ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1215 จะสมัครบัตรวีไอพีคนละ 5 ใบ
ตอนที่ 1215 จะสมัครบัตรวีไอพีคนละ 5 ใบ
เจียงเจียกรุ๊ปกู้เงินมาจริง และโจวเสี่ยวโจในฐานะเลขานุการของประธานกลุ่มต้องรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว
เธอพยักหน้าและพูดว่า “ดูเหมือนว่าบริษัทของเราจะกู้สินเชื่อมามากกว่าแปดร้อยล้านหยวน ! ”
ใช่ เจียงเจียกรุ๊ปได้กู้ยืมเงินมามากกว่าแปดร้อยล้านหยวนจากธนาคารทั้งสี่แห่งในชิงโจว
ในบรรดาพวกเขา เจียงเสี่ยวไป๋เคยกู้เงินจากธนาคารสองแห่ง คือ จากธนาคารการเกษตรแห่งประเทศจีนจำนวน 7 ล้านหยวนตอนที่เขายังไม่ได้จดทะเบียนเป็นกลุ่มบริษัท และต่อมาได้รับเงินกู้จำนวน 8 ล้านหยวนจากธนาคารเพื่อการก่อสร้างแห่งประเทศจีน
สินเชื่อทั้งสองนี้เป็นเงินกู้ระยะยาวปลอดดอกเบี้ย ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงยังไม่ชำระคืนในตอนนี้
ซึ่งหลังจากการก่อตั้งเจียงเจียกรุ๊ป และหลังจากการประชุมตัวแทนจำหน่ายประจำปี และการประชุมการลงทุนระดับชาติที่จัดขึ้นที่เจียงเฉิง บริษัทก็มีกระแสเงินสดมากกว่าหนึ่งพันล้านหยวน ซึ่งฝากไว้ในธนาคารการเกษตรแห่งประเทศจีน และธนาคารเพื่อการก่อสร้างแห่งประเทศจีน
ในเวลานั้น จูกั๋วฟู่ประธานธนาคารการเกษตรแห่งประเทศจีนกังวลว่าเขาจะไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยให้เจียงเสี่ยวไป๋ได้ ดังนั้นเขาจึงขอให้เจียงเสี่ยวไป๋โอนเงินหนึ่งพันล้านหยวนไปยัง
ธนาคารเพื่อการก่อสร้างแห่งประเทศจีนแทน
ต่อมา ยอดขายต่อปีของเจียงเจียกรุ๊ปก็ทะลุหนึ่งหมื่นล้าน ทำให้กระแสเงินสดเพิ่มมากขึ้น จึงได้เปิดบัญชีของบริษัทที่ธนาคารการเกษตรแห่งประเทศจีน, ธนาคารเพื่อการก่อสร้างแห่งประเทศจีน, ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน และธนาคารแห่งประเทศจีน
ธนาคารใหญ่ทั้งสี่แห่งที่ได้รับเงินฝากมากเกินไป และต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากจำนวนมากให้กับเจียงเจียกรุ๊ปทุกปี ด้วยเหตุนี้ประธานธนาคารใหญ่ทั้งสี่แห่งจึงหารือกัน โดยมีเจี่ยงชิงชิง ประธานธนาคารเพื่อการก่อสร้างแห่งประเทศจีนเป็นผู้นำไปหาเจียงเสี่ยวไป๋เพื่อบังคับให้เจียงเจียกรุ๊ปกู้เงินกับธนาคารหลักทั้งสี่แห่ง แห่งละ 200 ล้าน
เมื่อนำยอดของทั้งสี่ธานคารมารวมกันแล้วก็เท่ากับแปดร้อยล้านไม่ใช่เหรอ ?
โจวเสี่ยวโจยังคงสับสน เธอจึงถือโอกาสนี้ถามว่า: “อย่างไรก็ตาม ท่านประธาน ในเมื่อบริษัทของเราใช้เงินที่มีได้ไม่หมดไม่สิ้นอยู่แล้ว ทำไมเรายังต้องกู้ยืมเงินจากธนาคารด้วย ? ”
เงินกู้ยืมมากกว่าแปดร้อยล้านหยวนจากธนาคารใหญ่สี่แห่งในครั้งนี้ไม่ใช่เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยอีกต่อไป แต่เป็นเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยระยะยาว ดอกเบี้ยที่จ่ายในหนึ่งปีเพียงอย่างเดียวก็หลายสิบล้านหยวนแล้ว
หลินเจียอินพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้ช่วยเจียงบอกว่า คุณสามารถยืมเงินจากธนาคารเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ ! ”
ฮะ ?
