ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1172 โต้รุ่งในคืนสิ้นปีอีกครั้ง
ตอนที่ 1172 โต้รุ่งในคืนสิ้นปีอีกครั้ง
เมื่อเทียบกับดอกไม้ไฟในเทียนจิง ดอกไม้ไฟในเจียงวานนั้นงดงามกว่ามาก
เพราะมีคนจำนวนมากที่ซื้อมาจุด
ตอนนี้ทุกครัวเรือนในเจียงวานต่างก็มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ใครล่ะจะไม่ซื้อดอกไม้ไฟมาจุดในวันขึ้นปีใหม่ ?
หลายคนถึงกับอยากที่จะแข่งจำนวนของดอกไม้ไฟที่ซื้อมาจุดกันด้วยซ้ำ
ใครก็อยากจะจุดดอกไม้ไฟให้มากกว่าคนอื่นเพื่อแสดงถึงความมั่งคั่งของตนเอง ทั้งยังเป็นการคาดหวังว่าชีวิตของครอบครัวในปีหน้าจะสว่างไสวราวกับดอกไม้ไฟเหล่านี้ด้วย
แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าที่จะมาแข่งกับครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋
แค่เปรียบเทียบกับคนอื่นในหมู่บ้านก็เพียงพอแล้ว
นี่คือความเข้าใจโดยปริยายของชาวเจียงวานทั้งหมด
สำหรับการจุดดอกไม้ไฟในเจียงวาน ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋เป็นครอบครัวแรกที่ทำการจุดดอกไม้ไฟก่อน ในตอนนั้นสองพี่น้องอย่างเจียงเสี่ยวจี๋, เจียงเสี่ยวโจว, เจียงเสี่ยวเฟิง และเจียงเสี่ยวเหลยต่างก็พากันถือดอกไม้ไฟและประทัดออกไปที่ลาน และเริ่มจุดดอกไม้ไฟและประทัดพร้อมกัน
“ปัง ปัง ปัง…”
“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง…”
เสียงดอกไม้ไฟและประทัดดังสนั่น จากนั้นชาวบ้านร้อยกว่าครัวเรือนในเจียงวานก็เริ่มจุดดอกไม้ไฟและประทัดตามมาติด ๆ
ทันใดนั้น ดอกไม้ไฟหลายร้อยดอกก็ถูกยิงขึ้นไปบนท้องฟ้า จนทำให้ท้องฟ้าเหนือเจียงวานเต็มไปด้วยสีสันตระการตา
ชาวเจียงวานทุกคนเฝ้าดูอยู่ในสนามหน้าบ้านของพวกเขาเช่นกัน
แม้ว่าพวกเขาจะเคยเห็นดอกไม้ไฟที่งดงามแบบนี้เมื่อปีที่แล้วมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้พวกเขาตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็น
“ดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้นทุกปี แต่ปีนี้ดอกไม้ไฟเยอะกว่าปีที่แล้วมาก ! ”
“เชื่อฉันสิ ปีหน้ามันจะต้องมีมากกว่าปีนี้ ! ”
“ใช่ มันจะต้องมีมากขึ้นทุกปี ! ”
“ในอนาคต พวกเราชาวเจียงวานคงจะสามารถจัดเทศกาลดอกไม้ไฟในช่วงตรุษจีนได้”
“เป็นความคิดที่ดีจริง ๆ ถ้าคุณจะทำ ฉันก็เอาด้วย”
“มายึดตามฉันทำไม ? คนที่จะเป็นแกนนำได้คือเจียงเสี่ยวไป๋ต่างหาก ! ”
“ใช่ บ้านของเขาจุดดอกไม้ไฟเยอะทุกปี”
“จริงสิ วันนี้ทั้งวันฉันยังไม่เห็นเจียงเสี่ยวไป๋เลย”
“เห็นบอกว่าเขาไปรวมญาติฉลองปีใหม่ที่เทียนจิงไม่ใช่หรือ ? ”
“จริงเหรอ ! ”
“ฉันก็ไม่เห็นเขาเลย ! ”
“คุณตามข่าวไม่ทันเอง เสี่ยวไป๋และครอบครัวของเขาไปที่เทียนจิงเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่”
“อ่อ…งั้นก็แปลว่าเขาไม่ได้อยู่บ้านช่วงตรุษจีน ! ”
“นายจะไปรู้อะไร ? เสี่ยวไป๋เขาใช้ชีวิตอย่างหรูหรา เขาไปฉลองวันตรุษจีนที่เมืองแห่งจักรพรรดิเชียวนะ ! ”
“ในบรรดาพวกเรามีใครได้เคยไปฉลองวันตรุษจีนที่เทียนจิงบ้าง ? ”
“……”
ผู้คนในหมู่บ้านพูดคุยกันพร้อมทั้งชมดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าไปด้วย
ดอกไม้ไฟถูกจุดอย่างต่อเนื่อง
แต่ไม่ว่าจะมีดอกไม้ไฟเยอะแค่ไหน สุดท้ายฉากอันงดงามก็ต้องจบลง
