
ชายชราดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจอะไร เขาโบกมือปัดพลางพูดว่า “ช่างมันเถอะ ไม่เล่นแล้ว ! ”
เขาเหลือบมองที่หลินต้าจ้าวและพูดว่า “เจ้าใหญ่ หาเวลาไปคุยกับเขาด้วยนะ ! ”
หลินต้าจ้าวเชื่อฟังเหมือนกับนักเรียนชั้นประถมศึกษา เขายิ้มและพูดว่า “ครับพ่อ”
หลินต้ากั๋วพูดว่า “พ่อ ผมก็จะไปคุยกับเขาด้วย ! ”
ชายชราโบกมือ “ไปเถอะ ไปกันทุกคนนั่นแหละ”
หลินต้าเหว่ยทำท่าทีว่ากำลังจะลุกขึ้น แต่ชายชราก็ได้หยุดเขาไว้ “เสี่ยวเหว่ย ลูกไม่ต้องไปหรอก ! ”
หลินต้าเหว่ย “ครับ ? ”
ไม่ได้บอกว่าให้ไปทุกคนเหรอ ?
ทำไมฉันถึงถูกห้ามไม่ให้ไปล่ะ ?
ชายชราพูดว่า “ลูกได้เจอกับเขาบ่อยอยู่แล้ว เพราะงั้นไม่ต้องไปหรอก มาเล่นไพ่บริดจ์กับพ่อดีกว่า ! ”
หลินต้าเหว่ยที่ไม่มีทางเลือกอื่นจึงจำเป็นต้องตอบตกลง
ในตอนนี้ ชายชราเรียกหลินชู่ หลินเจียลี่ และหลินเจียหงมาเล่นไพ่บริดจ์กับหลินต้าเหว่ย
แต่อีกด้านหนึ่ง หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วกำลังเรียกเจียงเสี่ยวไป๋มาพูดคุยที่ห้องหนังสือ
หลินต้ากั๋วหยิบบุหรี่ออกมาและมอบให้หลินต้าจ้าวและเจียงเสี่ยวไป๋ตามลำดับ
หลินต้าจ้าวโบกมือ “ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยสูบแล้ว”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “อย่างน้อยก็ควรสูบสักมวน หากพี่ไม่สูบ เขาก็คงทำตัวไม่ถูกตอนสูบ”
หลินต้าจ้าวยิ้มและพูดว่า “แต่ฉันไม่คิดว่าเขาไม่ใช่คนที่ประหม่าอะไรง่าย ๆ นะ”
หลินต้ากั๋วยิ้ม “ก็ใช่”
เมื่อพูดอย่างนั้นเสร็จ หลินต้าจ้าวก็หยิบมาหนึ่งมวน
เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบจุดบุหรี่ให้พวกเขาทันที
หลังจากที่พูดจบ หลินต้ากั๋วก็พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “โชคดีที่พ่อถูกคุณปู่เรียกไปเล่นไพ่บริดจ์ ไม่เช่นนั้นคุณสามคนที่นั่งอยู่ที่นี่คงเป็นเหมือนคนที่สอบสวนผม”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดกับหลินต้าจ้าวว่า “เห็นไหม เด็กคนนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบพูดติดเล่น ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่”
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “คนหนุ่มสาวน่ะ มีชีวิตชีวาหน่อยถึงจะดี”
หลังจากพูดจบแล้ว เขาก็พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “เอาแบบนี้แล้วกัน มาเริ่มพูดจากเรื่องเมื่อเช้ากันดีกว่า”
หลินต้ากั๋วอดถามไม่ได้ “เกิดอะไรขึ้นในตอนเช้า ? ทำไมผมถึงไม่รู้ ? ”
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “ก็ตอนที่ฉันมาที่นี่ในตอนเช้า เขากำลังพูดถึงแผนพัฒนาคนมีความสามารถกับเจียเซิ่ง”
หลินต้ากั๋วจึงอดไม่ได้ที่จะทำเสียงฮึดฮัดใส่ “เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลย เพิ่งพบกับเจียเซิ่งเป็นครั้งแรกก็เริ่มวางแผนงานคิดใช้ประโยชน์จากเขาแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ลุงรอง ลุงก็เห็นว่าชีวิตของผมในชิงโจวมันยากลำบากมากขนาดไหน ! ”
หลินต้ากั๋วเกือบจะสำลักในคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ “ชีวิตนายในชิงโจวออกจะดี ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ มีรถนำเข้าไว้ขับตั้งไม่รู้กี่คัน มีร้านอาหารอร่อยกระจายตัวอยู่ทุกที่ในเมืองชิงโจว ทั้งยังมีร้านสปาเท้าหลายแห่งไว้ให้ผ่อนคลาย ขนาดผู้นำในชิงโจวอย่างฉีเย่ผิงและถังจิงเทียนยังแทบจะยกนายขึ้นแท่นบูชาอยู่แล้ว กล้าบอกได้อย่างไรว่าชีวิตของตัวเองในชิงโจวนั้นลำบาก”
ในใจของเขาได้แต่บ่นว่าชีวิตของเขายังไม่สุขสบายเท่าเจียงเสี่ยวไป๋เลย แล้วเจ้าเด็กนี่กล้าบ่นออกมาได้อย่างไร ?
