ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1182 พ่อตาติดกับอีกแล้ว
ตอนที่ 1182 พ่อตาติดกับอีกแล้ว
“คุณย่า ลองชิมดูสิคะ นี่คือเค้กที่หนู ถิงถิง หงหง และพี่ปิงปิงช่วยกันทำ เราทำทั้งเช้าและพยายามอยู่หลายครั้งกว่าจะทำสำเร็จ ! ”
“หนูยังเอาเทียนวันเกิดนี้กลับมาจากเทียนจิงโดยเฉพาะด้วยนะคะ”
หวังซิ่วจวี๋ได้ยินแบบนี้จึงถามด้วยความประหลาดใจ “ทั้งเตาและห้องครัวที่บ้านก็ไม่ว่าง แล้วพวกหลานไปทำเค้กกันที่ไหน ? ”
เจียงชานพูดว่า “หนูโทรบอกคุณย่าแล้วไม่ใช่เหรอว่าหนูจะต้องทำเค้กวันเกิดให้คุณย่าในวันเกิดให้ได้ ? ”
หวังซิ่วจวี๋คิดถึงเรื่องที่คุยกันในโทรศัพท์วันนั้นและพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ใช่ ใช่ หลานพูดไปแล้ว”
เจียงชานกล่าวว่า “แม้ว่าห้องครัวที่บ้านจะไม่ว่าง แต่ที่อื่นก็ยังว่างอยู่ หนูก็เลยไปทำเค้กที่บ้านปู่สามมาค่ะ”
เมื่อหวังซิ่วจวี๋ได้ยินที่หลานสาวพูด เธอก็แทบน้ำตาไหลด้วยความปลื้มปริ่มใจ “เด็กดี ย่าขอบใจมากนะ ! ”
เจียงชานพูดว่า “คุณย่า รีบชิมเถอะค่ะ ดูว่ามันอร่อยไหม ? ”
“ได้จ้ะ ! ” หวังซิ่วจวี๋ตักเค้กขึ้นมาชิม
เจียงชานกะพริบตากลมโตของเธอแล้วถามว่า “คุณย่า อร่อยไหมคะ ? ”
“มันอร่อย มันอร่อยมาก เค้กที่หลานทำหวานเข้าไปถึงใจของย่าจริง ๆ ”
เค้กครีมมีรสหวาน แต่สิ่งที่หวานกว่าเค้กคือความกตัญญูของเด็ก ๆ !
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือความสุขในครอบครัว !
ในช่วงเย็น ผู้คนจากเจียงเจียกรุ๊ป รวมถึงเพื่อนบางคนของเจียงเสี่ยวไป๋และชาวเจียงวานต่างก็กล่าวลาและแยกย้ายกันกลับบ้าน
แต่ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ยังอยู่ในบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋
ตัวอย่างเช่น ลุงและลูกพี่ลูกน้องจำนวนมากจากตระกูลหวัง รวมถึงป้าและน้าสองคนของเจียงเสี่ยวไป๋ และญาติคนอื่นที่ยังไม่ได้กลับไป
ตามประเพณีปีใหม่ พวกเขาทั้งหมดจะพักที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋เป็นเวลาหนึ่งคืน
ทำให้ในวันนี้รวมแล้วก็มีคนเกือบร้อยคนอยู่ที่นี่
ท้ายที่สุดแล้วหวังซิ่วจวี๋เพียงคนเดียวก็มีพี่น้องสิบคนและลูกหลานอีกมากมาย จะให้มีคนน้อยได้อย่างไรล่ะ ?
