ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1243 เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว
ตอนที่ 1243 เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว
เมื่อรถขับผ่านอำเภอชิงซาน ทิวทัศน์ทั้งสองด้านของถนนซีเมนต์ที่กว้างขวางก็ได้เปลี่ยนไป
จากภาพโรงเรือนกระจกสีขาวที่ทอดแนวเป็นยาวได้กลับกลายเป็นไซต์งานก่อสร้างที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งกำลังล้อมรอบด้วยตาข่ายสีเขียวแทน
นี่คือถนนเชิงพาณิชย์ และพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
“นี่……”
เฉียวเจิ้งเหลียง, มู่เสี่ยวหวาน และผู้อำนวยการโรงงานหลิวต่างก็ตกตะลึงอีกครั้ง
นี่ดูไม่เหมือนถนนสู่ชนบทเลย
มันเหมือนกำลังขับรถอยู่บนถนนในเมืองใหญ่มากกว่า ?
ชนบทที่ไหนจะมีถนนซีเมนต์ที่กว้างขวางขนาดนี้ ?
และจะมีโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างทั้งสองข้างทางแบบนี้ได้อย่างไร ?
โครงการที่นี่ใหญ่กว่าศูนย์กลางการค้าที่พลุกพล่านของเมืองใหญ่หลายแห่งเสียอีก
แม้แต่หลินเจียหงที่เคยมาที่เจียงวานหลายครั้งก็ไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อน
เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า “เสี่ยวไป๋ นี่ใช่ทางไปเจียงวานหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถูกต้องแล้วครับ ผมจะจำทางกลับบ้านผิดได้อย่างไร ? ”
หลินเจียหงกล่าวว่า “ตอนที่ฉันมาที่นี่ครั้งที่แล้ว ฝั่งหนึ่งเป็นภูเขาและอีกฝั่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกไม่ใช่เหรอ ? ฉันไม่ได้มาที่นี่นานกว่าครึ่งปี ทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นไซต์งานก่อสร้างแบบนี้ไปหมด”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นี่กำลังแสดงให้เห็นว่าเจียงวานกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วไงครับ ! ”
หลินเจียหงกล่าวว่า “มันเร็วเกินไปแล้ว ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็ถามด้วยความสงสัยว่า “เสี่ยวไป๋ ในไซต์งานก่อสร้างทั้งสองฝั่งนี้กำลังจะสร้างเป็นอะไร ? นายวางแผนที่จะสร้างถนนที่นี่งั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของผมกำลังถูกสร้างขึ้นทางฝั่งที่แต่เดิมเป็นภูเขา ในอนาคตมรดกทางวัฒนธรรมต่าง ๆ จะถูกรวบรวมมาจัดแสดงที่นี่”
“นอกจากนี้ ผมยังได้สร้างถนนสองสายที่นี่ ซึ่งจะทำเป็นถนนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เราจะนำหัตถกรรมพื้นบ้านจากทั่วประเทศมาโชว์และวางขายที่นี่ ในด้านหนึ่ง เราจะสืบสานวัฒนธรรมเก่าแก่ ปกป้องและพัฒนาให้มันร่วมสมัยมากขึ้น”
หลังจากได้ยินแบบนี้ ดวงตาของเฉียวเจิ้งเหลียงก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “เสี่ยวไป๋ ฉันไม่คาดคิดเลยว่าคุณจะคิดไกลขนาดนี้ หากโครงการนี้เสร็จสิ้น มันจะส่งผลดีต่อประเทศและประชาชนอย่างแน่นอน ประเทศของเรามีอารยธรรมมาเก่าแก่ยาวนานถึงห้าพันปีแล้ว มีมรดกหลายอย่างที่ควรค่าแก่การปกป้องและรักษา แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นสูญหายไป”
