ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1207 เหยียบเรือสองแคม
ตอนที่ 1207 เหยียบเรือสองแคม
กว่าครึ่งปีผ่านไปนับตั้งแต่ที่เจียงเสี่ยวไป๋ตัดสินใจเหยียบเรือสองแคม เจียงเจียกรุ๊ปอยู่ในที่แจ้งมาตลอด ในขณะที่สถาบันจัดการกองทุนเซิ่งซื่ออยู่ในที่มืดมาโดยตลอด
และในขณะเดียวกันนี้ เขาได้ก่อตั้งบริษัทโฆษณาเหอเหมียวด้วยตัวเอง จากนั้นจึงก่อตั้งบริษัทวางแผนเหมาเตาร่วมกับหลินเจียจวิน โดยเขาถือหุ้น 90% ของบริษัทโฆษณาเหอเมียว ส่วนหลินเจียจวินถือหุ้น 10% และทำหน้าที่เป็นผู้จดแจ้งทางกฎหมาย
จากนั้น หลินเจียจวินก็ได้ไปพบกับเพื่อนของเขา กัวเสี่ยวผิงและต่งผิงชวน ก่อนที่ทั้งสามฝ่ายจะได้ร่วมกันเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันจัดการกองทุนเซิ่งซื่อ
ในจำนวนนี้ หลินเจียจวินถือหุ้นบริษัทวางแผนเหมาเตา 85%, กัวเสี่ยวผิงถือหุ้น 10% และ ต่งผิงชวนที่ทำหน้าที่เป็นนิติบุคคลและผู้จัดการทั่วไปถือหุ้น 5%
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ถือหุ้นของสถาบันจัดการกองทุนเซิ่งซื่อ เขาปกปิดตัวตนไม่ให้ใครรู้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้อกับบริษัทนี้ แต่เขาควบคุมบริษัทในรูปแบบของ ‘GP’ อย่างสมบูรณ์ ซึ่งหลินเจียจวินก็ปกปิดตัวตนเช่นกัน มีเพียงกัวเสี่ยวผิงและต่งผิงชวนเท่านั้นที่รู้ว่าเขากำลังวางแผนนี้ เพราะชื่อของนิติบุคคลของบริษัทไม่ปรากฏในหมู่ผู้ถือหุ้นของสถาบันจัดการกองทุนเซิ่งซื่อโดยตรง
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย เป็นเรื่องยากสำหรับทุกคนที่จะรู้ว่าใครคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสถาบันจัดการกองทุนเซิ่งซื่อที่ไม่แสดงตัว
ภายใต้คำสั่งของเจียงเสี่ยวไป๋ สถาบันจัดการกองทุนเซิ่งซื่อได้ดำเนินการลงทุนสี่รอบ
รอบแรกเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
การลงทุนในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า รวมไปถึงการจดทะเบียนแบรนด์เสื้อผ้าหลายร้อยแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ จากนั้นจึงก่อตั้งสตูดิโอออกแบบเสื้อผ้าชั้นนำในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งนำโดยว่านเชี่ยนเชี่ยน
ในด้านหนึ่ง สตูดิโอได้คัดเลือกนักออกแบบแฟชั่นที่โดดเด่นและส่งไปเรียนออกแบบต่อในต่างประเทศ ในทางกลับกัน สตูดิโอก็ได้ว่าจ้างนักออกแบบจากต่างประเทศด้วยเงินเดือนที่สูง มาออกแบบแบรนด์เสื้อผ้า และก็ได้ร่วมมือกับสาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นของมหาวิทยาลัยในประเทศ เพื่อดึงดูดนักออกแบบที่โดดเด่นและมีความสามารถในการออกแบบแฟชั่น
ปัจจุบัน ภายใต้การนำของว่านเชี่ยนเชี่ยน ตอนนี้ทั้งทีมงานทีมากกว่าสามร้อยคน เรียกได้ว่าเจริญรุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยแบ่งออกเป็น เสื้อผ้าเด็ก, เสื้อผ้าผู้หญิง, เสื้อผ้าผู้ชาย และเสื้อผ้าผู้สูงอายุ, ชุดกีฬา, ชุดทำงาน, ชุดบนเวที, เสื้อผ้าพิเศษ และการออกแบบอื่น ๆ อีกมากมาย
