ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1217 แค่เปลี่ยนมือก็ได้กำไรสามร้อย
ตอนที่ 1217 แค่เปลี่ยนมือก็ได้กำไรสามร้อย
ในขณะที่ลูกค้าที่รออยู่ข้างนอกกำลังพูดคุยกัน ก็เกิดความโกลาหลเล็กน้อยในแถว เพราะมีคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังทะเลาะกัน
“มันเป็นความผิดของคุณทั้งหมด ฉันบอกให้รีบมา แต่คุณบอกว่ามีคนไม่เยอะหรอก แล้วพอมาตอนนี้เป็นไง ? เราอยู่แทบจะท้ายสุดของแถวเลย”
“นี่ อย่าโกรธน่า ฉันจะรู้มาก่อนได้อย่างไร ? นอกจากนี้ถ้าเราซื้อเฟสแรกไม่ได้ เราก็สามารถซื้อเฟสสองได้”
“ฮึ่ม หยางต้าเหวย คุณบอกแม่และญาติ ๆ ของฉันไว้ว่าอย่างไร คุณบอกว่าตอนแต่งงาน เราจะซื้อคอนโดชั้นบนไว้เป็นเรือนหอของเรา ตอนนี้ต้องรอเป็นปีกว่าจะส่งมอบห้องชุดเฟสแรกได้ ยังอยากจะรอเฟสสองอีกเหรอ คุณไม่อยากแต่งงานกับฉันแล้วใช่ไหม ? ”
“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ผมจะไม่อยากแต่งงานได้อย่างไร แต่ตอนนี้มันเป็นแบบนี้ไปแล้ว ผมจะทำอะไรได้ล่ะ”
“ฉันไม่สน อย่างไรก็ต้องซื้อห้องชุดเฟสแรกให้ได้ ! จะได้ไม่ต้องอายญาติพี่น้องของฉันที่คุณไปรับปากไว้ ! ”
“อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ยืนต่อแถวอยู่ตรงนี้ไปก่อน ผมจะไปคิดหาวิธีแก้ปัญหา”
หยางต้าเหวยวิ่งไปรอบ ๆ ด้วยความกระวนกระวายใจ คอยมองหาคนที่อยู่แถวหน้าที่พอรู้จักเพื่อที่จะได้ขอไปแทรกแถวอยู่ด้วย
แต่หลังจากขอร้องอยู่นาน ก็ไม่มีใครยอมให้เขาเข้ามาแทรกแถวด้วยเลย
ในเวลานั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เฝ้าดูมาได้สักพักแล้วก็เดินเข้ามา เขาหยิบบุหรี่ออกมายื่นให้และคุยกับเขา “พี่ชาย แฟนคุณสวยมาก อย่างไรครั้งนี้คุณก็ต้องซื้อห้องชุดให้ได้เพื่อแต่งงานกับเธอใช่ไหม ? ”
หยางต้าเหวยรับบุหรี่มาแล้วถอนหายใจ “ใช่ แต่คงสายเกินไปแล้ว ฉันเดาว่าพวกเขาคงต่อคิวกันถึงหมายเลข 700 แล้ว เธอทะเลาะกับฉันตลอดเช้า แต่โทษฉันทั้งหมดไม่ได้หรอก ฉันทุ่มเทมาตลอด แต่วันนี้ใครจะคิดว่าจะมีคนมาซื้อบัตรวีไอพีมากมายขนาดนี้ เหมือนกับว่ามาต่อคิวเอาห้องชุดฟรีเลย”
ชายหนุ่มพ่นควันออกมา แล้วพูดว่า “มันก็จริง เมื่อคืนผมมาต่อคิวตั้งแต่กลางดึก จนได้หมายเลข 265 มา”
“อ่า ! คุณยอดเยี่ยมมาก ยินดีด้วย ! ”
หยางต้าเหว่ยพูดด้วยความเสียดาย รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้มาเข้าแถวตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ทะเลาะกับคู่หมั้นของเขาแบบนี้
“งั้นเอาแบบนี้ไหม ! ” ชายหนุ่มเหลือบมองหยางต้าเหวย แสร้งทำเป็นเห็นใจ แล้วพูดว่า “พี่ชาย การแต่งงานถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ฉันคิดว่าคุณคงกังวลไม่น้อย ฉันเองก็เห็นใจ บัตรวีไอพีหมายเลข 265 ของฉันยังไม่สำคัญสำหรับฉันเท่าคุณ ฉันจะขายต่อให้คุณเอาไหม ? ”
เวลาพูด เขาจะเน้นหมายเลข 265 เป็นพิเศษ ! และเน้นคำพูดทุกคำ
ฮะ ?
