ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1225 เหล้าเทียนเซี่ยไป๋
ตอนที่ 1225 เหล้าเทียนเซี่ยไป๋
ห้านาทีต่อมา เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็เข้าไปในห้องทำงานของเจียงเสี่ยวไป๋โดยถือแฟ้มหนาไว้ในมือ
“สวัสดีผู้ช่วยเจียง คุณกลับมาเมื่อไหร่เหรอคะ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยทักทายก่อน
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าตอบและพูดว่า “ผมกลับมาถึงเมื่อวานตอนเย็น รองประธานเมิ่ง เชิญนั่งก่อน ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยนั่งลงตรงข้ามเจียงเสี่ยวไป๋ จากนั้นหลี่ชิงอีก็ชงชามาให้เธอ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ที่ผมเรียกคุณมาที่นี่ เพราะผมมีบางอย่างที่ต้องการให้คุณทำ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ไหนพูดมาสิคะ ! ”
ขณะที่พูด เธอก็เปิดสมุดบันทึกและเตรียมที่จะจด
เรื่องที่เจียงเสี่ยวไป๋บอกเธอก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เรื่องแรกคือเรื่องที่หลินต้ากั๋วจะเดินทางมาที่ชิงโจวในอีกไม่นานนี้ จากนั้นก็ไปที่ถู่เฉิง ในเวลานั้นเขาอาจจะไปเยี่ยมชมโรงงานในชิงโจวและเจี้ยนหยางด้วย จึงต้องเตรียมการให้ดี
แน่นอนว่าโรงเรียนประถมศึกษาฉิวซู่ก็น่าจะไปเหมือนกัน
จำเป็นต้องมีการเตรียมการด้วย
นอกจากนี้ เฉียวเจิ้งเหลียงก็กำลังจะมาที่ชิงโจวเร็ว ๆ นี้ เมื่อเขามา โครงการก๊าซธรรมชาติในถู่เฉิงก็จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และเจียงเจียกรุ๊ปจะส่งทีมงานไปที่นั่น สิ่งนี้จะต้องมีการจัดเตรียมล่วงหน้า
เดิมที โหยวโหย่วหยูรับผิดชอบเรื่องบุคลากร
แต่เนื่องจากจำเป็นต้องหาบุคลกรที่มีความสามารถระดับประเทศมาให้บริษัทเพิ่ม โหยวโหย่วหยูจึงต้องเดินทางไปที่เทียนจิง เซี่ยงไฮ้ จินหลิง กวางตุ้ง และสถานที่อื่น และยังไม่ได้กลับมา ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงขอให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยจัดการเรื่องนี้แทน
หลังจากที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยรับทราบเรื่องแล้ว เธอก็พูดว่า “หม่าเหวินเจี๋ยจากแผนกขายที่มาจากถู่เฉิง เขาทำผลงานได้ดีตั้งแต่ปีที่แล้ว หากจำเป็นก็สามารถย้ายเขาไปที่นั่นได้ค่ะ”
เมื่อพูดถึงหม่าเหวินเจี๋ย เจียงเสี่ยวไป๋ต้องรู้จักเป็นธรรมดา
หม่าเหวินเจี๋ยเป็นลูกชายของหม่าลี่ รองนายอำเภอของถู่เฉิง ในตอนแรกหม่าลี่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกอาชีพของลูกชาย แต่เมื่อเขาได้ช่วยพูดให้ ในที่สุดก็ทำให้หม่าลี่ยอมรับ และปล่อยให้หม่าเหวินเจี๋ยและหม่าเหวินอินมาทำงานกับเขา
ในตอนแรกเขาเปิดร้านโยวผิ่นเล็ก ๆ บนถนนถู่หวังให้สองพี่น้องบริหารกัน ต่อมาหม่าเหวินอินก็ยังคงอยู่ที่ถู่เฉิง ปัจจุบันที่นั่นมีร้านโยวผิ่นสองแห่ง และร้านสะดวกซื้อเครือโฮมส์อินน์สามแห่งแล้ว
หลังจากเรียนขับรถ หม่าเหวินเจี๋ยก็มาทำงานอยู่ในแผนกขายของเจียงเจียกรุ๊ป และกลายเป็นมือขวาของเฉินอันผิง
