ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1167 มาพูดถึงอุตสาหกรรมการศึกษาอีกครั้ง
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1167 มาพูดถึงอุตสาหกรรมการศึกษาอีกครั้ง
ตอนที่ 1167 มาพูดถึงอุตสาหกรรมการศึกษาอีกครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมกำลังตั้งใจที่จะยกระดับความสามารถในอนาคตของเจียงเจียกรุ๊ป เพราะงั้นผมเลยวางแผนที่จะทำอยู่สองอย่าง”
หลินต้าจ้าวตกใจนิดหน่อย นั่นคือสิ่งที่หลินเจียงเซิ่งพูดนอกวิลล่าตอนเช้าหรือเปล่า
ในตอนนั้น หลินเจียเซิ่งพูดแค่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋วางแผนที่จะสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความสามารถระดับชาติ
ใช่แล้ว นี่คงจะไม่ใช่ศูนย์แนะนำงานธรรมดาอย่างแน่นอน แต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความสามารถนี่เอง
นี่คือสาเหตุที่ทำให้หลินต้าจ้าวสนใจ
ถ้าเป็นเพียงเอเจนซี่มืออาชีพ เขาก็คงจะไม่สนใจมัน
หลังจากที่ดูเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว หลินต้าจ้าวก็คิดกับตัวเอง ผู้ชายคนนี้คงใช้เรื่องนี้เป็นข้อแก้ตัว !
อย่างไรก็ตาม เขาอยู่ในตำแหน่งที่สูงเป็นเวลานาน ทำให้เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้เป็นอย่างดี แม้ว่าเขาจะเริ่มมีความสงสัยในใจ แต่ใบหน้าของเขายังคงสงบและเขาก็สูบบุหรี่โดยไม่พูดอะไรสักคำ
แต่หลินต้ากั๋วนั้นต่างออกไป เขาถูกกระตุ้นโดยเจียงเสี่ยวไป๋มานานแล้ว “สองอย่าง ? จะทำอะไรบ้างก็พูดมาสิ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หยุดจู้จี้จุกจิกและพูดว่า “อย่างแรกเลยก็คือก่อนที่ผมจะมาเทียนจิง ผมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเชิงลึกกับนายกเทศมนตรีถังจิงเทียน เพื่อวางแผนสร้างเขตพัฒนาเศรษฐกิจนิคมอุตสาหกรรมการศึกษาในชิงโจว”
หลินต้าจ้าวเลิกคิ้ว
มันแตกต่างจากที่พูดเมื่อเช้ามาก
อย่างไรก็ตาม การกล่าวถึงเขตพัฒนาเศรษฐกิจนิคมอุตสาหกรรมการศึกษาทำให้เขาเกิดความสนใจอีกครั้ง และมีความคาดหวังในดวงตาของเขา
แม้ว่าหลินต้ากั๋วจะถูกดึงดูดด้วยแนวคิดของเขตพัฒนาเศรษฐกิจนิคมอุตสาหกรรมการศึกษา แต่ปฏิกิริยาแรกของเขาก็คือ: นี่มันเกี่ยวข้องกับงานของหลินเจียเซิ่งตรงไหน
ไม่รู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะให้หลินเจียเซิ่งทำอะไร ?
