ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1232 เพียงแค่บอกฉัน
ตอนที่ 1232 เพียงแค่บอกฉัน
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียว วันที่ 27 มีนาคมก็มาถึง ตอนนี้อากาศกำลังดี ท้องฟ้าแจ่มใส
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋มาถึงเมืองชิงโจว ก่อนอื่นเขาไปที่บริษัทเพื่อให้คำแนะนำเมิ่งเสี่ยวเป่ยฟังสักสองสามคำ จากนั้นจึงขอให้จางเสี่ยวชุ่นพาเขาไปสนามบิน
ทันทีที่รถออกจากเจียงเจียกรุ๊ป เครื่องบินลำหนึ่งก็บินผ่านเมืองไป
เมื่อเขามาถึง ฉีเย่ผิง, ถังจิงเทียน, หลี่หมิงซาน และผู้นำเมืองคนอื่น ๆ ต่างก็อยู่ที่นั่นแล้ว พวกเขายืนอยู่ที่ทางออกสนามบิน รอให้หลินต้ากั๋วออกมา
ในเดือนมีนาคม สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดอบอุ่น และรอยยิ้มบนใบหน้าของผู้นำทุกคนก็อบอุ่นยิ่งขึ้น
“สวัสดีเลขาฉี ! ”
“สวัสดีนายกเทศมนตรีถัง ! ”
“สวัสดีรองนายกเทศมนตรีหลี่ ! ”
“……”
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ลงจากรถ เขาก็เข้าไปทักทายทุกคนและยืนบุหรี่ให้ฉีเย่ผิงและคนอื่น ๆ แต่ไม่มีใครจุดบุหรี่เลยสักคน
เครื่องบินลงจอดแล้ว ถ้าฉันกำลังสูบบุหรี่อยู่ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหลินต้ากั๋วเดินออกมาพอดี ?
ถังจิงเทียนเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ และพูดล้อเลียนออกมา “ผู้ช่วยเจียง ทำไมแลนด์โรเวอร์นำเข้าของคุณถึงวิ่งช้ากว่าซานตานาของฉันล่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม โดยรู้ว่าถังจิงเทียนตั้งใจจะบอกว่าเขามาสนามบินช้ามาก ทั้งที่เห็นว่าเครื่องบินเกือบจะมาถึงแล้ว
เขาแสร้งทำเป็นทำอะไรไม่ถูก แล้วพูดว่า “นายกเทศมนตรีถัง คุณก็ไม่ดีไปกว่าผมหรอก คุณอาศัยอยู่ในเมือง แต่ผมอาศัยอยู่ในชนบท ไม่ว่ารถจะวิ่งเร็วแค่ไหน ระยะทางก็ไกลกว่ากันมาก ! ”
“อีกอย่างที่ไม่เหมือนกันคือ ลูก ๆ ของคุณเป็นผู้ใหญ่แล้ว ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลอะไรเลย ! ”
“แต่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ลูกน้อยทั้งสองของผมเพิ่งอายุได้หนึ่งขวบ ผมต้องตื่นแต่เช้ามาแต่งตัว ล้างหน้า อาบน้ำให้ลูก……”
“เช้านี้ผมยุ่งมาก ๆ แต่ก็พยายามรีบมาที่นี่ เพื่อจะได้ทันต้อนรับเหล่าผู้นำ”
ถังจิงเทียนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินแบบนี้
บอกได้คำเดียวว่าเจียงเสี่ยวไป๋พูดมาก…
ฉีเย่ผิงที่ฟังอยู่ข้าง ๆ จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณเป็นพ่อที่ดีจริง ๆ คุณทำทุกอย่าง ทั้งเปลี่ยนผ้า ล้างหน้า อาบน้ำ ให้ลูก ๆ ด้วยตัวเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ทำไงได้ล่ะครับ พวกเขาก็เป็นลูกชายลูกสาวของผมเอง ไม่ทำก็ไม่ได้ ! ”