แม้ว่าผู้ที่มาช่วยงานจะกลับไปหมดแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่มีคนรับใช้อยู่ที่นี่ ดังนั้นจึงไม่ลำบากเหมือนปีที่แล้ว
หลินต้าเหว่ยเดินไปหาเจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนจะยื่นบุหรี่ให้หนึ่งมวนแล้วพูดว่า “วันนี้มีแขกมาเยอะมาก ลูกคงเหนื่อย พักผ่อนก่อน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบบุหรี่มาจุดแล้วพ่นควันออกมา ก่อนจะพูดว่า “พ่อครับ พ่อจะกลับแล้วเหรอ ? ”
หลินต้าเหว่ยเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ และพูดด้วยรอยยิ้ม “พ่อไม่สามารถซ่อนอะไรจากลูกได้จริง ๆ ใช่ พ่ออยู่ห่างจากเจี้ยนหยางมานานแล้ว คงถึงเวลาต้องกลับไปแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ผมจะให้จางเสี่ยวชุ่นและเถียนต้าลี่ไปส่งพ่อ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “ไปคันเดียวก็พอแล้ว ทำไมต้องยุ่งยากขับรถไปสองคันด้วยล่ะ มันไม่จำเป็น ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พวกพ่อมีกันตั้งแปดคน มันอึดอัดมากนะครับหากไปรถคันเดียว อย่างไรก็ตามผมมีรถหลายคัน ทำไมต้องไปนั่งเบียดกันลำบากขนาดนั้น”
หลินต้าเหว่ยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และพยักหน้า “งั้นก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นพ่อรอสักครู่ ผมจะไปบอกคนขับให้ก่อน”
เมื่อพูดอย่างนั้น เขาก็หันกลับมาและเตรียมที่จะไปเรียกจางเสี่ยวชุ่น
หลินต้าเหว่ยคว้าตัวเขาไว้ แล้วพูดว่า “ยังไม่ต้องรีบ พ่อจะคุยกับลูกสักสองสามคำก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงหยุดเดิน เขาหันกลับมา และก็ดูเหมือนว่าเขาจะเดาบางอย่างได้ แต่เขายังคงพูดว่า “พ่อมีอะไรจะพูดกับผมเหรอครับ ? ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “เมื่อวานลูกไม่ได้พูดถึงการโปรโมทเจี้ยนหยางเหรอ ? ต่อมาลูกก็พูดไม่จบ ลูกต้องคุยกับพ่อต่อให้จบในตอนนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและคิดว่าเป็นตามที่คาดไว้จริง ๆ เขาจึงพูดว่า “ที่จริงมันง่ายมากครับ พ่อให้เงินผมสักล้าน แล้วผมจะบอกพ่อ”
หลินต้าเหว่ยสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ยกกำปั้นขึ้นและสาปแช่งออกมา “นี่ลูกเห็นเงินแล้วทนไม่ไหว จนต้องมาขอเงินพ่อหนึ่งล้านหยวนเลยเหรอ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หันไปแล้วพูดว่า “แล้วพ่อคิดว่าในโลกนี้มีอาหารกลางวันฟรีที่ไหนบ้างล่ะครับ ? หากพ่อต้องการทำโฆษณาโปรโมท พ่อก็ต้องยอมเสียเงินด้วย”
หลินต้าเหว่ยกล่าวอย่างโกรธเคือง “ต่อให้พ่อไปขอ CCTV ให้ทำโฆษณาและลงโปรโมทให้ ก็ไม่น่าจะต้องจ่ายแพงถึงหนึ่งล้านนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างใจเย็น “แต่บริษัทสื่อของผมมีประสิทธิภาพมากกว่า CCTV อีกนะครับ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “งั้นลูกก็ช่วยบอกหน่อยสิว่าใช้ช่องทางโฆษณาอะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่สามารถพูดมันออกมาตอนนี้ได้ พ่อต้องให้เงินผมมาหนึ่งล้านก่อน แล้วผมจะบอก รับรองเลยว่าพ่อจะต้องพอใจแน่นอน”
หลินต้าเหว่ยพูดด้วยความโกรธ “ลูกชักจะโลภมากไปทุกทีแล้ว ตอนนี้จะรีดไถเงินจากพ่อหนึ่งล้านเลยเหรอ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมแค่อยากหาเงินเพิ่ม เพื่อที่ภรรยาและลูก ๆ ของผมจะได้มีชีวิตที่ดี”
หลินต้าเหว่ยที่ได้ยินถึงกับหมดคำจะพูด :……
เขาอยากจะถามจริง ๆ เลยว่าตอนนี้ชีวิตของนายยังไม่ดีพออีกเหรอ ?
เขาเป็นถึงมหาเศรษฐีที่มีเงินหลายหมื่นล้าน ทำไมถึงกล้าพูดแบบนี้ออกมาได้ !
