ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1171 เหมือนพลาดเงินหลายร้อยล้านไปเพราะความประมาท
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1171 เหมือนพลาดเงินหลายร้อยล้านไปเพราะความประมาท
ตอนที่ 1171 เหมือนพลาดเงินหลายร้อยล้านไปเพราะความประมาท
ไม่นานหลังจากที่หลินต้าจ้าวกลับไป เวลาก็ล่วงเลยมาถึงช่วงสองทุ่มพอดี และการถ่ายทอดสดงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนก็ได้เริ่มขึ้น
นับตั้งแต่มีการถ่ายทอดสดงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนในปี 1983 เป็นต้นมา หากว่าบ้านหลังไหนมีทีวี พวกเขาก็จะมานั่งรอดูการถ่ายทอดสดที่หน้าทีวีจนติดเป็นนิสัยกันแล้ว
แต่ทว่าครั้งนี้ เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกค่อนข้างประทับใจกับงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนปี 1985 นี้มาก
เพราะในปีนี้ ผู้อำนวยการหวงของสถานีโทรทัศน์ CCTV ได้ย้ายเวทีของงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนไปที่สนามกีฬาผู้ใช้แรงงานปักกิ่ง เหตุผลก็คือเขารู้สึกว่าการจัดงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนในสตูดิโอนั้นดูจะแคบเกินไป จึงได้ย้ายไปที่สนามกีฬาผู้ใช้แรงงานปักกิ่งเพื่อให้มีพื้นที่จัดงานที่ใหญ่ขึ้น
แต่เนื่องจากยังเป็นปี 1985 จึงทำให้ปัจจัยด้านเทคนิคของสถานีโทรทัศน์ CCTV ไม่เพียงพอ ทำให้การถ่ายทอดสดมีปัญหา
เนื่องจากเครื่องจ่ายไฟ ไฟสปอร์ตไลท์ และสัญญาณที่ไม่ค่อยดี ทำให้กำหนดการเกิดการล้มเหลวและคลาดเคลื่อนไป ผู้ควบคุมสถานที่จึงต้อง ‘แก้ปัญหาเฉพาะหน้า’ ส่งผลให้โปรแกรมการถ่ายทอดสดยืดเวลาออกไปหกชั่วโมงถึงจะเสร็จสิ้น
ปีนี้จึงถือเป็นงานเทศกาลตรุษจีนที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ !
แต่งานกาล่าเทศกาลตรุษจีนปีนี้ก็มีไฮไลท์พิเศษเหมือนกัน
เนื่องจาก CCTV มีงบประมาณในการจัดงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนไม่เพียงพอ จึงให้ธนาคารอุตสาหกรรมแห่งประเทศจีนเป็นเจ้าภาพจัดงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนและร่วมกันออก ‘บัตรสนับสนุนงานเทศกาลตรุษจีนปี 1985’ ต่อสาธารณะทั่วประเทศ
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือบัตรสนับสนุนนี้ก็เหมือนกับล็อตเตอรี่
ซึ่งราคาของบัตรสนับสนุนงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนปี 1985 ก็อยู่ที่หนึ่งหยวน และมีรางวัลทั้งหมดจำนวน 100,000 รางวัล รางวัลที่ 1 คือทีวีจอสีแบรนด์ฉงเมาขนาด 14 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง รางวัลที่ 2 คือเหรียญทองคำจำนวน 10 เหรียญ รางวัลที่ 3 เป็นเหรียญเงินจำนวน 100 เหรียญ รางวัลที่ 4 เป็นเหรียญทองแดงจำนวน 1,000 เหรียญ รางวัลที่ 5 คือเหรียญอลูมิเนียม…
หลังจากออกบัตรสนับสนุนแล้ว ก็จะมีการจับรางวัลขึ้นที่งานกาล่าเทศกาลตรุษจีน
หากว่าไม่ได้เป็นผู้โชคดีที่ถูกรางวัล ก็สามารถนำบัตรสนับสนุนที่ซื้อไว้ไปที่ธนาคารอุตสาหกรรมแห่งประเทศจีนได้ทุกสาขาทั่วประเทศเพื่อไปแลกเป็นเหรียญที่ระลึกจากงานเทศกาลตรุษจีนปี 1985 ได้
เมื่อเห็นว่ามีการจับสลากบัตรสนับสนุนเกิดขึ้นในงาน เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก
เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท !
หากเขาจำได้ว่า CCTV มีงบประมาณไม่เพียงพอในการจัดงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เขาคงจะขอเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนเงินสักห้าล้านหยวนเพื่อแลกกับพื้นที่โฆษณาของสถานี มันคงจะดีไม่น้อย !
“ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ทั้งรู้สึกเสียใจและเสียดายไม่รู้จบ เพราะรู้สึกว่าเขาได้พลาดโอกาสดี ๆ ไปเนื่องจากความประมาทของตนเอง ในเวลาเดียวกันเขาก็ตัดสินใจอย่างลับ ๆ ว่า “ฉันต้องจำเรื่องนี้ให้ขึ้นใจ ปีหน้าฉันจะเป็นเจ้าภาพงานกาล่าเทศกาลตรุษจีนให้ได้ ! ”
ในส่วนของวิธีการนั้น มีหลายวิธีที่สามารถเรียนรู้ได้จากในยุคสมัยหลัง
แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่มีโซเชี่ยลมีเดียที่คอยอำนวยความสะดวก แต่เขาหวังว่าร้านขายล็อตเตอรี่และร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ของเขาจะสามารถขยับขยายสาขาได้ไม่น้อยกว่าจำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์อุตสาหกรรมแห่งประเทศจีนเลย
นอกจากนี้ แม้ว่างานกาล่าเทศกาลตรุษจีนปีนี้จะไม่คลาสสิกเหมือนปีที่แล้ว แต่ก็ยังมีการแสดงที่น่าประทับใจ เช่น การร้องเพลง “กำแพงเมืองจีนจะไม่มีวันพังทลาย”, “ทายาทแห่งมังกร” และ “ดวงจันทร์ในวันที่สิบห้า” ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์คอมเมดี้ยอดนิยมที่นำแสดงโดยเฉินเป่ยซีและจูซือเหมา
เมื่อเวลาเกือบเที่ยงคืน ทุกคนก็เดินออกจากวิลล่าไปยังพื้นที่โล่งในบริเวณนั้น
ที่นี่ มีเจ้าหน้าที่จัดวางพลุดอกไม้และประทัดนับแสนดอกไว้รอพวกเขาอยู่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งดอกไม้ไฟที่เจียงเสี่ยวไป๋เอาใส่รถบรรทุกมานั้นก็มีสามร้อยกว่าดอกแล้ว
แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่อาสามาจุดให้ก็ตั้งตารอดูเหมือนกัน
“โอ้ พระเจ้า ดอกไม้ไฟเยอะมาก ฉันไม่เคยเห็นดอกไม้ไฟที่เยอะขนาดนี้มาก่อน”
“พี่เสี่ยวไป๋ทำให้เราประหลาดใจได้ทุกครั้งเลยจริง ๆ ”
“ในโอกาสครบรอบ 30 ปีวันชาติเมื่อปี 1979 ได้มีการจุดดอกไม้ไฟจำนวนมากที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน แต่เป็นดอกไม้ไฟอันเล็กทั่วไป ไม่สวยเท่าดอกไม้ไฟที่ทำขึ้นมาใหม่เมื่อปีที่แล้ว”
“ใช่ ดอกไม้ไฟรูปแบบใหม่นี้มีสีสันและรูปทรงเยอะมาก”
“ประทัดก็เยอะมากเหมือนกัน!”
“ใกล้แล้ว ตอนนี้ก็เกือบจะเที่ยงคืน อีกไม่นานเราคงจะได้ชมดอกไม้ไฟแล้วล่ะ”
“……”
หลังจากที่ตระกูลหลินมาถึง พวกเขาต่างก็อ้าปากค้างที่เห็นดอกไม้ไฟซึ่งจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่บนพื้น
บริเวณรอบด้านก็รายล้อมไปด้วยผู้คนในบริเวณนั้นที่เดินมาดู
พวกเขาถูกดึงดูดหลังจากได้เห็นเจ้าหน้าที่มาเตรียมตัวเพื่อจุดดอกไม้ไฟ
“ได้ยินมาว่าดอกไม้ไฟพวกนี้เป็นของตระกูลหลิน”
“โอ้ พระเจ้า ทำไมตระกูลหลินถึงได้เตรียมดอกไม้ไฟมามากมายขนาดนี้ ทั้งหมดนี่ราคาเท่าไหร่กัน ? ”
“ฉันประเมินว่ามันน่าจะมีราคาหลายหมื่นหยวน ! ”
“นั่นก็หมายความว่าแค่ดอกไม้ไฟและประทัดพวกนี้ ก็ทำให้พวกเขาเสียเงินไปนับหมื่นหยวนเลยเหรอ ? ”
“นี่มันสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว ! ”
“ต่อให้จะต้องจุดพลุในช่วงปีใหม่ เราก็คงไม่มีปัญญาซื้อมาเยอะขนาดนี้หรอก”
“ที่จริงแล้วตระกูลหลินเป็นพวกขี้เหนียวตระหนี่ไม่ใช่หรือ ? ทำไมปีนี้ถึงได้ใช้เงินมากมายไปกับการซื้อดอกไม้ไฟเยอะขนาดนี้ ? ”
“คุณไม่รู้เรื่องนี้ ! ฉันได้ยินมาว่าตระกูลหลินไม่ได้ซื้อดอกไม้ไฟเหล่านี้มา แต่ญาติของตระกูลหลินเป็นคนส่งมาให้”
“ญาติของตระกูลหลินรวยขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”
“ใช่สิ ฉันได้ยินมาว่าปีนี้ตระกูลหลินมีการรวมตัวกันครั้งใหญ่”
“ฉันเดาว่าวันนี้ที่บ้านของเขาคงมีคนมาเยอะมากแน่ ๆ ! ”
