ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1185 คุณจำได้ไหม ?
ตอนที่ 1185 คุณจำได้ไหม ?
การจัดตั้งบริษัทวิศวกรรมถนนและสะพานได้ข้อสรุปหลังจากการหารือสั้น ๆ
เมิ่งเสี่ยวเป่ยรับผิดชอบในการจัดการเรื่องเฉพาะ ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้อีก
เขากล่าวต่อ “นอกจากนี้ หลายคนยังไม่รู้ว่าทำไมผมถึงให้ความสำคัญกับถู่เฉิงมาก และลงทุนหลายร้อยล้านในถู่เฉิง งั้นวันนี้ผมจะบอกพวกคุณเอง”
แท้จริงแล้ว คนส่วนใหญ่ในบริษัทไม่ทราบสาเหตุของการลงทุนในถู่เฉิงของเจียงเสียวไป๋ อย่างพูดถึงเหล่าพนักงานเลย แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงและประธานฝ่ายต่าง ๆ อย่างเฉินหยวนเฉาและเฉินอันผิงก็ไม่รู้ มีเพียงเมิ่งเสี่ยวเป่ยและหลินเจียจวินเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้เล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด
แม้ว่าพวกเขาจะเคยถามมาก่อน แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่เคยให้คำอธิบายที่ชัดเจน ไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้เขาจะเป็นคนเสนอมันออกมาเอง จึงทำให้ทุกคนตั้งใจฟังอย่างมาก
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “จากสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ระหว่างกระบวนการขุดถ่านหินในถู่เฉิง ผมมั่นใจว่าที่นั่นมีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากอยู่ใต้ดิน…”
เขาพูดจาฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ แต่ว่าคนส่วนใหญ่ยังคงสับสน
หลังจากที่เขาพูดจบ หลายคนก็ถามคำถามออกมา
“ผู้ช่วยเจียง ก๊าซธรรมชาติคืออะไร ? ”
“ผู้ช่วยเจียง ก๊าซธรรมชาติที่คุณพูดถึงมีประโยชน์อย่างไรเหรอ ? ”
“ผู้ช่วยเจียง ก๊าซธรรมชาติมีมูลค่าไหม ? ”
“ผู้ช่วยเจียง…”
“……”
คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ ไม่ต้องพูดถึงว่ามันถูกใช้ไปเพื่ออะไร โดยธรรมชาติแล้วพวกเขาไม่รู้ถึงคุณค่าของก๊าซธรรมชาติด้วยซ้ำ
แม้แต่เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เธอได้อ่านสัญญาที่ลงนามระหว่างเจียงเสี่ยวไป๋และที่ว่าการอำเภอถู่เฉิง และรู้ว่าการลงทุนของเจียงเสี่ยวไป๋ในถู่เฉิงคือการพัฒนาทรัพยากรก๊าซธรรมชาติ แต่เธอไม่เข้าใจถึงประโยชน์ของมัน และไม่รู้ถึงมูลค่าของก๊าซธรรมชาติ
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีเวลาให้ความรู้แก่พวกเขา ดังนั้นเขาจึงพูดเพียงว่า “งั้นทุกคนก็น่าจะรู้เกี่ยวกับประโยชน์และมูลค่าของน้ำมันดี ! ”
เมื่อเขาพูดแบบนี้ หลายคนก็หัวเราะออกมา
“เรารู้ประโยชน์และมูลค่าของน้ำมันดี หากว่าเรามีรถ น้ำมันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และเราต้องไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม”
“ใช่ น้ำมันเบนซินสกัดจากปิโตรเลียม”
“หรือว่าก๊าซธรรมชาตินี้สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ได้เหรอครับ ? ”
“……”
หลายคนพูดออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและกล่าวว่า “การใช้ก๊าซธรรมชาติอาจกล่าวได้ว่าใกล้เคียงกับชีวิตของเรามากกว่าน้ำมัน ไม่เพียงแต่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์เท่านั้น แต่ยังทดแทนฟืนและถ่านหินที่ใช้ในการให้ความร้อนได้อีกด้วย เมื่อเราขุดก๊าซธรรมชาติขึ้นมาได้สำเร็จ เราจะไม่ต้องซื้อฟืนและถ่านหินอีกต่อไป…”