เมื่อความงดงามสุดท้ายในท้องฟ้ายามค่ำคืนสงบลง ตอนนี้เหลือเพียงดวงดาวที่เปล่งประกายแสงจาง ๆ บนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่อยู่ห่างออกไป
ทุกคนมองดูเพื่อเก็บความทรงจำสักพัก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน
หลังจากจุดพลุดอกไม้ไฟแล้ว งานเทศกาลตรุษจีนปีนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป
แต่ทุกคนก็ยังไม่มีใครกลับไปนอน
อย่างไรเสียในคืนแรกของปีใหม่ พวกเขาก็จะต้องอยู่โต้รุ่งกันอยู่แล้ว หาอะไรทำสนุก ๆ ฆ่าเวลากันดีกว่า
แน่นอนว่าในเวลานี้ ผู้หญิงส่วนใหญ่เดินเข้าไปในครัวและเริ่มเตรียมอาหารโต้รุ่ง
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋เข้าไปในบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือโทรหาที่บ้าน
หลังจากงานรวมตัวในตอนเช้า เขาก็ได้โทรหาครอบครัวครั้งหนึ่งเพื่อถามไถ่ว่าที่บ้านทำอะไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม เวลายังคงหมุนอย่างต่อเนื่อง ปีเก่าผ่านไป และปีใหม่ก็มาถึง เมื่อเขาไม่สามารถฉลองปีใหม่ที่บ้านได้ เขาจึงต้องโทรหาพ่อแม่โดยเร็วที่สุดเพื่ออวยพรปีใหม่
เมื่อสายเชื่อมต่อแล้ว เป็นเจียงไห่หยางที่รับสาย
เจียงเสี่ยวไป๋จึงอวยพรปีใหม่ให้เขาก่อน จากนั้นจึงกล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับหวังซิ่วจวี๋ เจียงไห่เทียน เจียงไห่โปและคนอื่นทีละคน
“พ่อคะ หนูอยากจะคุยกับปู่และย่า”
นับตั้งแต่เชื่อมต่อสาย เจียงชานก็ยืนอยู่ข้างเขาตลอด เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋พูดจบ เธอก็รีบร้องขอทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วยื่นโทรศัพท์ให้เธอ
“คุณปู่ หนู ชานชานเองค่ะ ! ”
“ชานชาน…”
“คุณปู่ หนูขออวยพรให้คุณปู่มีความสุขในวันปีใหม่! โชคดี! พบเจอแต่สิ่งดี ๆ ! และมีสุขภาพที่แข็งแรงแบบนี้ไปนาน ๆ นะคะ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า… ขอบคุณมากชานชาน ปู่ก็ขออวยพรให้หนูมีความสุขในปีใหม่นี้เช่นกัน ! เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กดี มีสุขภาพที่แข็งแรง ปู่ได้เก็บเงินโชคดีไว้ให้หนูแล้ว ! ”
“ขอบคุณมากค่ะคุณปู่ ! ถ้าอย่างนั้นโปรดเรียกคุณย่ามาให้หนูทีสิคะ หนูจะอวยพรปีใหม่ให้คุณย่าด้วย”
ที่ปลายอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ เสียงของเจียงไห่หยางเรียกหวังซิ่วจวี๋เพื่อมารับโทรศัพท์
ไม่นานหลังจากนั้น เสียงของหวังซิ่วจวี๋ก็ดังขึ้น “ชานชานเองเหรอ…”
“คุณย่า ชานชานขออวยพรปีใหม่ให้คุณย่ามีความสุข…”
“เอาล่ะ หนูสนุกไหมที่ได้ฉลองปีใหม่ที่เทียนจิง ? ”
“สนุกดีค่ะ เราเพิ่งกลับมาหลังจากออกไปจุดดอกไม้ไฟ”
“เพิ่งจุดดอกไม้ไฟเหรอ ทางนี้ก็เพิ่งจุดดอกไม้ไฟไปเหมือนกัน ถิงถิงยังบ่นว่าหนูไม่อยู่ที่นี่ ทำให้เธอไม่มีใครดูดอกไม้ไฟเป็นเพื่อน ! ”
“เอาล่ะ คุณย่าคะ ช่วยเรียกถิงถิงมารับโทรศัพท์หน่อยค่ะ หนูขอพูดกับเธอสักสองสามคำ จะได้ชดเชยที่ทำให้เธอรู้สึกเหงา ! ”
“……”
การโทรนี้กินเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง
เมื่อเจียงชานคุยโทรศัพท์ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารค่ำให้กับทุกคน
อาหารค่ำที่นี่เน้นเป็นเมนูเกี๊ยว ซึ่งต่างจากภาคใต้ที่ส่วนใหญ่จะเป็นบัวลอยน้ำขิง, เค้กข้าวเหนียว, บะหมี่ และเต้าหู้ เป็นหลัก