ในเวลาเดียวกัน ก็มีการจัดตั้งบริษัทการออกแบบในด้านกระเป๋า กระเป๋าสะพาย กระเป๋าถือ กระเป๋าเป้ กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเอกสาร กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสัมภาระ และกระเป๋าอื่น ๆ
แน่นอนว่ายังมีเครื่องประดับอื่น ๆ เช่น เข็มกลัด ผ้าพันคอ เนคไท และสร้อยข้อมือด้วย
หลังจากมีการออกแบบมากมาย ต่งผิงชวนก็ได้สร้างโรงงานจำนวนมากในมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียง ฝูเจี้ยนและกวางตุ้ง
โดยลงทุนแบบอิสระ หรือบางโรงงานก็ร่วมมือกับคนอื่น และตอนนี้พวกเขาก็ได้ลงทุนในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้ามากกว่าสี่สิบแห่ง
ในจำนวนนั้น ได้แก่ โรงงานลี่เหลี่ยง, เหิงเซียง, ท่าปู้, เหมยเต๋อซือเหวย, เฉาเหริน, อันเค่อ, ไนกี้, อดีดาส, โจออน, ยังเกอร์, อี้ซุน, บอสตัน, เซเมียร์, เอทวูล์ฟส์ เป็นต้น โดยทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนโดยเจียงเสี่ยวไป๋ตามแบรนด์ต่าง ๆ และพันธมิตรหลายรายก็เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์เหล่านี้ในชาติที่แล้ว
นี่คือพลังแห่งการเกิดใหม่ คุณไม่จำเป็นต้องคิดหนักเกี่ยวกับหลายสิ่งหลายอย่าง ตราบใดที่คุณรู้อนาคต คุณก็สามารถวางแผนล่วงหน้าและค้นหาคนที่เหมาะสมที่จะทำมันได้
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ที่พูดมานี้คือกรณีของการออกแบบเสื้อผ้าและการก่อสร้างโรงงาน ต่อไปฉันวางแผนที่จะเริ่มสร้างโรงงานผลิตกระเป๋าเดินทาง”
หลังจากได้ยิน เจียงเสี่ยวไป๋ก็คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ผมว่าเราต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ หยุดลงทุนสร้างโรงงานกระเป๋าเดินทางไปสักพักก่อน”
หลินเจียจวินได้ยินแบบนั้นก็ถามด้วยความประหลาดใจ “ต่งผิงชวนมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ และรายงานก็ถูกส่งไปแล้ว ทำไมต้องหยุดด้วยล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เราจะสร้างโรงงานกระเป๋าเดินทางในแผนทั้งหมดที่ชิงโจว ! ”
ฮะ ?
หลินเจียจวินตกตะลึง
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง และถามว่า “อะไรนะ ? นายสร้างโลกใหม่ภายนอกเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเจียงเจียกรุ๊ปไม่ใช่เหรอ ? แต่ทำไมจู่ ๆ นายถึงจะไปสร้างโรงงานผลิตกระเป๋าเดินทางหลายสิบแห่งในชิงโจว แบบนี้มันไม่ขัดต่อเจตนาเดิมของนายเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “แท้จริงแล้วสิ่งนี้แตกต่างจากแนวคิดเดิมของผมมาก แต่ตอนนี้ผมมีการเตรียมการไว้แล้ว ผมต้องการโรงงานกระเป๋าเดินทางที่สามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดมหาศาลในอนาคต และที่เลือกมาสร้างในชิงโจวก็เพื่อต้องการให้การพัฒนาเศรษฐกิจของชิงโจวเติบโตมากขึ้นไปอีก ! ”
หลินเจียจวินอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว “ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมนายถึงต้องลงทุนอะไรมากมายขนาดนี้ในชิงโจว ? หากเป็นแบบนี้ ฉันก็อยากให้นายมาลงทุนในเจียงเฉิงเหมือนกัน เพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กลอกตามองมาที่เขา หลินเจียจวินจะเข้าใจความคิดของเขาได้อย่างไร ?