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มพลางกล่าวว่า “ลืมเด็กคนนั้นไปเถอะ ให้เขาทำงานในตำแหน่งขายนั่นแหละดีแล้ว เขาเหมาะกับสิ่งนี้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า “งั้นฉันจะพิจารณาคนอื่นดูค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามว่า “แล้วตอนนี้หม่าเหวินเจี๋ยรับผิดชอบยอดขายผลิตภัณฑ์อะไรเป็นหลัก ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เขารับผิดชอบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ซอสเผ็ด เครื่องเทศ 13 ชนิด ผงเครื่องเทศ 5 ชนิด และน้ำพริกเผาเหล่ากานมาเป็นหลัก”
เธอเหลือบมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วถามว่า “หรือคุณต้องการจะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้เขาเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ปีนี้มีผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดตัวออกมามากมาย ผมอยากให้เขาลองทำการตลาดพวกเหล้าดู”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ได้ค่ะ ฉันจะคุยกับเขาแล้วบอกรองประธานอันให้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมเกรงว่านี่จะไม่ง่ายอย่างที่พูด ในปีนี้มีผลิตภัณฑ์มากมายเปิดตัวพร้อมกัน แผนกการตลาดจำเป็นต้องได้รับการจัดระเบียบใหม่ เพื่อสร้างทีมการตลาดที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา”
“คุณและอันผิงควรหารือกันเรื่องนี้ จากนั้นคุณสามารถเตรียมแผนล่วงหน้า แล้วลองเอามาเสนอให้ผมดูอีกที”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า “ได้ค่ะ ฉันจะไปคุยกับรองประธานอันทีหลัง”
หลังจากพูดจบ เธอก็พูดว่า “ในเมื่อได้มาเจอกันแล้ว ฉันขอรายงานสถานการณ์ของงานแสดงบูธเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ให้คุณฟังก่อนนะคะ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ถ้าเป็นสถานการณ์ทั่วไป ประธานหลินบอกผมหลังจากที่ผมกลับบ้านมาเมื่อวานนี้แล้ว”
เรียกได้ว่างานแสดงบูธเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ที่เทียนจิงครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก
จำนวนผู้เข้าชมงานแสดงบูธเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ตลอดห้าวัน มีจำนวนทะลุสองแสนราย โดยมีผู้เข้าชมเฉลี่ยสี่หมื่นถึงห้าหมื่นรายต่อวัน
มีตัวแทนกว่าเก้าพันรายจากทั่วประเทศเข้าร่วมลงทะเบียนและให้คำปรึกษาที่บูธของแบรนด์ต่าง ๆ
หลังจากผ่านไปห้าวัน เจียงเจียกรุ๊ปได้ทำสัญญากับตัวแทนจำหน่ายมากกว่าหกพันรายสำหรับแบรนด์สุรา 108 แบรนด์, ไวน์แดง 21 แบรนด์, ไวน์ผลไม้ 33 แบรนด์และเบียร์ 12 แบรนด์ โดยมีมูลค่าสัญญาเกือบห้าพันล้าน
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ลูกกวาด เช่น หมากฝรั่ง อมยิ้ม ท๊อฟฟี่สีทอง และลูกอมเยลลี่ก็ได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่ากัน โดยมีมูลค่าสัญญาเกือบสามร้อยล้าน
แน่นอนว่าสินค้าของร้านโยวผิ่นอันเดิมที่เจียงเจียกรุ๊ปได้ผลิตออกมา รวมถึงน้ำพริกเผาเหล่ากานมา ผงห้าเครื่องเทศ เครื่องเทศสิบสามชนิด ซอสเผ็ด และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็เข้าร่วมงานแสดงในครั้งนี้ด้วย ทุกผลิตภัณฑ์ต่างก็ประสบความสำเร็จดี
นอกจากนี้ ร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมส์อินน์ของเจียงเจียกรุ๊ปยังได้เปิดสาขาแล้วมากกว่า 3,000 สาขาใน 400 กว่าเมืองทั่วประเทศ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปีนี้