คำพูดเหล่านี้เหมือนกับการทิ้งระเบิดลูกเล็กใส่ฝูงชน ทุกคนต่างก็รู้สึกราวกับว่าหัวของพวกเขากำลังจะระเบิดแล้ว
“ก๊าซธรรมชาติมีบทบาทขนาดนั้นเลยเหรอ มันยอดเยี่ยมมาก ! ”
“แล้วหลังจากที่บริษัทของเราสกัดก๊าซธรรมชาติแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องไปปั๊มน้ำมันเพื่อเติมน้ำมัน แต่เติมก๊าซธรรมชาติทดแทนได้ใช่ไหม ? ”
“งั้นต่อไป เวลาจะจุดไฟก็ใช้ก๊าซธรรมชาติ แล้วมันใช้อย่างไร ? ”
“ใช่แล้ว คำว่าก๊าซก็คือแก๊ส เหมือนกับอากาศ มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ แล้วมันจะใช้อย่างไร ? ”
“ผู้ช่วยเจียง…”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น เขาบอกได้แค่ว่าคนในยุคนี้ยังเข้าใจอะไรยากไปหน่อย
จากนั้น เขาจึงอธิบายอย่างอดทน
เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้นก็พากันประหลาดใจ
“ผู้ช่วยเจียง คุณรู้เกินขอบเขตของมนุษย์อย่างเรา ๆ ไปแล้ว ! ”
“ใช่ คุณรู้มากขนาดนี้ได้อย่างไร ? ”
“ผู้ช่วยเจียง ถ้าไม่ใช่คุณ ต่อให้เราจะเซ็นสัญญาครอบครองเหมืองถ่านหินทั้งหมดในถู่เฉิง เราก็ไม่รู้ว่ามีก๊าซธรรมชาติอยู่ในนั้น”
“ฉันจะตั้งตารอการสกัดก๊าซธรรมชาติขึ้นมา ! ”
“……”
เมื่อฟังการอภิปรายของทุกคน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยกมือขึ้นเพื่อหยุดพวกเขา และกล่าวว่า “ก๊าซธรรมชาติคือพลังงานและทรัพยากร เจียงเจียกรุ๊ปของเราจะสามารถพัฒนาก๊าซธรรมชาติในถู่เฉิง นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบริษัท จากอุตสาหกรรมแปรรูปทั่วไปและอุตสาหกรรมบริการไปสู่อุตสาหกรรมแหล่งพลังงาน นี่จึงถือเป็นก้าวสำคัญ”
“อย่าประมาทขั้นตอนนี้ เมื่อดำเนินการแล้วจะมีผลกระทบอย่างมากและใหญ่หลวงต่อรูปแบบการพัฒนาขององกรณ์ในอนาคต”
หลายคนยังไม่เข้าใจที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดออกมา ดังนั้นเขาจึงยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ นั่นก็คือเปรียบอุตสาหกรรมหลายอย่างที่บริษัททำเป็นบ่อน้ำ เราต้องออกแรงสาวน้ำขึ้นมา ถึงจะได้น้ำมาใช้
แต่อุตสาหกรรมทรัพยากรพลังงานนั้นก็เหมือนกับน้ำประปา ที่ไม่ต้องใช้คนตักน้ำ แค่เปิดก๊อกน้ำ น้ำก็จะไหลออกมาตามธรรมชาติ
ตัวอย่างนี้เข้าใจง่าย มันจึงทำให้ทุกคนใจเต้นรัวหลังจากได้ยิน
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณหมายความว่าบริษัทของเราจะพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมพลังงานและทรัพยากรในอนาคตใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แน่นอนว่านั่นคือเป้าหมายที่ผมวางไว้ แต่ก็ใช่ว่ามันจะทำได้ง่าย ๆ ทรัพยากรและพลังงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยรัฐ เป็นเรื่องยากมากที่เราจะได้รับผลกำไรมาเต็ม ๆ ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เฉินหยวนเฉาและคนอื่นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือแล้วพูดว่า “เอาล่ะ เราค่อยมาดูโอกาสกันอีกทีในอนาคต ตราบใดที่มีโอกาส แน่นอนว่าเราสามารถทำได้”
หลังจากพูดจบ เขาก็พูดต่อ “ข่าวสามเรื่องข้างต้น ถูกรายงานให้ทุกคนทราบ เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัว”
“ต่อไป ผมยังมีอีกสามเรื่องที่จะประกาศ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็หูผึ่งทันที
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “สิ่งแรกคือด้วยการพัฒนาของบริษัท เรากำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถที่หลากหลายอย่างเร่งด่วน ดังนั้นผมจึงจะประกาศว่าผมจะสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความสามารถระดับชาติ”
