ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1193 เตรียมการขายล่วงหน้า
ตอนที่ 1193 เตรียมการขายล่วงหน้า
ในตอนเย็น ครอบครัวของเจียงเสี่ยวเฟิงก็มาที่บ้านของหลินต้าเหว่ย และทั้งสองครอบครัวก็รวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลโคมไฟ
หลังจากทานอาหารเย็นสุดหรู เจียงเสี่ยวไป๋และเด็ก ๆ ก็รวมตัวกันรอบลานบ้าน มีการจุดเทียนสีแดงทั้งสองด้านของถนนทางเข้าบ้าน บนขอบหน้าต่าง และบนระเบียงบ้านชั้นสอง
“ไฟอายุสามสิบ ตะเกียงสิบห้า”
ชิงโจวมีธรรมเนียมการจุดเทียนในช่วงเทศกาลโคมไฟ ซึ่งเรียกว่า “การจุดเทียนบนถนน”
ในขณะเดียวกันก็จะเปิดไฟทั้งหมดในบ้านตลอดทั้งคืน ซึ่งหมายความว่าในปีนี้ชีวิตจะได้สว่างและสดใส
……
วันที่ 16 ของเดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติ ตรงกับวันที่ 7 มีนาคม
เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบวันก็จะถึงงานจัดบูธแสดงเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์แล้ว
ที่สำนักงานใหญ่ชั่วคราวของเจียงเจียกรุ๊ป เฉินอันผิงรีบเดินเข้าไปในห้องทำงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ย “รองประธานเมิ่ง วันนี้ผู้ช่วยเจียงจะเข้ามาที่บริษัทไหม ฉันมีหลายสิ่งที่จำเป็นต้องปรึกษาเขา”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยก้มมองดูกองเอกสารโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น แล้วพูดว่า “ฉันขอให้หลี่เวยโทรไปที่เจี้ยนหยางเมื่อเช้านี้ ที่นั่นบอกว่าประธานและผู้ช่วยเจียงออกมาจากเจี้ยนหยางแล้ว เมื่อคำนวณเวลา อีกไม่นานพวกเขาก็คงจะมาถึงแล้วล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องนี้กันก่อน” เฉินอันผิงนั่งลงตรงข้ามกับเมิ่งเสี่ยวเป่ย และเปิดแฟ้มในมือของเขาออก
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเงยหน้าขึ้นและมองไปที่เฉินอันผิง ซึ่งมีดวงตาสีแดงเหมือนตากระต่าย เนื่องจากว่าเขาทำงานล่วงเวลาอย่างต่อเนื่องมาหลายวัน เธอที่เห็นแบบนั้นจึงพูดว่า “รองประธานอัน งานเป็นสิ่งสำคัญ แต่ร่างกายของคุณก็สำคัญเหมือนกัน คุณทำงานหนักมาหลายวันแล้ว คุณควรหาเวลาพักผ่อนบ้าง”
เฉินอันผิงพลิกเอกสารในมือโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ทุกคนก็เหมือนกัน ช่วงนี้ต่างก็งานยุ่งกันหมด เย่กวงโต้วเองก็อยู่ในออฟฟิศและไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้ว”
“ทำไมพวกคุณต้องทำขนาดนั้นด้วย ? มีเพียงคนที่แยกแยะเวลาได้ดีเท่านั้นที่จะทำงานออกมามีประสิทธิภาพ” เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะพวกเขา
“ผู้ช่วยเจียง ! ”
“ผู้ช่วยเจียง คุณกลับมาแล้ว ! ”
เมื่อได้ยินเสียงของเจียงเสี่ยวไป๋ ทั้งสองก็ยืนขึ้นเพื่อทักทายเขา
เจียงเสี่ยวไป๋เดินตรงไปที่โต๊ะหลุมไฟแล้วโบกมือให้ทั้งสองคนนั่งลง “พวกคุณทำงานกันมาหนัก ๆ มานั่งพักสักพักแล้วก็กลับไปพักผ่อนเถอะ”
ทั้งสองเดินไปที่โต๊ะหลุมไฟแล้วนั่งลง
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบบุหรี่ออกมายื่นให้เฉินอันผิง “วันนี้กลับไปพักผ่อนเถอะนะ คุณจะอดหลับอดนอนแบบนี้ไม่ได้ ! ”
เฉินอันผิงรับมันมาแล้วยิ้ม “แม้จะกลับไปนอนก็นอนไม่หลับ มีเรื่องใหญ่หลายอย่างกองรวมกันอยู่ตรงหน้า ฉันอดจัดการกับมันไม่ได้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยรับชาที่หลี่เวยชงมาให้ มอบให้พวกเขา แล้วถามว่า “แล้วท่านประธานไม่มาเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋จุดบุหรี่แล้วพูดว่า “ผมบอกให้เสี่ยวจางไปส่งเธอและลูก ๆ กลับไปที่เจียงวานก่อน เธอเหนื่อยจากการต้องดูแลลูก ๆ มาหลายวัน ผมจึงอยากให้เธอกลับไปพักผ่อน”
เฉินอันผิงพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ผู้ช่วยเจียง หากรวมวันนี้จนถึงวันที่จะจัดบูธแสดงเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ก็เหลือเวลาอีกเพียง 8 วันเท่านั้น ทำไมคุณดูไม่รีบอะไรเลย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ไม่ต้องกังวล แค่ทำตามแผนการที่ได้ตกลงกันไว้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเราที่มีการจัดงานแบบนี้ เราเคยจัดงานที่ใหญ่กว่านี้มาก่อนแล้ว ครั้งนี้มันจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร”
“แต่คราวนี้เราจะไปเทียนจิง ซึ่งหลายอย่างไม่สะดวกเหมือนที่ชิงโจวและเจียงเฉิง” เฉินอันผิงดูจะเป็นกังวลมาก
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือให้เขา “เทียนจิงก็เหมือนกัน ! ผมได้เจรจาเรื่องสำคัญกับทางเจี้ยนหยางแล้ว คุณเพียงส่งคนไปติดต่อที่เจี้ยนหยางก็พอ ไม่จำเป็นต้องถามผมเกี่ยวกับเรื่องอื่น เพียงแค่ตกลงกับคุณเมิ่งให้ได้ก็พอ”
เขาไม่ยอมให้ทั้งสองพูดอะไรอีก และกล่าวว่า “สำหรับงานจัดบูธแสดงเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ เพียงทำตามแผนที่เราวางไว้ก่อนหน้านี้ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก แต่ที่ผมมาหาคุณในวันนี้ก็เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเปิดแผนกขายของอาคารชิงโจว”
เมื่อพวกเขาได้ยินแบบนี้ ทั้งสองก็นั่งตัวตรง เมิ่งเสี่ยวเป่ยได้เปิดสมุดบันทึกในมือของเธอแล้วและกำลังเตรียมที่จะจดบันทึกมัน
เจียงเสี่ยวไป๋สูบบุหรี่แล้วพูดช้า ๆ “ผมกำลังเตรียมที่จะเปิดแผนกขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มีนาคม และในวันที่ 1 พฤษภาคม อาคารชิงโจวจะเปิดขายอย่างเป็นทางการ”
“แล้วทำไมถึงไม่เปิดในวันที่ 18 มีนาคมเลยล่ะ ? ” เฉินอันผิงถามด้วยความสงสัย
เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายว่า “เพราะเราต้องหาลูกค้าก่อน โดยในเฟสแรกของอาคารชิงโจวจะมีห้องมากกว่าห้าร้อยห้อง ซึ่งเราต้องหาลูกค้าให้ได้ห้าพันราย ก่อนทำการเปิดขาย”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยสายตาแน่วแน่ “เพราะสิ่งที่ผมต้องการก็คือในช่วงวันแรงงาน คอนโดทุกห้องในอาคารชิงโจวจะถูกขายหมดในชั่วข้ามคืน”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยและเฉินอันผิงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง นี่เป็นเรื่องที่เกินความเข้าใจของพวกเขาอย่างมาก และพวกเขายังไม่กล้าคิดว่าคอนโดจะถูกขายออกไปในชั่วข้ามคืน
แม้ว่าตอนนี้ญาติและเพื่อนฝูงหลายคนของพวกเขาจะมาถามเรื่องคอนโด และบางคนถึงกับมาถามซื้อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้หมดภายในวันเดียว
ในความคิดของพวกเขา เมื่อแผนกขายเปิด พวกเขาก็เริ่มขาย และรับเงินมาจากลูกค้าก็เท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจความคิดของพวกเขาและพูดต่อ “รวมถึงที่เมื่อปีที่แล้วที่เราจัดงานนิทรรศการด้วย เราขายบัตรส่วนลดมูลค่าหนึ่งพันหยวนจำนวน 100 ใบ ในราคาห้าร้อยหยวน นี่เป็นวิธีรักษาลูกค้าไว้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ”