มู่เสี่ยวหวานก็ถอนหายใจ “ป้าเคยได้ยินจากลุงรองของหลานบอกว่า หลานกำลังจะทำโครงการนี้มานานแล้ว แต่เมื่อมาเห็นกับตาตัวเอง ความรู้สึกนั้นมันก็แตกต่างไปจากเดิมจริง ๆ ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็ถามด้วยความตื่นเต้นว่า “เสี่ยวไป๋ โครงการนี้จะเสร็จเมื่อไหร่เหรอ ? ”
เฉียวเจิ้งเหลียงก็มองมาที่เขาด้วยท่าทางจริงจังเหมือนกัน
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “การก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในครึ่งปีนี้ และขั้นตอนต่อไปคือการดำเนินการครับ”
มู่เสี่ยวหวานกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ เมื่อการก่อสร้างที่นี่เสร็จสมบูรณ์ หลานจะต้องบอกให้เราทราบนะ แล้วป้าจะมาดู”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและตอบตกลงทันที “ได้ครับป้ารอง ผมจะแจ้งให้ทราบทันทีที่ดำเนินการเสร็จสิ้น”
เฉียวเจิ้งเหลียงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดขึ้นมาว่า “บอกฉันด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ตอนนั้นคุณคงยังอยู่ที่ถู่เฉิง หากอยากมาก็ไม่ใช่เรื่องยาก ผมจะไปรับคุณเป็นการส่วนตัวเลย ! ”
“แบบนี้ก็ยิ่งดี ! ” เฉียวเจิ้งเหลียงไม่เกรงใจ เขาตอบตกลงอย่างมีความสุข
ด้วยที่ว่าถนนดีและรถก็ดี แม้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะขอให้จางเสี่ยวชุ่นขับรถช้า ๆ เพื่อให้เฉียวเจิ้งเหลียงและมู่เสี่ยวหวานได้ดูไซต์งานก่อสร้างทั้งสองข้างทางได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น แต่ในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงศูนย์กิจกรรมของหมู่บ้าน
ในเวลานี้ รถบรรทุกทหารสองคันกำลังขนผักนอกฤดู และผู้คนจำนวนมากก็ยุ่งอยู่ในลานหมู่บ้าน
เฉียวเจิ้งเหลียงกล่าวว่า “ผักนอกฤดูของที่นี่ถูกขนส่งโดยรถบรรทุกของทหารงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายว่า “ไม่ครับ ผักนอกฤดูในตลาดล้วนถูกขนส่งโดยรถบรรทุกของเจียงเจียกรุ๊ปของเราเอง แต่ยานพาหนะทางทหารเหล่านี้จะมารับผักเฉพาะมีการสั่งซื้อมาจากกองทัพ เพราะพวกเขาจะมารับมันไปเอง”
ในความเป็นจริง ผักนอกฤดูที่รถบรรทุกทหารลากออกไปนั้นจะถูกส่งให้กับหน่วยงานระดับสูงเป็นพิเศษ
แต่นอกจากเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว แม้แต่หลินเจียอิน เมิ่งเสี่ยวเป่ย และถังจิงเทียนก็ไม่มีใครทราบเรื่องนี้
เพราะในเวลานั้นมีการลงนามในข้อตกลงการรักษาความลับ
เจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับเฉียวเจิ้งเหลียงได้
จากนั้น รถก็เลี้ยวและขับไปที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ที่ริมแม่น้ำ
ในเวลานี้ ทิวทัศน์เปลี่ยนไปอีกครั้ง ทำให้มู่เสี่ยวหวานและหลินเจียหงอ้าปากค้าง
เนื่องจากที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋มีการจ้างคนรับใช้แปดคนตั้งแต่ปีที่แล้ว หนึ่งในนั้นคือลุงเฉิน ซึ่งเป็นคนทำสวน
หน้าที่ของเขาคือดูแลต้นไม้ ดอกไม้ และปลูกหญ้า
เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่เขามาทำงานอยู่ที่นี่ ต้นไม้เหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้น แต่เขายังปลูกต้นท้อไว้ทั้งสองข้างทางตั้งแต่ศูนย์กิจกรรมหมู่บ้านไปจนถึงบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋
ในเดือนมีนาคม ดอกท้อจะเริ่มผลิบาน