เขาระงับความสงสัยในใจไว้ แล้วกล่าวว่า “นายสร้างโรงเรียนประถมศึกษาฉิวซู่ในเมืองชิงโจวและหวงโจว และได้เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักเรียนและผู้ปกครอง ดูเหมือนว่าจะค่อนข้างประสบความสำเร็จจนถึงตอนนี้ เป็นไปได้ไหมว่าที่นายกำลังพูดถึงเขตพัฒนาเศรษฐกิจนิคมอุตสาหกรรมการศึกษานั้น นายวางแผนที่จะเปิดโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายเพิ่มน่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ลุงรอง ถ้าเราเปิดเฉพาะโรงเรียนมัธยมต้นและโรงเรียนมัธยมปลาย แบบนี้จะคู่ควรกับการเรียกว่าเขตพัฒนาเศรษฐกิจนิคมอุตสาหกรรมได้อย่างไร”
หลินต้ากั๋วก็ยิ้มเช่นกัน มันก็เป็นแบบนี้จริง ๆ
“ฮ่าฮ่า หรือนายจะสร้างมหาวิทยาลัยในชิงโจวงั้นเหรอ ? ”
ที่จริงแล้วชิงโจวมีมหาวิทยาลัยอยู่ที่หนึ่ง ซึ่งชื่อเดิมของมหาวิทยาลัยคือมหาวิทยาลัยหัวซี ในตอนนี้ยังเป็นเพียงมหาวิทยาลัยระดับต้นเท่านั้น ไม่ค่อยมีชื่อเสียงในภูมิภาคกลางของจีนมากนัก จึงมักจะถูกละเลยอยู่เสมอ
ในอนาคต มหาวิทยาลัยหัวซีจะได้รับการเปลี่ยนชื่อครั้งแรกเป็นมหาวิทยาลัยหัวจง และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยจงหมินจู และก็ได้กลายมาเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ
แน่นอนว่าในปี 1985 มันยังคงถูกเรียกว่า ‘มหาวิทยาลัยหัวซี‘ อยู่
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ลุงรอง ลุงพูดถูก ผมไม่เพียงแต่ต้องการสร้างมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างมหาวิทยาลัยมากกว่าหนึ่งแห่งอีกด้วย”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วต่างก็ประหลาดใจ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เป็นเวลาเจ็ดปีแล้วนับตั้งแต่ประเทศของเราเริ่มปฏิรูปและเปิดประเทศ เราประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยความเร็วของการพัฒนาเศรษฐกิจในปัจจุบัน ในอนาคตประเทศจีนจะได้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างแน่นอน”
เมื่อเขาพูดคำเหล่านี้ เขาก็มีความมั่นใจอย่างมาก
หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วดูเหมือนจะเห็นด้วยในทันที
พวกเขาทั้งสองดำรงตำแหน่งที่สูงและมีความเข้าใจเศรษฐกิจของประเทศอย่างครอบคลุมมากกว่าเจียงเสี่ยวไป๋ และแน่นอนว่าพวกเขามีความมั่นใจมากกว่าเสียอีก
เจียงเสี่ยวไป๋เปลี่ยนคำพูดของเขา และกล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม ประเทศของเราก็ยังคงล้าหลังอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ อุตสาหกรรมการต่อเรือ อินเทอร์เน็ต รถยนต์ พลังงานใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ และด้านอื่น ๆ ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว อุตสาหกรรมเหล่านี้มักจะก้าวหน้าไปไกลแล้ว”
“และอุตสาหกรรมที่ผมได้พูดมาข้างต้นล้วนเป็นอุตสาหกรรมหลักในอนาคต เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศเราสามารถยืนหยัดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกได้ และจะทำให้ประเทศจีนของเรากลายเป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรืองและทรงอำนาจได้อย่างแท้จริง”
“การพัฒนาอุตสาหกรรมเหล่านี้จะทำให้ประเทศพัฒนาได้”
หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วต่างก็เชื่ออย่างสุดหัวใจ พวกเขารู้สึกตกใจมาก ไม่คิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะมองเห็นปัญหาได้เชิงลึกขนาดนี้
นี่ไม่ใช่วิสัยทัศน์ของนักธุรกิจเลย
เพราะมันคือคำถามที่ “ผู้นำของประเทศ” อย่างพวกเขาครุ่นคิดถึงมันทุกวัน
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อในสายตา
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋สังเกตเห็นสีหน้าของทั้งสอง แต่แสร้งทำเป็นไม่เห็นและพูดต่อ “จากแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมข้างต้น ผมคิดว่าเราควรที่จะลงทุนในการก่อสร้างมหาวิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินและอวกาศชิงโจว, วิทยาลัยอุตสาหกรรมการต่อเรือชิงโจว, วิทยาลัยอุตสาหกรรมยานยนต์ชิงโจว, สถาบันวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีชิงโจว, มหาวิทยาลัยการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศชิงโจว, มหาวิทยาลัยธุรกิจการจัดการชิงโจว”
หลินต้ากั๋วสูดลมหายใจเข้าด้วยความตกตะลึง
ผู้ชายคนนี้ ทำไมถึงกล้าคิดแบบนี้ !