โจวเสี่ยวโจตกตะลึง
ในความเป็นจริง หากเจี่ยงชิงชิง, จูกั๋วฟู่ และประธานคนอื่นของธนาคารใหญ่ทั้งสี่อยู่ที่นี่ พวกเขาคงจะตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของหลินเจียอินเช่นกัน
พวกเขามาขอร้องจากเจียงเสี่ยวไป๋ให้บริษัทขอสินเชื่อ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเจียงเสี่ยวไป๋ก็เต็มใจที่จะกู้เงินของพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมาร้องขอก็ได้
เพราะผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการหมุนเวียนเงินทุนจำนวนมหาศาลนั้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้ธนาคารนั้นดูเล็กน้อยไปทันที
น่าเสียดายที่ในช่วงทศวรรษ 1980 หลายคนยังไม่เข้าใจเรื่องนี้
หลี่ชิงอียิ้มและพูดกับโจวเสี่ยวโจว่า “ดูสิ แม้แต่บริษัทที่รวยมากก็ยังเลือกที่จะยืมเงิน แบบนี้เธอยังจะกังวลอะไรอยู่อีก ? ”
หลังจากหยุดไปชั่วครู่ เธอก็พูดต่อ “เสี่ยวโจว ความจริงแล้วแม้ว่าเธอจะไม่เคยกู้เงินมาก่อน แต่เธอก็ทำงานในบริษัท ด้วยเหตุนี้บริษัทก็ต้องกล้าขายบ้านให้เธออยู่แล้ว เธอยังต้องกังวลเรื่องอะไร ? ”
โจวเสี่ยวโจมีสีหน้าเคร่งขรึม ในเรื่องนี้เธอไม่ได้คิดอย่างที่หลี่ชิงอีคิดจริง ๆ
ไม่น่าแปลกใจที่ประธานบอกให้เธอหัดเรียนรู้จากหลี่ชิงอี
เธอกัดฟันแล้วพูดว่า “ประธาน ฉันจะฟังคุณ ฉันต้องการบัตรวีไอพีหมายเลข 152 ค่ะ ! ”
หลี่ชิงอียิ้มและพูดว่า “เสี่ยวโจว เชื่อเถอะว่าเธอจะต้องไม่เสียใจทีหลังแน่นอน ! ”
หลินเจียอินยิ้ม จากนั้นทั้งสามคนก็ยังคงพิงราวบันไดดูฉากที่มีชีวิตชีวาในศูนย์นิทรรศการที่ชั้นหนึ่งต่อไป
หลังจากที่หม่าเสี่ยวถงรับลูกค้าหลายคน ก็ถึงคราวของชายหนุ่มคนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหม่าเสี่ยวถง ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ตอนนี้ฉันจะอธิบายให้คุณทราบถึงขั้นตอนและกฎเกณฑ์ในการสมัครบัตรวีไอพีนะคะ”
ชายหนุ่มยิ้ม เขาชี้ไปที่เพื่อนอีกสองคนที่อยู่ข้างหลังเขา แล้วพูดกับหม่าเสี่ยวถง “เราสามคนมาด้วยกัน งั้นเราทำมันพร้อมกันเลยได้ไหม ? ”
หม่าเสี่ยวถงมองดูพวกเขาทั้งสามคน เธอพยักหน้าและพูดว่า “ในเมื่อมาด้วยกัน งั้นก็มาทำพร้อมกันเลยก็ได้ค่ะ ! ”
ชายหนุ่มทั้งสามคนมีความสุขมาก และเดินเข้ามาล้อมหม่าเสี่ยวถงทันที “พวกเราแต่ละคนจะสมัครบัตรวีไอพี5 ใบ ช่วยจัดการให้พวกเราด้วย ! ”
ฮะ ?
หม่าเสี่ยวถงตกตะลึง
แม้ว่าลูกค้าที่เข้ามาในวันนี้ล้วนมาเพื่อซื้อบัตร แต่พวกเขาก็สมัครบัตรคนละหนึ่งใบเท่านั้น ไม่เคยมีใครซื้อครั้งละ 5 ใบมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ทั้งสามคนยังจะสมัครคนละ 5 ใบ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอแบบนี้
เธอมองทั้งสามคนอย่างงงงวยมาก และอดไม่ได้ที่จะถามย้ำอีกครั้ง “พวกคุณแน่ใจหรือว่าจะซื้อบัตรคนละ 5 ใบ ? ”
“ใช่ พวกเราจะสมัครคนละ 5 ใบ ! ”
“ใช่ ฉันก็จะสมัคร 5 ใบเหมือนกัน ! ”
“ใช่ 5 ใบ ! ”
ชายหนุ่มทั้งสามต่างก็พยักหน้าพร้อมกัน และกล่าวออกมา
พวกเขาแต่ละคนจะสมัครคนละ 5 ใบ นั่นเท่ากับว่ารวมกันเป็น 15 ใบ !