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างจริงจังว่า “ลุงรอง ลุงจะเชื่อแค่สิ่งที่เห็นแบบนี้ไม่ได้นะครับ”
หลินต้ากั๋วหัวเราะ
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สนใจเขา และพูดต่อ “ตอนนี้เจียงเจียกรุ๊ปมีบริษัทลูกและโรงงานอยู่ในเครือถึงสี่สิบสี่แห่ง ซึ่งมีพนักงานหลายหมื่นคน ทุกคนต่างก็ต้องได้รับการดูแล”
หลินต้ากั๋วเห็นว่าเขาพูดอย่างเศร้าหมองจึงอดแซะไม่ได้ “พนักงานของนายมาโวยวายร้องขออาหารหรือไง ? แต่ละคนดูอ้วนท้วมสมบูรณ์ดีไม่ใช่เหรอ ? ”
หลินต้าจ้าวทนฟังการต่อปากต่อคำของทั้งสองคนไม่ได้ เขาจึงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะแล้วพูดว่า “มาพูดเรื่องธุรกิจกันเถอะ”
หลินต้ากั๋วเงียบเสียงทันที ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็ยืดตัวขึ้นแล้วพูดว่า “แม้ว่าเมื่อครู่นี้ดูเหมือนผมกำลังคุยเล่นกับลุงรอง แต่ที่ผมพูดมาคือเรื่องจริงครับ”
“เจียงเจียกรุ๊ปดูเหมือนจะไปได้ดีในตอนนี้ด้วยยอดขายสองหมื่นล้านหยวนต่อปี”
“แต่ในความเป็นจริง นี่เป็นเพียงการเพลิดเพลินกับเงินปันผลตามกาลเวลาและสร้างรายได้ที่ได้มาอย่างยากลำบากจากแรงงานราคาถูก ด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อุตสาหกรรมที่มีอยู่ของเจียงเจียกรุ๊ปจำเป็นต้องเผชิญกับการพัฒนาที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโรงงาน การพัฒนาอุปกรณ์การผลิต การพัฒนาการบริหารจัดการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาการบริการ เป็นต้น”
“และเพื่อให้บรรลุถึงการพัฒนาเหล่านี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องพัฒนาความสามารถของแรงงานคน”
หลินต้าจ้าวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย และกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋พูดถูก ที่จริงไม่ว่าจะในระดับประเทศหรือระดับองค์กร สิ่งที่พวกเขาแข่งขันกันคือการแข่งขันผู้มีความสามารถ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างสบาย ๆ “ที่ลุงใหญ่พูดมานั้นถูกจริง ๆ ! ”
ปากของหลินต้าจ้าวกระตุก
นี่ไม่ใช่สิ่งที่นายพูดเองเหรอ ?
ฉันแค่สรุปให้ฟัง
นายตั้งใจจะชมตัวเองมากกว่า
ก็เหมือนกับที่เจ้ารองพูด เจ้าเด็กคนนี้ปากลื่นไหลจริง ๆ
เขามองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดอย่างเคร่งขรึม “พูดต่อเลย”