“นี่จริงจังเหรอ ? ” หลินต้ากั๋วถามย้ำอย่างเคร่งขรึม
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างเคร่งขรึมและพูดว่า “ลุงรอง ลุงคิดว่าผมจะล้อเล่นเรื่องสำคัญขนาดนี้หรือครับ ? ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “แล้วนายรู้ไหมว่าไม่เพียงแต่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการสร้างมหาวิทยาลัยจำนวนมากเท่านั้น แต่ความต้องการด้านอาจารย์ผู้สอนก็มีจำนวนมากเช่นกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ผมได้เตรียมใจไว้แล้วสำหรับสิ่งนี้ แต่สิ่งต่าง ๆ ต้องมีจุดเริ่มต้นก่อน จึงจะสามารถดำเนินการต่อไปทีละขั้นตอนได้”
แม้แต่หลินต้าจ้าวก็ยังต้องยอมรับว่าความทะเยอทะยานของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นสูงมาก
เขากล่าวว่า “ความคิดของนายค่อนข้างใหญ่ แต่มันก็ดีมากเหมือนกัน อย่างไรก็ตามประเทศจะค่อย ๆ ลงทุนเพื่อสร้างมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ในฐานะบริษัทเอกชน นายไม่จำเป็นต้องลงทุนกับมันก็ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คิดว่าหลินต้าจ้าวจะพูดแบบนี้ เขาสูดลมหายใจเข้าแล้วพูดว่า “ผมรู้ว่าประเทศจะพัฒนาด้านการศึกษา และในยุคชุนชิวก็ได้เกิดปรากฎการณ์ยุคปรัชญาเมธีร้อยสำนักขึ้นแล้ว กระทั่งเวลาผ่านไปนับพันปี ประเทศจีนของเราได้พัฒนามาถึงทุกวันนี้ หรือว่าประเทศชาติจะยังไม่อนุญาตให้เกิดปรากฎการณ์อย่างยุคชุนชิวอีก ? ”
หลินต้าจ้าวหัวเราะ “มันไม่ขนาดนั้นหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า แล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ประเทศอยู่ในช่วงของการก่อสร้างครั้งใหญ่ การพัฒนาทั้งหมดเรียกได้ว่าครอบคลุม แต่รากฐานทางเศรษฐกิจของประเทศยังเบาบางมาก มาตรฐานการก่อสร้างในบางพื้นที่บ้างก็เข้มงวด บ้างก็หละหลวม บ้างก็ดำเนินการช้า บ้างก็ดำเนินการเร็ว แต่เจียงเจียกรุ๊ปของผมไม่เหมือนกัน ผมเน้นแต่ด้านนี้อย่างเดียว สามารถลุยงานได้เต็มที่ และบางทีผมอาจเป็นแนวหน้าของประเทศและช่วยประเทศพัฒนาด้านนี้ก็ได้”
หลินต้าจ้าวได้ยินแบบนั้นก็คิดตาม
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็พูดช้า ๆ ว่า “สิ่งที่นายพูดมาก็สมเหตุสมผล”
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินสิ่งนี้ เขาก็แอบมีความสุข นี่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เขาจึงพูดต่ออย่างใจเย็น “แน่นอนว่าการก่อสร้างเขตพัฒนาเศรษฐกิจนิคมอุตสาหกรรมการศึกษาที่ผมกำลังพูดถึงไม่ใช่แค่การสร้างเมืองแห่งมหาวิทยาลัยเพียงเขตเดียว หรือสร้างมหาวิทยาลัยแค่ไม่กี่แห่งเท่านั้น”
หลินต้ากั๋วรู้สึกประหลาดใจ “นายมีแผนอื่นอีกงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและกล่าวว่า “อุตสาหกรรมการศึกษาที่ผมกำลังพูดถึงนั้นเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ รวมถึงการลงทุนในโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมต้น โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย และอื่น ๆ และยังเกี่ยวข้องกับชั้นเรียนกวดวิชานอกหลักสูตร สถาบันการศึกษาและการฝึกอบรม……”
“สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นสามารถนำมาประกอบกับสถาบันการศึกษาที่เปิดดำเนินการและปลูกฝังความสามารถทางทักษะพิเศษได้”
“ด้วยการก่อสร้างสถาบันการศึกษาเหล่านี้ ย่อมจำเป็นต้องมีสื่อการเรียนการสอน การวิจัยและพัฒนาพวกอุปกรณ์ทดลอง การผลิต ตลอดจนสื่อการเรียนรู้ อุปกรณ์ทางวัฒนธรรม อุปกรณ์กีฬา ชุดนักเรียน เป็นต้น…..”
“และนี่คือห่วงโซ่อุตสาหกรรมการศึกษาที่สมบูรณ์ ! ”