จากนั้น เขาก็พูดว่า “เอาล่ะ พี่แค่ทำตามที่ผมบอกก็พอ ไม่ต้องไปหาเหตุผลมันหรอก”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “นายเป็นเจ้านาย ถ้านายสั่งอะไรมา ฉันก็ต้องทำตาม แต่นายได้คิดดีแล้วหรือยัง ว่าการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมายในชิงโจวก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะติดต่อกับเจียงเจียกรุ๊ป”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ต่งผิงฉวนเคยติดต่องานกับพวกเขามาแล้ว พี่จะกังวลอะไร เพราะพี่ไม่จำเป็นต้องมาปรากฏตัวอยู่แล้ว ? ”
หลินเจียจวินพูดอย่างช่วยไม่ได้ “เอาล่ะ ฉันจะขอให้เหล่ากัวคุยกับต่งผิงฉวนให้”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและกล่าวว่า “ให้ต่งผิงชวนหาโอกาสที่เหมาะสมไปพบถังจิงเทียน จากนั้นก็ให้เขาเจรจาขอลงทุนสร้างโรงงานในชิงโจว”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “นายกำลังขอให้รัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อกับเจียงเจียกรุ๊ปโดยตรงใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นั่นคือสิ่งที่ผมคิดไว้ครับ พี่พูดต่อเถอะ ผมจะได้เข้าใจสถานการณ์อื่น ๆ ด้วย”
หลินเจียจวินพยักหน้าและพูดต่อ
จากนั้น พวกเขาก็พูดถึงการลงทุนอย่างที่สอง
ในขณะที่หลินเจียจวินขอให้ต่งผิงชวนวางผังโรงงานผลิตเสื้อผ้า เขายังก่อตั้งบริษัทพาณิชย์เทียนจั้ว ซึ่งบริหารงานโดยชายคนหนึ่งชื่อหลิวเซียง และดำเนินธุรกิจด้านการส่งเสริมการลงทุนและเป็นเอเจนซี่ศิลปินดาราเป็นหลัก
คอนเสิร์ตขอบคุณตัวแทนจำหน่ายที่เจียงเจียกรุ๊ปจัดขึ้นในเจียงเฉิงเมื่อปีแล้ว พวกเขาก็ได้ร่วมมือกับบริษัทพาณิชย์เทียนจั้ว โดยให้หาศิลปินมาร้องเพลงให้ ยกเว้นนักแสดงจากเรื่อง ‘ไซอิ๋ว’
งานหลักของบริษัทพาณิชย์เทียนจั้วในตอนนี้คือการดึงดูดการลงทุนในเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ รับสมัครเจ้าของธุรกิจที่ยินดีจะเปิดร้านเสื้อผ้าของตนเอง อีกอย่างคือการร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าในเมืองต่าง ๆ เพื่อรวมแบรนด์เสื้อผ้าโดยให้สถาบันจัดการกองทุนเซิ่งซื่อเป็นผู้ดูแลเรื่องการลงทุน
จนถึงตอนนี้ ผลลัพธ์ก็น่าประทับใจมาก
ตอนนี้บริษัทพาณิชย์เทียนจั้วได้เปิดตัวร้านเสื้อผ้าแบรนด์ต่าง ๆ มากมายในเมืองหลวงกว่ายี่สิบแห่ง ทำให้มีร้านมากกว่าหนึ่งร้อยแห่งทั่วประเทศ เช่น หลี่เหลียง, ท่าปู, เหมยเต๋อซือเหวย, อันเค่อ, ไนกี้, อดีดาส, โจออน, ยังเกอร์, อี้ซุน, บอสตัน, เซเมียร์, เอทวูล์ฟส์ และมีห้างสรรพสินค้าหลายร้อยแห่งในนั้น
ในเมืองใหญ่บางแห่งตอนนี้ แนวโน้มการบริโภคเสื้อผ้าใหม่ ๆ กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว
บริษัทพาณิชย์เทียนจั้วประสบความสำเร็จอย่างมาก และก่อให้เกิดความปั่นป่วนในปีที่แล้ว เฉินอันผิงค้นพบว่าบริษัทพาณิชย์เทียนจั้วดำเนินธุรกิจในเมืองใหญ่ ๆ และก็ได้รายงานเรื่องนี้ต่อเจียงเสี่ยวไป๋
อย่างไรก็ตาม แบรนด์เสื้อผ้าเหล่านี้ยังไม่ได้เข้าสู่ชิงโจว
หลินเจียจวินจึงได้ถามออกมาอย่างไม่เป็นทางการว่า “เสี่ยวไป๋ แล้วนายต้องการเอาร้านเสื้อผ้าเหล่านี้ไปเปิดที่ชิงโจวด้วยไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “พี่สามารถขอให้หลิวเซียงส่งคนไปที่ชิงโจวเพื่อติดต่อหลี่ซิ่วซิ่วจากแผนกขายของอาคารชิงโจวได้”
หลินเจียจวินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดด้วยความประหลาดใจ “เราจะไปเปิดร้านขายเสื้อผ้า ทำไมนายถึงต้องให้คนไปติดต่อกับหลี่ซิ่วซิ่วด้วยล่ะ ? ”