แน่นอนว่ารายละเอียดเรื่องฟังก์ชัน ข้อกำหนดและการพัฒนาในอนาคตของแพลตฟอร์มนี้ ได้รับการอธิบายในทันที
ในที่สุดเขาก็มองไปที่โหยวโหย่วหยูและพูดว่า “ผู้อำนวยการโหยว คุณเป็นผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัท การจัดตั้งแพลตฟอร์มนี้ คุณจะต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว โอเคไหม ? ”
โหยวโหย่วหยูคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง แม้ว่าคุณจะอธิบายออกมาแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจ”
“แต่ในเมื่อคุณปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของฉัน ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
“แต่ฉันคงต้องสื่อสารกับคุณอีกหลายเรื่อง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “นี่เป็นเรื่องปกติ ตราบใดที่คุณรู้ว่าแพลตฟอร์มนี้มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาของบริษัท คุณต้องเริ่มต้นและทำมันให้ดี หากคุณต้องการคนช่วย ก็ไปหาคุณเมิ่ง และถ้าคุณต้องการเงินก็ไปหาคุณข่ง ทุกคนจะต้องให้การช่วยเหลือคุณ”
ทุกคนมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ นี่ไม่ต่างจากการมอบดาบให้กับโหยวโหย่วหยูอย่างสมบูรณ์
จากนี้ พวกเขายังเห็นได้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนความสามารถนี้ มาก
แน่นอนว่าโหยวโหย่วหยูก็เห็นถึงโอกาสของเรื่องนี้เหมือนกัน เขายืนขึ้นด้วยความตื่นเต้นและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ไม่ต้องกังวล ด้วยการสนับสนุนของคุณ ฉันจะทำหน้าที่นี้อย่างสุดความสามารถ และจะสร้างแพลตฟอร์มนี้ออกมาให้ดีที่สุด”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้เขานั่งลง
หลังจากเงียบไปสักพัก เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดต่อ “ประการที่สอง ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องใหม่ ผมขอพูดถึงเรื่องเก่าก่อน”
ทุกคนให้ความสนใจมากเมื่อได้ยินแบบนี้
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน ผมได้เชิญทุกคนมาทานอาหารที่บ้านใช่ไหม…”
เมื่อเขาพูดออกมาแบบนี้ เฉินอันผิงและเย่กวงโต้วก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที พวกเขามองหน้ากันด้วยสายตาที่เป็นกังวล
สิ่งที่ควรจะมา…ในที่สุดก็มา
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ใส่ใจกับท่าทางของทั้งสองคน และพูดด้วยรอยยิ้ม “ระหว่างมื้ออาหาร พวกคุณยังจำเครื่องดื่มที่เราดื่มกันได้ไหม ? ”
ทันใดนั้น ทุกคนก็มีความสุขและพูดคุยกัน
“เหล้าเทียนเซี่ยไป๋ที่คุณให้เราดื่มดีที่สุดในโลก ! ”
“ใช่ เหล้ากั๋วเจียว ปี 1949 ก็รสชาติดีมาก ! ”
“คุณความจำที่ดีมาก ฉันจำได้แค่ว่ามันเป็นเหล้าเท่านั้น ! ”
“แน่นอน เพราะมันเป็นผลิตภัณฑ์ในอนาคตของบริษัทเรา ฉันต้องจำได้อยู่แล้ว…”
“ไม่ใช่สิ เมื่อผู้ช่วยเจียงเอาออกมาให้เราดื่มขนาดนี้ ฉันเกรงว่าจะไม่ใช่ในอนาคต แต่จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้มากกว่า”
“…พวกคุณจำได้แค่เหล้าที่ดื่มเท่านั้นเหรอ ! ”
“ใช่แล้ว ยังมีเครื่องดื่มหลากหลายอย่างอีกด้วย”
“ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังมีไวน์ผลไม้ด้วย ! ”
“ใช่แล้ว มีไวน์ผลไม้และไวน์แดงด้วย ! ”
“……”