ต้นท้อหลายพันต้นทั้งสองข้างทางมีสีแดงสด ดูสวยงามมาก
เพียงเดินทางสั้น ๆ ก็รู้สึกเหมือนได้เข้าไปในสวนดอกท้อในเทพนิยาย
ก่อนที่เฉียวเจิ้งเหลียง, มู่เสี่ยวหวาน และผู้อำนวยการโรงงานหลิวจะหายตกใจ บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ปรากฏให้พวกเขาเห็นต่อ
บนริมฝั่งแม่น้ำชิงเจียง ใต้หน้าผาถูกปกคลุมไปด้วยต้นหนานมู่เก่าแก่ ลานสไตล์จีนโบราณดูสง่างามเมื่อมองจากระยะไกล แต่เมื่อเข้าใกล้กลับให้ความรู้สึกน่าตื่นตะลึงยิ่งขึ้น
หลังจากที่เฉียวเจิ้งเหลียงและคนอื่นลงจากรถ พวกเขาก็เดินมาถึงประตู และทุกคนก็อ้าปากค้าง
“เถ้าแก่เจียง นี่คือบ้านของคุณงั้นเหรอ ? ” เซี่ยเจี้ยนจวินอดถามไม่ได้
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “บ้านในชนบทสู้บ้านหลังใหญ่ในเมืองหลวงของพวกคุณไม่ได้หรอก มันค่อนข้างล้าสมัยไปหน่อย ทำให้คุณขบขันแล้ว”
หลินเจียจวินทำได้เพียงกลอกตามองบนเท่านั้น
เป็นเรื่องยากที่จะเห็นบ้านดี ๆ และมีทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ ต่อให้เป็นในเมืองหลวงก็ยังยากที่จะพบเห็นได้
หลังจากชื่นชมอยู่สักพัก ทุกคนก็เข้าไปในบ้าน
ภาพบรรยากาศที่เขียวขจีด้านในทำให้ผู้ที่เดินเข้าไปไม่รู้สึกเหมือนกับเดินเข้าไปในบ้าน มันเหมือนเดินเข้าไปในสวนสาธารณะมากกว่า
หลินเจียจวินพูดว่า “ทำไมวันนี้บ้านของนายถึงมีคนเยอะจัง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “วันนี้เราจะมีแขกมาที่บ้าน”
หลินเจียจวินพูดว่า “อย่าบอกนะว่าพ่อของฉันและคนอื่นจะมาทานอาหารเย็นที่นี่ด้วย ? ”
“ใช่ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และกล่าวว่า “ผมได้เตรียมเครื่องดื่มไว้หมดแล้ว ! ”
หลินเจียจวินรีบถามทันทีว่า “นึกว่าพ่อของฉันจะมาคนเดียวเสียอีก ? ลุงเฉิงและลุงเกาก็มาที่นี่ด้วยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่ครับ มาทุกคนเลย ! ”
จู่ ๆ หลินเจียจวินก็เริ่มไม่มีความสุขแล้ว
สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการกินดื่มกับเจ้าหน้าที่ เพราะเขาชอบดื่มคนเดียวมากกว่า ซึ่งลำบากใจน้อยกว่าด้วย
“งั้นเรามาทำข้อตกลงกันก่อน นอกจากดื่มกับลุงเฉียวและผู้อำนวยการหลิวแล้ว ฉันจะไม่สนใจคนอื่น ! ” หลินเจียจวินพูดด้วยความโกรธ
คาดว่าถ้าเฉียวเจิ้งเหลียงไม่ได้อยู่ตรงนี้ เขาคงจะบอกว่าไม่สนหน้าใครทั้งนั้น
ภายใต้สถานการณ์ปกติ เจียงเสี่ยวไป๋จะเห็นด้วยอย่างแน่นอน
แต่วันนี้เขามีแผน
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า “พี่จวิน วันนี้ไม่ได้ วันนี้พี่ต้องทำงานหนัก ไม่เพียงแต่พี่จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการดื่มได้เท่านั้น แต่ยังต้องช่วยผมชักชวนคนอื่นให้ดื่มเยอะ ๆ ด้วย หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง พี่ก็บังคับให้พวกเขาดื่มด้วยเลย”
คราวนี้ไม่เพียงแต่หลินเจียจวินเท่านั้นที่มองมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ แม้แต่มู่เสี่ยวหวานและเฉียวเจิ้งเหลียงที่ไม่ต่างกัน
หลินเจียจวินกล่าวว่า “นายมีแผนอะไร ? ทำไมถึงอยากให้ฉันดื่มกับพวกเขาด้วย ? ”
จางเสี่ยวชุ่นที่ยืนอยู่ข้าง ๆก็ได้พูดว่า “ผู้ช่วยหลิน วันนี้ผู้ช่วยเจียงได้เตรียมเหล้าไว้ 360 ขวดแล้ว”