หยางต้าเหวยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กลับมามีสติอีกครั้งและถามออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “อะไรนะ ? คุณบอกว่าคุณยินดีจะขายบัตรวีไอพีหมายเลข 265 ที่คุณซื้อมาให้ฉันงั้นเหรอ ? ”
“ใช่แล้ว เพราะคุณจำเป็นต้องหาเรือนหอไว้แต่งงาน ! ” ชายหนุ่มพูด “ตอนนี้ฉันเองยังไม่มีแฟนด้วยซ้ำ ฉันจึงไม่กังวลเหมือนคุณ”
หยางต้าเหวยประหลาดใจมากจนพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนไก่จิกข้าวสาร แล้วพูดอย่างรวดเร็วว่า “ถูกต้อง คุณไม่ได้รีบร้อนที่จะแต่งงาน ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องรีบซื้อห้องชุดเหมือนฉัน”
ชายหนุ่มพยักหน้าและพูดว่า “แม้ว่าฉันจะไม่กังวลขนาดนั้น แต่……”
“แต่อะไร ? ” หยางต้าเหวยเริ่มกังวลเมื่อได้ยินและเร่งเร้าออกมา “พูดมาเร็ว ๆ สิ ! ”
ชายหนุ่มพูดว่า “ไม่มีปัญหาที่ฉันจะขายบัตรวีไอพีนี้ให้คุณ แต่ฉันไม่สามารถขายต่อให้คุณในราคาเดิมได้ คุณต้องจ่ายให้ฉันแปดร้อยหยวน ! เพราะฉันเองก็มารอคิวตั้งแต่เมื่อคืนเหมือนกัน คุณโอเคไหมล่ะ ? ”
“โอ้ ! ” หยางต้าเหวยตกใจ !
แต่ในใจของเขาก็เริ่มลังเลและเริ่มตีกันอยู่ตลอดเวลา: ถ้าฉันซื้อที่แผนกขายก็จะได้มาในราคาเพียงห้าร้อยหยวน แต่เขาจะขายต่อให้ฉันโดยคิดกำไรเพิ่มสามร้อยหยวน ! ”
เงินสามร้อยหยวนเท่ากับเงินเดือนของเขาหลายเดือนเลยทีเดียว
แต่เมื่อมองย้อนกลับไปยังคิวยาวเหยียดที่อยู่ข้างหน้าเขา และมองสลับไปที่แฟนสาวของเขาที่มองมาอย่างกังวล จากนั้นเขาก็คิดได้ว่าบัตรวีไอพีราคาห้าร้อยหยวนสามารถเอาไปแลกรับส่วนลดจากการซื้อห้องชุดได้หนึ่งพันหยวน
แม้ว่าเขาจะซื้อต่อมาในราคาแปดร้อยหยวน แต่ก็ยังสามารถรับส่วนลดที่เหลือได้อีกสองร้อยหยวน
ตอนนี้ทั้งพ่อและแม่คุยกันเรื่องการแต่งงานแล้ว และกำลังรอห้องชุดสำหรับใช้เป็นเรือนหออยู่ ถ้าซื้อไม่ได้ ก็ไม่รู้จะกลับไปอธิบายกับพวกเขาอย่างไร
ชายหนุ่มมองดูใบหน้าของหยางต้าเหวยที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา และพ่นควันออกมา “อย่าลังเลไปเลย ! คุณต้องการซื้อไหม ? ถ้าไม่ ฉันก็จะกลับแล้ว ! ”
หยางต้าเหวยได้ยินแบบนั้นก็กังวล หัวใจของเขาเต้นรัว เขาคว้าตัวชายหนุ่มแล้วกัดฟันพูดว่า “ไม่ ไม่ ไม่ ฉันจะซื้อ ฉันจะซื้อมัน ! ”
ดังนั้นเขาจึงจ่ายเงินด้วยมือข้างหนึ่ง และรับบัตรวีไอพีด้วยมืออีกข้างหนึ่ง
ทั้งสองฝ่ายต่างก็ยินดีกับการแลกเปลี่ยนครั้งนี้
หยางต้าเหวยถือบัตรวีไอพีหมายเลข 265 ที่ซื้อมาและเดินไปหาแฟนสาวของเขาอย่างสบายใจ
“เหวินเหวิน ดูสิ ฉันซื้อบัตรวีไอพีมาได้แล้ว ! ”
แฟนสาวของเขาที่ชื่อเหวินเหวินไม่เชื่อ เธอจึงคว้าบัตรวีไอพีมาจากมือของหยางต้าเหวย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นของจริง เธอก็พูดอย่างมีความสุขทันที “ต้าเหวย คุณซื้อมันมาได้จริง ๆ ! บอกฉันหน่อยสิว่าคุณซื้อมันมาได้อย่างไร ? ”
หยางต้าเหวยกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “เพื่อความรักของเรา ผมต้องซื้อห้องชุดชั้นบนเป็นเรือนหอของเราให้ได้ ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ชี้ไปที่หมายเลขบนบัตรวีไอพีแล้วพูดว่า “เหวินเหวิน ดูสิว่านี่คือเลขอะไร”
หมายเลข 265 !