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เนื่องจากคุณเข้าใจสถานการณ์โดยทั่วไปแล้ว งั้นฉันจะไม่รายงานโดยละเอียดแล้วกัน แต่หากคุณต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง ฉันก็จะนำมันมาให้”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณมีงานเฉพาะเจาะจงแล้ว ผมจะไม่เข้าไปยุ่งมากมายขนาดนั้น”
หลังจากพูดจบ เขาก็หยุดชั่วครู่แล้วพูดว่า “แต่เรื่องเหล้าเทียนเซี่ยไป๋ ช่วยอธิบายผลิตภัณฑ์นี้ให้ผมฟังโดยละเอียดที”
“ได้ค่ะ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยตอบตกลง จากนั้นก็ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหล้าเทียนเซี่ยไป๋ จากนั้นก็กล่าวว่า “เนื่องจากเทียนเซี่ยไป๋ สุราประจำชาติเป็นสุราระดับไฮเอนด์ที่สุด ก่อนที่งานแสดงบูธเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์นี้จะเริ่มขึ้น เหล้าตัวนี้มีปริมาณแอลกอฮอล 53% ปรับเป็นราคาตลาดที่ขวดละ 999.99 หยวน แม้ว่าเกือบทุกคนในงานจะยกย่องเหล้าตัวนี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ผมรู้ว่าการทำแบบนี้จะเป็นหายนะ แต่ผมไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเป็นหายนะถึงขนาดที่กองทัพทั้งหมดถูกกวาดล้างไปขนาดนี้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ที่จริงแล้วผู้ช่วยเจียง ถ้าเหล้าเทียนเซี่ยไป๋ตั้งราคาไว้ที่ขวดละสองถึงสามร้อยหยวน น่าจะมีโอกาสมากกว่านี้”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ไม่ต้องสนใจ ราคาตลาดของเหล้าตัวนี้จะอยู่ที่ 999.99 ต่อขวดตามที่ผมตั้งไว้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “สิ่งสำคัญคือนโยบายการขายที่คุณตั้งไว้นั้นเข้มงวดมาก การสั่งซื้อครั้งแรกต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนขวด การขายที่มีส่วนต่างราคาเป็นศูนย์ ให้ส่วนลดเพียงอย่างเดียว แบบนี้ผู้จัดจำหน่ายที่ไหนจะอยากขายล่ะคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้จริงจังกับมัน และพูดว่า “ไม่สำคัญ แค่ให้หม่าเหวินเจี๋ยไปขาย และปล่อยให้เขารับผิดชอบการขายเหล้าเทียนเซี่ยไป๋เป็นหลัก”
อ่า ?
เมิ่งเสี่ยวเป่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและถามด้วยความประหลาดใจ “หม่าเหวินเจี๋ยชำนาญในการขายเครื่องปรุงรสและซอสพริก แต่จู่ ๆ จะถูกขอให้ไปขายของยากแบบนี้ เขาจะเต็มใจเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เขาเคยเป็นผู้จัดการระดับภูมิภาคมาก่อน ก่อนที่เขาจะมาทำงานในแผนกขาย คราวนี้ ผมจะให้เขาขายสินค้าชิ้นนี้เพียงคนเดียวทั่วประเทศ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยตกใจ “เขาจะเป็นผู้ขายเพียงคนเดียวในประเทศเหรอคะ ? ”
สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การขายของเจียงเจียกรุ๊ป
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แทนที่จะให้เขาทำคนเดียว ก็ให้เขาเป็นผู้นำและตั้งทีมขายขึ้นมาตามลำพัง แล้วบริษัทจะสนับสนุนเขา”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะเต็มใจหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เขาเป็นคนฉลาด ถ้าคุณบอกเขาว่าเป็นความคิดของผม เขาจะต้องเต็มใจแน่นอน”
“ตกลงค่ะ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยเห็นด้วย “ฉันจะคุยกับเขาทีหลัง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ เรื่องนี้ไว้แค่นี้ก่อน เราจะมาพูดคุยกันเรื่องอื่นต่อ”