“……”
ผู้ใหญ่และเด็กต่างก็รอคอยช่วงเวลาที่จะได้เห็นดอกไม้ไฟบานสะพรั่งบนท้องฟ้าเต็มที
ในตอนนั้น พนักงานคนหนึ่งก็เดินไปหาชายชราและถามออกมาด้วยท่าทางเคร่งขรึม “หัวหน้า ตอนนี้อีก 5 นาทีก็จะเที่ยงคืนแล้ว ให้เราเริ่มจุดดอกไม้ไฟตอนนี้เลยไหมครับ”
ชายชรามองดูดอกไม้ไฟที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบบนพื้น ส่วนประทัดก็แผ่กระจายราวกับพรมแดง เขาจึงพยักหน้าช้า ๆ “เริ่มได้ ! ”
“ได้ครับ ! ”
เจ้าหน้าที่ทำความเคารพ แล้ววิ่งไปหาเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง เพื่อสั่งให้พวกเขาเริ่มทำการจุดดอกไม้ไฟและประทัดทันที
ผู้คนมากกว่าหนึ่งโหลเริ่มแยกย้ายกันไปประจำการที่ของตัวเองทันที
“ปัง ! ปัง ! ปัง ! ปัง……”
“ปัง ! ปัง ! ปัง ! ปัง……”
เสียงระเบิดของดอกไม้ไฟและประทัดดังขึ้นพร้อมกัน จากนั้นกระดาษสีแดงก็โปรยบินไปทั่วพื้น ส่วนดอกไม้ไฟก็เบ่งบานในท้องฟ้ายามค่ำคืน มันมีทั้งสีแดง เหลือง น้ำเงิน ขาว เขียว…
“สวยจริง ๆ ! ”
“สวยมาก ! ”
“มันจะสวยเกินไปแล้ว ! ”
“ฉันไม่เคยเห็นดอกไม้ไฟที่สวยขนาดนี้มาก่อน ! ”
“……”
ทุกคนที่เห็นต่างก็อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
ดอกไม้ไฟรูปแบบใหม่สามารถทะยานขึ้นสูงได้หนึ่งถึงสองร้อยเมตร เมื่อดอกไม้ไฟจำนวนมากบานสะพรั่งพร้อมกัน ทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง
ภูมิประเทศในเทียนจิงเป็นที่ราบและมีอาคารสูงไม่มากนัก จึงทำให้ชาวเมืองสามารถมองเห็นดอกไม้ไฟได้จากระยะไกล
“ใครเป็นคนจุดดอกไม้ไฟพวกนี้ ? มีเยอะมาก ! ”
“ใช่ มันสวยมาก ! ”
“พ่อ ! พ่อ ! ออกมาดูดอกไม้ไฟเร็วเข้า ! ”
“ดอกไม้ไฟเยอะมาก ! ”
“ว้าว ดอกไม้ไฟพวกนี้สวยมากจริง ๆ ! ”
“นี่ก็จุดมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหมดสักที ฉันคิดว่าฉันคงพลาดไปแล้ว ! ”
“ดูสิ ดูสิ ! ”
“……”
ผู้คนที่เห็นดอกไม้ไฟจากระยะไกลต่างก็ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าและตะโกนเรียกคนในบ้านให้ออกมาดูดอกไม้ไฟอันงดงามที่กำลังบานสะพรั่งบนท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยความประหลาดใจ
แม้แต่ชายชราก็ยังรู้สึกเหมือนตนเองได้ย้อนกลับไปสู่ยุคแห่งสงครามเมื่อเขาได้ยินเสียงระเบิดของประทัดที่ดังกึกก้อง…
แต่นี่ไม่ใช่ควันที่เกิดขึ้นจากการทำสงคราม แต่มันคือควันของดอกไม้ไฟอันเจิดจ้า
มันเป็นความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ เป็นการที่ประชาชนได้ตระหนักถึงความสุขของตนเอง มันคือการแสดงออกถึงความหวัง และพรสำหรับอนาคต
มุมตาของชายชราชื้นเล็กน้อย เขาเคยหลั่งเลือดและสละชีวิตของเขาในสนามรบเพื่อปกป้องความสงบสุขของชาติบ้านเมือง ซึ่งท้ายที่สุดก็นำมาซึ่งความรุ่งเรืองของประเทศและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน
“ดอกไม้ไฟพวกนี้สวยมาก ! ”
“มันสวยมากจริง ๆ ! ”
“ฉันหวังว่า… ชาวจีนทุกคนจะสามารถมีชีวิตที่มีความสุข สงบ และสวยงามเช่นนี้ต่อไปในอนาคต”
ชายชรามองดูดอกไม้ไฟอันงดงามบนท้องฟ้าและพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
พวกเขาเพลิดเพลินกับความงามบนท้องฟ้า กระทั่งลืมเสียงระฆังดังบอกเวลาเที่ยงคืน
ทุกคนต่างถูกดอกไม้ไฟดึงดูดความสนใจไปหมด จนกระทั่งประกายไฟสุดท้ายหายวับไปบนท้องฟ้า พวกเขาถึงรู้ว่าการแสดงดอกไม้ไฟอันยิ่งใหญ่นี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่าปีใหม่ได้มาถึงแล้วเช่นกัน !