หม่าเสี่ยวถงพูดด้วยความสับสน “ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันขอถามได้ไหม พวกคุณจะซื้อบ้านหลายหลังในคราวเดียวเลยหรือคะ ? ”
ชายหนุ่มคนหนึ่งยิ้มและเน้นย้ำออกมาว่า “แต่ทางบริษัทก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ห้ามว่าคนหนึ่งคนสามารถซื้อบ้านได้เพียงหลังเดียวใช่ไหม ? ”
หม่าเสี่ยวถงพยักหน้าและพูดว่า “ใช่ค่ะ เราไม่ได้มีข้อห้ามนี้ค่ะ ! ”
ชายหนุ่มพูดว่า “เราจะสมัครกี่ใบก็ได้ไม่ใช่เหรอ ? ถึงอย่างไรเราก็จ่ายเงินให้อยู่ดี คุณก็แค่สมัครให้เรา ! ”
หม่าเสี่ยวถงกล่าวว่า “เอาล่ะ ก็ได้ค่ะ ฉันมีหน้าที่แค่ลงทะเบียนตามความต้องการของลูกค้า แล้วพวกคุณต้องการซื้อบ้านขนาดใดและชอบชั้นไหนเหรอคะ ? ”
ชายหนุ่มกล่าวว่า “คุณรีบเขียนมันไปตามที่เราบอกก็พอ เราแต่ละคนซื้อคนละ 5 ใบ ทั้ง 5 ใบก็เขียนเลขชั้น ประเภท และรูปแบบให้เหมือนกันเลย สรุปสั้น ๆ คือรีบทำหน่อยเถอะ ไม่งั้นลำดับของเราคงจะขยับถอยไปท้าย ๆ อีก”
หม่าเสี่ยวถงพูดไม่ออกและต้องเร่งดำเนินการตามขั้นตอนให้พวกเขาและพาพวกเขาไปที่สำนักงานการเงินเพื่อชำระเงิน
ในไม่ช้า ทั้งสามคนก็ได้รับบัตรวีไอพีมาคนละ 5 ใบ
เมื่อมองดูบัตรวีไอพีในมือ พวกเขาทั้งสามคนต่างก็ดีใจ และเดินออกจากแผนกขายไป
ชายหนุ่มทางซ้ายตบไหล่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงกลางแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “นายนี่ช่างฉลาดจริง ๆ ที่คิดว่าเราสามารถนำบัตรไปขายต่อได้”
ชายหนุ่มทางขวายังคงขมวดคิ้ว “ฉันยังกังวลอยู่นิดหน่อย เมื่อถึงตอนนั้นเราจะขายได้ไหม ? ”
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงกลางยิ้มอย่างสบาย ๆ “ไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่เห็นเหรอว่ามีคนเข้าคิวข้างนอกกี่คน เบอร์ของเราเร็วมาก สาวฝ่ายขายบอกว่าพอเปิดขายบ้าน ลำดับการจองบ้านจะยึดตามลำดับหมายเลขของบัตร ยิ่งใกล้อันดับแรก ๆ มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้นเท่านั้น คุณยังกังวลว่าจะขายไม่ได้หรือ ? แบบนี้เราเป็นเสือนอนกินได้สบาย”
พวกเขาพยักหน้าพร้อมกัน “ใช่ ใช่ อย่างแย่ที่สุดเราก็แค่ได้เงินคืน”
“ใช่ ต่อให้เราคิดกำไรใบละสองร้อยหยวน พวกเราแต่ละคนก็ยังได้กำไรหนึ่งพันหยวน ซึ่งเพียงพอสำหรับเงินเดือนของเราในหนึ่งปี มีแค่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่ทำแบบนี้” ชายตัวเล็กที่อยู่ตรงกลางคำนวณออกมาอย่างชาญฉลาด
“ฮ่าฮ่า ใช่แล้ว ! ต่อให้ฉันทำงานหนักมา ก็ไม่สามารถหาเงินได้ปีละหนึ่งพันหยวนด้วยซ้ำ”
“เพียงเพื่อที่จะซื้อบัตรเหล่านี้ ฉันต้องไปยืมเงินจากคนอื่นมาหลายคนมาก”
“ฉันก็ไม่ต่างกัน ฉันต้องยืมเงินพ่อแม่และพี่น้องมา แต่ฉันก็ไม่กังวลว่าจะจ่ายคืนไม่ได้ อย่างไรก็ได้เงินคืน”
“โอเค โอเค เงียบเสียงไว้และไม่ต้องพูดอะไรที่นี่ ไปที่คนที่ต่อแถวข้างหลัง เพื่อสำรวจสถานการณ์และสอบถามพวกเขากันเถอะ”
ทั้งสามเดินออกไปและพึมพำเบา ๆ
หากเจียงเสี่ยวไป๋อยู่ที่นี่และได้ยินการสนทนาระหว่างสามคนนี้ เขาคงจะยกนิ้วให้ทั้งสามคนอย่างแน่นอน
เพราะนี่คือความเป็นนายหน้าอย่างแท้จริง !