ในระหว่างวัน เฉาเสวี่ยรุ่ย, จูหัว, หลินเจียลี่, จางอ้ายผิง และคนอื่นได้ช่วยกันห่อเกี๊ยวไว้เยอะมาก
จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเจียงเสี่ยวไป๋ที่จะทำอาหารมื้อดึกในตอนนี้ ก็แค่นำเกี๊ยวมาต้มในหม้อ
ส่วนชายชรานั้นไม่กิน เพราะเขาต้องเข้านอนก่อน
เขาอายุมากแล้ว จึงต้องมีตารางกิจวัตรประจำวันไว้อย่างชัดเจน โดยปกติแล้วเขาจะเข้านอนในเวลานี้
เมื่อได้เห็นดอกไม้ไฟแล้ว ชายชราจึงกลับเข้าไปพักผ่อนอย่างสบายใจ
ส่วนกิจกรรมโต้รุ่งส่งท้ายปี ตอนนี้เขาอายุเกือบจะ 98 ปีแล้ว เขาจึงไม่ต้องอยู่โต้รุ่งกับคนอื่น
หลังจากที่คนอื่นกินเกี๊ยวเสร็จแล้ว พวกเขาก็เริ่มฉลองวันส่งท้ายปีเก่าอย่างเป็นทางการ
เด็กเล็กเริ่มทนความง่วงไม่ไหวอีกต่อไป ผู้ใหญ่จึงไม่สนใจอะไรมากนัก และปล่อยให้พวกเขากลับไปนอนที่ห้องของตน
ยกเว้นหลิวอี้ถิงและหลินเจียอิน ทุกคนต่างก็อยู่โต้รุ่งกันหมดเพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่า
ส่วนหลิวอี้ถิงและหลินเจียอินไม่มีทางเลือกอื่นเพาะต้องอุ้มเจียงอันและเจียงห่าวเข้านอน ทั้งสองคนอายุยังไม่ถึงหนึ่งขวบ เด็กทั้งสองจึงร้องไห้งอแงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหลับไป
เฉาเสวี่ยรุ่ย, จูหัว, หวงอิง, จางอ้ายผิง และลูกสะใภ้คนอื่นก็กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น โดยยังคงพูดคุยเกี่ยวกับดอกไม้ไฟที่เพิ่งจุดไปไม่จบไม่สิ้น
หลินต้ากั๋ว, หลินต้าเหว่ย, หลินเจียเซิ่ง, หลินเจียตง และคนอื่นก็รวมตัวกันสูบบุหรี่และพูดคุยกันในหัวข้อสบายสมอง โอกาสที่พวกเขาจะได้รวมตัวกันแบบนี้ช่างมียากเหลือเกิน
และแล้วเวลาก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อท้องฟ้าทางทิศตะวันออกกำลังจะสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนก็ทนไม่ไหวมากขึ้น และต่างก็หาที่นอนกันวุ่น
มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่ยังคงยืนกรานที่จะอยู่จนถึงฟ้าสว่าง นั่นก็คือหลินต้ากั๋ว, หลินต้าเหว่ย, หลินเจียเซิ่ง และเจียงเสี่ยวไป๋
“พี่รอง ทำไมพี่ไม่ไปพักผ่อนล่ะ ! ”
หลินต้าเหว่ยกังวลว่าร่างกายของหลินต้ากั๋วจะรับไม่ไหว เขาจึงถามขึ้นมา
หลินต้ากั๋วมองออกไปข้างนอกผ่านหน้าต่างกระจก แล้วพูดว่า “จะเช้าแล้ว ฉันยังไม่ง่วง”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “อยู่จนถึงจุดนี้ก็ถือว่าโต้รุ่งแล้ว”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “อีกสักพักจะมีรถมารับฉัน เดี๋ยวฉันก็จะออกไปแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ประหลาดใจและพูดว่า “ลุงรอง ทำไมลุงถึงกลับเร็วขนาดนี้ล่ะครับ ? ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ฉันต้องขึ้นเครื่องตอนเช้าเพื่อกลับไปที่เจียงเฉิง วันส่งท้ายปีเก่าฉันอยู่ที่เทียนจิงทั้งวัน ดังนั้นในวันแรกของปีใหม่ ฉันต้องอยู่ที่เจียงเฉิง”
หลินต้าเหว่ยเองก็พอจะเข้าใจในเรื่องนี้
หากพูดตามเหตุและผล เขาเองก็ควรจะอยู่ที่เจี้ยนหยางเมื่อวานและเวลานี้ด้วย
“พี่รอง ฉัน…”
หลินต้ากั๋วโบกมือ “ฉันรู้ว่านายต้องการจะพูดอะไร แต่สถานการณ์ปีนี้พิเศษ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ อย่ากังวลไปเลย อยู่ที่นี่กับพ่อให้สนุกสักสองสามวันแล้วค่อยกลับไปเถอะ”