ฉีเย่ผิงยิ้มและพูดว่า “คุณเพิ่งบอกว่าเด็กน้อยสองคนนี้อายุแค่หนึ่งปีเท่านั้น ฉันจำได้ว่าพวกเขาเกิดในวันที่สองเดือนกุมภาพันธ์เมื่อปีที่แล้ว ทำไมไม่เห็นคุณฉลองวันเกิดอายุครบหนึ่งปีให้พวกเขาล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ขอบคุณเลขานุการฉีที่จำวันเกิดของลูกทั้งสองคนของผมได้ ตอนนั้นผมอยู่ที่เทียนจิงในช่วงที่ตรงกับวันเกิดพวกเขาพอดี เลยไม่ได้อยู่ฉลองที่บ้าน”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เขายังคงรู้สึกผิดไม่หาย
เมื่อลูกทั้งสองอายุครบหนึ่งขวบเต็ม เขาไม่ได้อยู่บ้าน มีเพียงพ่อแม่ของเขา หลินเจียอิน, หลิวอี้ถิง และคนอื่น ๆ เท่านั้นที่มาเฉลิมฉลองที่บ้าน
แน่นอนว่าเมื่อไม่ได้จัดงานใหญ่โตอะไร พวกเขาจึงไม่ได้เชิญญาติหรือแขกมา
ปีที่แล้ว เมื่อมีการฉลองครบรอบเดือน พวกเขาได้จัดงานใหญ่โตมาก จนแม้แต่หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงก็รีบมาจากเทียนจิง
เขาไม่เหมือนกับคนอื่น เวลาจัดงานเลี้ยงทีไรก็มีแต่คนพยายามเข้าหาเขาตลอด ดังนั้นหากทำได้ก็ควรหลีกเลี่ยง
ไม่คาดคิดว่าหลังจากได้ยินแบบนี้ ถังจิงเทียน, หลี่หมิงซาน และคนอื่น ๆ ก็หันมาตำหนิเขา
“ผู้ช่วยเจียง คุณทำแบบนี้ได้อย่างไร งานวันเกิดครั้งแรกของลูก ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน คุณก็ควรจะจัดงานฉลองให้พวกเขาบ้าง อย่างน้อยก็เชิญแขกที่สำคัญมาร่วมงาน ! ”
“ก็จริง เสี่ยวไป๋ ในเรื่องนี้คุณถือว่าบกพร่อง อย่างไรคุณก็ต้องชดเชยให้พวกเขา ! ”
“ใช่แล้ว คุณต้องชดเชยในเรื่องนี้ ไม่งั้นคุณก็จะมองข้ามมันไปทุกปี ! ”
“ถ้าอย่างนั้นก็บอกฉันมาว่าจะให้เขาทำอย่างไร ! ”
“เขาต้องถูกลงโทษให้หนัก ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่จำ และถ้าเขาเจอเรื่องแบบนี้ในอนาคต เขาก็จะไม่ใส่ใจมันอีก ! ”
“ใช่ เราไม่สามารถปล่อยให้เขาหลงระเริงกับนิสัยเสียแบบนี้ได้ ! ”
“……”
เมื่อฟังการสนทนาของทุกคน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ลูกของฉัน ฉันจะฉลองหรือไม่ฉลองให้พวกเขาก็เรื่องของฉัน ทำไมต้องมาลงโทษฉันด้วย !
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “เลขาธิการฉี ช่วยบอกฉันทีว่าจะลงโทษเจียงเสี่ยวไป๋อย่างไร ! ”
ฉีเย่ผิงพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันไม่พูดหรอก จะดีกว่าถ้านายกเทศมนตรีถังพูด ! ”
ถังจิงเทียนดูเหมือนเขากำลังครุ่นคิดอยู่ และพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่สุภาพแล้วนะ ผู้ช่วยเจียงมีลูกแฝด เราพวกลุง ๆ ก็เป็นห่วง แม้เด็กหนึ่งขวบจะยังไม่รู้ประสีประสาอะไร แต่อย่างน้อยก็ควรชดเชยให้พวกเขา ! ”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ถึงเวลาก็ชดเชยให้พวกเขา”
หลี่หมิงซานและคนอื่นต่างก็เห็นด้วย
ฉีเย่ผิงกล่าวว่า “เอ๊ะ…ไม่ถูกต้องสิ ! นายกเทศมนตรีถัง เรากำลังพูดถึงการลงโทษเจียงเสี่ยวไป๋ ทำไมถึงบอกให้เขาหาเวลาชดเชยให้ลูกล่ะ ? ”
ดูเหมือนหลี่หมิงซานจะรู้สึกตัวขึ้นมา แล้วพูดต่อ “อ่า ใช่ นายกเทศมนตรีถัง ตามที่คุณพูด ไม่เพียงแต่เราจะไม่ลงโทษเขาเท่านั้น แต่เรายังจะให้ของขวัญแก่เขาด้วย มันไม่คุ้มค่าเอาซะเลย ! ”
ถังจิงเทียนหัวเราะ “เหล่าหลี่ เราได้ให้คำแนะนำกับเขาแล้ว เขาก็ควรเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มเราไม่ใช่เหรอ ? ”