เฉินอันผิงสงบสติอารมณ์ลง แล้วถามว่า “ทำไมล่ะ ? ในเมื่อพวกเขาซื้อบัตรส่วนลดก็หมายความว่าพวกเขาจะซื้อบ้านแน่นอน อย่างน้อยเราก็มั่นใจได้ว่าลูกค้าที่ซื้อบัตรส่วนลดไป จะต้องซื้อ ! ”
“ไม่ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัว “เพียงเพราะพวกเขาซื้อบัตรไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะซื้อบ้าน มันแค่หมายความว่าพวกเขามีความตั้งใจที่จะซื้อบ้าน อย่าลืมว่าเงินห้าร้อยหยวนที่พวกเขาซื้อบัตร สามารถโอนคืนได้โดยไม่มีเงื่อนไข หากว่าพวกเขาไม่ซื้อ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่อ “ซึ่งตอนนั้นบัตร VIP ก็ขายได้ด้วยเหตุผลสองอย่าง”
“อย่างแรกคือปริมาณบัตรที่เราทำออกมาขายนั้นไม่มากนัก อย่างที่สอง บรรยากาศพาไป หลายคนที่ตอนแรกไม่อยากซื้อ แต่เมื่อพวกเขาเห็นเพื่อนรอบตัวซื้อ จึงซื้อตาม นี่คือการบริโภคเพราะแรงกระตุ้น”
“แต่ตอนนี้เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ซื้อบัตร แรงกระตุ้นและความกระตือรือร้นในการบริโภคอาจหายไป ดังนั้นความเป็นไปได้ในการคืนบัตรจึงมีสูงมาก”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เมิ่งเสี่ยวเป่ยและเฉินอันผิงต่างก็พยักหน้าบอกว่าพวกเขาเข้าใจ
เฉินอันผิงกล่าวว่า “แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่จำเป็นต้องหาลูกค้าห้าพันรายนี่ ! ”
แล้วทำไมถึงต้องหาลูกค้าให้ได้ห้าพันรายด้วย ?
ไม่ต้องพูดถึงคอนโดห้าร้อยห้องของเฟสแรก แม้ว่าเฟสต่อ ๆ ไปจะเปิดขาย ก็มีจำนวนไม่ถึงห้าพันห้องอยู่ดี แล้วทำไมถึงต้องหาลูกค้าให้ได้เยอะขนาดนั้น
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “รองประธานอัน คุณต้องรู้ว่ายิ่งเรามีลูกค้ามากเท่าไร เราก็จะมีพื้นที่ในการเลือกลูกค้ามากขึ้นเท่านั้น”
เฉินอันผิงสับสนเล็กน้อย “แล้วพวกเขาไม่ใช่ลูกค้าทั้งหมดเหรอ ? ตราบใดที่พวกเขาจ่ายเงินมาแล้ว เราจะเลือกอะไรได้อีกล่ะครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและส่ายหัว พูดอย่างมีความหมาย “รองประธานอัน ตอนนี้คุณคุ้นเคยกับวิธีการขายแบบดั้งเดิมมากไป เพราะคุณยังไม่เคยมีประสบการณ์การขายอสังหาริมทรัพย์มาก่อน”
เขาพ่นควันออกมาแล้วพูดต่อ “เอาเป็นว่าผมต้องการสร้างเอฟเฟกต์การซื้อที่บ้าคลั่ง นั่นคือทันทีที่มีการประกาศราคาออกไป คุณอาจไม่สามารถซื้อได้ทัน หากคุณลังเลใจแม้แต่วินาทีเดียว”
ซี๊ด…..
เฉินอันผิงและเมิ่งเสี่ยวเป่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง การซื้ออสังหาริมทรัพย์พวกนี้ไม่เหมือนกับการซื้อสินค้าอื่น ๆ ราคารวมของคอนโดแต่ละหลังก็สูงมาก หลายคนอาจซื้อคอนโดหลังนี้ได้เพียงหลังเดียวในช่วงชีวิตของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ควรซื้ออย่างหุนหันพลันแล่นขนาดนั้นนะคะ ! ”
เฉินอันผิงยังกล่าวอีกว่า “ใช่แล้ว ตอนนี้รายได้ของผู้คนไม่ได้สูงนัก น้อยคนที่จะมีรายได้สูงเหมือนพนักงานในบริษัทของเรา”
เมืองชิงโจวในปี 1985 เงินเดือนเฉลี่ยของคนงานอยู่ที่สี่สิบหรือห้าสิบหยวน ในขณะที่เงินเดือนเฉลี่ยของพนักงานธรรมดาของเจียงเจียกรุ๊ปอยู่ที่สองร้อยหยวน
สำหรับผู้บริหารของเจียงเจียกรุ๊ปยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เงินเดือนของพวกเขาเกินหนึ่งพันหยวนไปแล้ว
เมิ่งเสี่ยวเป่ยจำคำถามสำคัญได้ และถามว่า “ผู้ช่วยเจียง แล้วคุณวางแผนที่จะขายคอนโดเฟสแรกนี้ในราคาเท่าไรเหรอคะ ? ”