เมื่อเหวินเหวินเห็นก็อ้าปากค้าง !
นี่มันอันดับแรก ๆ ของวันนี้เลย !
ได้ยินมานานมาแล้วว่าหมายเลขแรกในตอนเช้าคือหมายเลข 207 ซึ่งกว่าที่คุณป้าคนนั้นจะได้มาก็ต้องมารอคิวตั้งแต่ตอนบ่ายของเมื่อวาน
บัตรวีไอพีของฉันหมายเลข 265 ตามหลังป้าคนที่มาต่อคิวตั้งแต่บ่ายเมื่อวานเพียง 58 คิว นี่ถือเป็นหมายเลขที่อันดับหน้า ๆ อย่างแน่นอน
“ต้าเหวย คุณสุดยอดมาก ! ”
เหวินเหวินยิ้มหวานราวกับดอกไม้และกล่าวชมเชยแฟนหนุ่มของเธอออกมา
“แน่นอนอยู่แล้ว ! ”
หยางต้าเหวยกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “เรากลับไปบอกข่าวดีกับพ่อแม่ของคุณกันเถอะ ! ”
สำหรับเรื่องที่ว่าเขาซื้อบัตรวีไอพีมาในราคาที่สูงกว่าเดิมไปสามร้อยหยวนนั้น เขาไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างแน่นอน
“หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าพ่อแม่ฉัน”
เหวินเหวินพูดอย่างไม่พอใจ “พ่อแม่ของฉันไม่ใช่พ่อแม่ของคุณเหรอ ? ”
หยางต้าเหวยพูดด้วยรอยยิ้ม “ใช่ ใช่ เราไปบอกข่าวดีกับพ่อแม่ของเรากันเถอะ ! ”
ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น เขาก็พาเหวินเหวินเดินลัดเลาะไปตามคิวยาวอย่างสง่าผ่าเผย เขามองดูผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ยังคงรอคิวอยู่ และรู้สึกเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
……
ในอีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มที่ขายบัตรวีไอพีให้หยางต้าเหวยไปก็ได้เดินข้ามถนนมาอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับเงินแปดร้อยหยวนที่เพิ่งได้มา ราวกับไก่ตัวผู้ที่ได้รับชัยชนะ
ที่นั่นมีชายหนุ่มอีกสองคนยืนรออยู่
“พี่หลิว พี่นี่สุดยอดมาก ! ”
“ใช่ ฉันเพิ่งขายบัตรวีไอพีไปได้ง่าย ๆ ! ”
“สุดยอดจริง ๆ ฉันได้เงินสามร้อยหยวนจากการขายบัตรวีไอพีแค่ใบเดียว เงินนี้ได้มาง่ายเลย ! ”
“ใช่ มันเป็นกำไรที่เยอะมาก ฉันเคยบอกไปแล้วว่าจะเอากำไรแค่สองร้อยหยวน แต่ไม่คิดว่าจะได้มากถึงสามร้อยหยวน ! ”
“……”
ชายหนุ่มอีกสองคนพูดด้วยความตื่นเต้น
พี่หลิวยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ฉันบอกแล้วว่าเราสามารถทำกำไรได้แน่นอน ถ้าเราซื้อบัตรวีไอพีมาขายแบบเก็งกำไรน่ะ เชื่อฉันสิ ! ”
“เชื่อ ! ฉันเชื่อ ! ”
“ฉันก็เชื่อ ! ”
“เมื่อไหร่กันที่ฉันไม่เชื่อสิ่งที่พี่หลิวพูด ? ”
“ถูกต้อง ถ้าไม่เชื่อ แล้วจะซื้อมาคนละห้าใบได้อย่างไร ! ”
ชายหนุ่มทั้งสองพูดประจบประแจงออกมา
พี่หลิวรู้สึกภูมิใจ เขาโบกมือแล้วพูดกับชายหนุ่มอีกสองคนว่า “ไปเถอะ ฉันจะเลี้ยงหม้อไฟพวกนายเอง ! ”