หลี่หมิงซานพยักหน้าทันที “ใช่แล้ว และเขาต้องทำอาหารเองด้วยนะ ถึงจะเรียกว่าการลงโทษ ! ”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ไม่เพียงแต่เขาจะต้องทำอาหารด้วยตัวเองเท่านั้น แต่เขายังต้องนำเหล้าเหมาไถอันล้ำค่าออกมาให้เราดื่มด้วย”
“ใช่ ใช่ ! ต้องเป็นเหมาไถ ! ”
“ผู้ช่วยเจียง เรารู้ว่าคุณได้ซ่อนเหล้าเหมาไถอายุหลายสิบปีไว้มากมาย คราวนี้คุณไม่สามารถซ่อนมันได้อีกแล้ว ! ”
“อย่างน้อยก็ต้องเอาเหมาไถอายุหกสิบปีถึงจะเหมาะสม ! ”
“เอาของปี 1592 มาเลยดีกว่า ! ”
“……”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่ามีผู้ชายพวกนี้รวมหัวกันหลอกให้เขาเลี้ยงเหล้าและอาหาร แล้วทำไมต้องเอาเรื่องที่ลูกชายและลูกสาวของเขาอายุครบหนึ่งขวบมาอ้างด้วย ?
น่าสะอิดสะเอียนจริง ๆ !
ในใจเขาแทบอยากจะฆ่าคนพวกนี้ !
เขาจะเห็นด้วยได้อย่างไร ?
เขาหัวเราะแล้วกล่าวว่า “ท่านผู้นำ เรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว เราไม่อยากเอาเรื่องเก่า ๆ มาพูดอีก เราต้องตั้งตารอเรื่องที่จะเกิดในอนาคต ! ”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ คุณพูดแบบนั้นไม่ได้ การตั้งตารอเรื่องที่จะเกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คุณจะหลีกเลี่ยงมื้อนี้ไม่ได้”
มุมปากของเจียงเสี่ยวไป๋กระตุกอย่างรุนแรง เขาไม่สามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้จริง ๆ เหรอ !
ถังจิงเทียนพูดออกมาตามตรงแบบไม่คิดอะไรให้ยุ่งยากว่า “ฉันคิดว่าเลือกวันกันดีกว่า งั้นเราเอาแบบนี้ดีไหม เราทุกคนจะไปเจียงวานในตอนบ่าย ! ”
ฉีเย่ผิงพยักหน้า “ฉันคิดว่าก็ดีเหมือนกัน ! ”
ทันใดนั้น หลี่หมิงซานก็พูดเสียงดัง “โอ้ เยี่ยมมาก ฉันจำได้ว่าฉันละเลยงานของฉัน ฉันไม่ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำด้วยซ้ำ ดังนั้นก็พาพวกเขาไปที่เจียงวานก็ได้ ! ”
จากนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าคนเหล่านี้จะต้องหลอกให้เขาเลี้ยงเหล้าแน่นอน !
ปรากฎว่านี่คือสิ่งที่คนเหล่านี้รวมหัวกัน !
เป็นแผนการที่ลึกซึ้งจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ มันก็ยากสำหรับเขาที่จะปฏิเสธ
ท้ายที่สุด ทุกครั้งที่หลินต้ากั๋วมาที่ชิงโจว เขาไม่เคยนอนในเมืองเลย
แน่นอนว่าสถานที่ทานอาหารก็ต้องเป็นที่บ้านของเขาอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นฉีเย่ผิง, ถังจิงเทียน หรือหลี่หมิงซาน พวกเขาต่างก็รู้นิสัยของหลินต้ากั๋วดี ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จัดงานเลี้ยงต้อนรับในเมือง
พวกเขาคงจะสนทนากันมาก่อนหน้าแล้ว ว่าให้งานต้อนรับเป็นหน้าที่ของเจียงเสี่ยวไป๋โดยตรง
ดังนั้นจึงพยายามพูดและเข้าแผนการที่วางไว้อย่างแยบยล
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสา “ผมจะต้อนรับผู้นำให้ก็ได้ ถ้าพวกคุณต้องการให้ผมรับผิดชอบเรื่องการต้อนรับ ก็แค่บอกผมมาตามตรง ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้างขนาดนี้”