แต่อาจเป็นเพราะนิสัยขี้งกนี้ของเขา ที่ทำให้เขามั่งคั่งได้อย่างทุกวันนี้
เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋อย่างลึกซึ้ง แล้วพูดว่า “เงินหนึ่งล้านมันมากเกินไป พ่อให้ลูกได้แค่แปดแสน รีบบอกมาเร็วเข้าเถอะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “พ่อครับ เรื่องธุรกิจมันต่อรองกันได้ด้วยเหรอครับ เงินที่ผมเรียกไปก็ไม่ใช่เงินของพ่อสักหน่อย มันเป็นเงินของรัฐบาล ทำไมพ่อถึงจู้จี้จุกจิกขนาดนี้ล่ะครับ ? ”
หลินต้าเหว่ยมองเขาด้วยความโกรธ และพูดเสียงดัง “เพราะมันเป็นเงินของรัฐบาล ไม่ใช่เงินของพ่อ พ่อจึงต้องใช้มันอย่างระมัดระวังมากกว่าเดิม ถ้าเป็นเงินของพ่อ ลูกจะเอาไปเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ลูกต้องการ”
เจียงเสี่ยวไป๋เม้มริมฝีปากและคิดกับตัวเองว่าถ้าพ่อมีเงินมากขนาดนั้นจริง ๆ ก็คงไม่เป็นแบบนั้นหรอก
ใครก็ตามที่สามารถสร้างรายได้ได้มากมายขนาดนั้น ก็ต้องเป็นนายทุนหรือไม่ก็นักธุรกิจ ซึ่งนิสัยของนักธุรกิจคือการแสวงหาแต่ผลกำไร
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เขาก็พูดว่า “เอาล่ะ เนื่องจากว่าพ่อเป็นพ่อตาของผม ผมจะคิดแค่แปดแสนแล้วกัน ! เพื่อประโยชน์ของพ่อ ผมจะลดให้เจี้ยนหยางสองแสน หลังจากนี้ผมจะให้คนส่งสัญญาตัวแทนโฆษณาไปยังที่ว่าการอำเภอเจี้ยนหยาง หลังจากลงนามในสัญญาแล้ว ผมจะส่งตัวอย่างโฆษณาไปให้พ่อทันที รับรองเลยครัวว่าคนทั่วประเทศจะได้เห็นโฆษณานี้ภายในครึ่งเดือน”
หลินต้าเหว่ยไม่เชื่อและพูดว่า “ในเมื่อลูกมีช่องทางขนาดนี้ ทำไมไม่ลงโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตัวเองไปเลยล่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม: “ใครบอกว่าผมไม่ลงล่ะครับ ? ”
ที่เขายังไม่ได้ใช้มันมาก่อน เพราะรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องอุ่นเครื่องให้พร้อมสำหรับ “เทศกาลตรุษจีน” ปีหน้า ดังนั้นจึงจำเป็นต้องโยนระเบิดลูกนี้ออกไปดูเชิงก่อน
เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด หลินต้าเหว่ยก็ตั้งตารอทันที
เขาพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ให้คนเอาสัญญาไปให้นายอำเภอหลี่กังโดยตรงเลย เดี๋ยวพ่อจะไปบอกเขาเองเมื่อกลับไปถึง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม พ่อครับ วันนี้เป็นวันที่แปดแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ไปอวยพรปีใหม่ให้พ่อกับแม่เลย จึงคิดว่าวันที่สิบห้า ผมจะพาเจียอินและลูก ๆ ไปที่เจี้ยนหยาง และเราจะเฉลิมฉลองเทศกาลโคมไฟด้วยกัน”
เดิมทีหลินต้าเหว่ยเองก็อยากจะถามเจียงเสี่ยวไป๋ว่าจะไปสวัสดีปีใหม่อะไรอีก แต่พอได้ยินว่าจะฉลองเทศกาลโคมไฟในวันที่สิบห้าด้วยกัน เขาก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็มาวันที่สิบห้าก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า จากนั้นเขาก็เดินไปหาจางเสี่ยวชุ่นและเถียนต้าลี่ สั่งให้พวกเขาไปส่งครอบครัวของหลินต้าเหว่ยที่เจี้ยนหยาง
เมื่อรู้ว่าหลินต้าเหว่ยและครอบครัวของเขาจะกลับเจี้ยนหยางแล้ว จางเสี่ยวชุ่นและเถียนต้าลี่ก็ตกลงโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ส่วนหลินต้าเหว่ยก็ไปเรียกหลิวอี้ถิง, หลินเจียเหวย และคนอื่นออกมา
คนอื่นก็มีท่าทางสบายดี แต่หลินเจียลี่กลับทำหน้าบูดบึ้ง ดูไม่มีความสุข เธอพูดว่า “พี่เขย ทำไมพี่ไม่ไปส่งพวกเราเองล่ะ ? พี่ไม่คิดจะไปอวยพรปีใหม่ให้พ่อแม่ฉันบ้างเหรอ ? ”