ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1247 จะให้ชะลอลง ?
ตอนที่ 1247 จะให้ชะลอลง ?
“สวัสดีนายกเทศมนตรีหวัง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋และหวังเว่ยตงมีปฏิสัมพันธ์กันหลายครั้ง แต่พวกเขาก็ยังไม่มีโอกาสคุยกันอย่างลึกซึ้ง ทั้งสองถือได้ว่าเป็นเพียงแค่คนรู้จักเท่านั้น ไม่ใช่คนสนิทกัน
หวังเว่ยตงยิ้มและพูดว่า “วันนี้ฉันไปดูโครงการอสังหาริมทรัพย์ของคุณ มันน่าทึ่งจริง ๆ โดยเฉพาะอาคารชิงโจวที่สูง 33 ชั้น แม้แต่เจียงเฉิงซึ่งเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคกลางของจีนก็ยังไม่มี พูดตามตรงว่าฉันที่เป็นนายกเทศมนตรียังรู้สึกอับอายเมื่อเทียบกับคุณ ! ”
เมื่อเขาพูดแบบนี้ออกมา เจียงเสี่ยวไป๋ก็เข้าใจทันทีว่าหวังเว่ยตงหมายถึงอะไร เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “การพัฒนาต้องใช้เวลา อีกไม่นานเจียงเฉิงจะมีอาคารที่สูงกว่า 33 ชั้นแบบนี้ในไม่ช้าแน่นอนครับ”
หวังเว่ยตงหัวเราะ “ฉันเองก็มีความคิดเหมือนผู้ช่วยเจียง ฉันมีคำขอจากใจจริง และไม่รู้ว่าผู้ช่วยเจียงจะสะดวกที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดติดตลก “นายกเทศมนตรีหวัง ตอนนี้เราทุกคนเมากันแล้ว ถ้าคุณมีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ แต่ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ ผมจะจำมันได้ไหม”
ทันใดนั้น ใบหน้าของหวังเว่ยตงก็ดูขมขื่นขึ้นมา ในที่สุดเขาก็จับเจียงเสี่ยวไป๋ได้สักที ขณะที่เขาอยากพูดคุยกันแบบเจาะลึกในเรื่องการลงทุน แต่เจียงเสี่ยวไป๋กลับบอกว่าเขาดื่มจนเมามากแล้ว
แม้ว่าเขาอยากจะปฏิเสธ แต่มันก็เป็นความจริง
หวังเว่ยตงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพูดว่า “มันก็จริง นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้มารวมตัวกัน โดยธรรมชาติแล้วก็ต้องดื่มกันบ้าง”
หลังจากหยุดไปชั่วครู่ เขาก็เปลี่ยนคำพูด “งั้นฉันจะนัดผู้ช่วยเจียงพรุ่งนี้ดีไหม เรามาคุยกันตอนที่นั่งรถตู้ไปที่ถู่เฉิงดีไหมล่ะ ? ”
ต้องบอกว่าเจียงเสี่ยวไป๋ทำได้เพียงตอบตกลง
ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่เขากำลังคิดกลยุทธ์ในการรวมชิงโจวให้เป็นเขตมหานครที่สี่ภายใต้รัฐบาลกลางโดยตรงในอนาคต เขาคิดว่าจะมีความต้องการทางด้านเงินทุนในภายหลังเยอะมาก นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องดึงดูดเงินผ่านโครงการระยะสั้นและรวดเร็ว อย่างการทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่อย่างเจียงเฉิงด้วย
ดังนั้น แม้ว่าหวังเว่ยตงจะไม่มาหาเขาในตอนนี้ แต่เขาก็ยังมองหาโอกาสที่จะติดต่อกับหวังเว่ยตงในอนาคตอยู่ดี
เพียงแต่วิธีมันอาจแตกต่างออกไป
ให้อีกคนเข้าหา ส่วนเขาก็อยู่เฉย ๆ ดีกว่า
ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวเนื่องในเรื่องของธุรกิจหรือทางการเมือง ความกระตือรือร้นและความเฉื่อยชาเป็นสิ่งสำคัญเสมอมา
คนเข้มแข็งไม่เคยวางตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้
สำหรับผู้ที่อ่อนแอ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายเริ่มในตอนแรก แต่หลังจากการเผชิญหน้ากันไม่กี่ครั้ง สุดท้ายก็จะกลายเป็นคนที่เสียเปรียบในที่สุด
หวังเว่ยตงเข้าหาเจียงเสี่ยวไป๋ เจียงเสี่ยวไป๋ถือสิทธิ์เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเขา
เขายิ้มและพูดว่า “ไม่มีปัญหาครับนายกเทศมนตรีหวัง พรุ่งนี้คุณมาขึ้นรถของผมได้”
หวังเว่ยตงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ประหลาดใจ “เยี่ยมมาก งั้นจองไว้ให้ฉันที่หนึ่ง ! ”
ถังเสี่ยวโจวรู้สึกรำคาญขึ้นมาทันที จึงพูดว่า “ถ้าฉันรู้ ฉันจะขอนั่งรถของคุณด้วยแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มันก็ไม่ต่างกับนั่งรถของพี่จวินหรอก”
ถังเสี่ยวโจวตกตะลึง และพูดว่า “เขาก็ไปที่ถู่เฉิงด้วยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ใช่ ในเมื่อเขามาที่นี่แล้ว หากไม่ให้เขาไป เขาก็ไม่ยอมสิ”
ขณะที่เขากำลังพูด หลินเจียจวินก็ยกแก้วเหล้าขึ้นแล้วเดินเข้ามา
“เฮ้ เจียงเสี่ยวไป๋ ฉันตามหานายทุกที่ ไม่คิดว่าจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ! ”
ถังเสี่ยวโจวกล่าวว่า “หมายความว่าอย่างไรที่ว่าเสี่ยวไป๋ซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ? เป็นเพราะพี่ไม่อยากมาเองมากกว่ามั้งครับ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “แม้ว่าฉันจะไม่อยากมา แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็มอบหมายภารกิจให้ฉันอยู่ดี…”
ถังเสี่ยวโจวถามว่า “ภารกิจอะไรเหรอครับ ? ”
หลินเจียจวินตระหนักว่าเขาได้หลุดปากพูดออกมาแล้ว จึงได้เปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็ว “จะภารกิจอะไรได้อีกล่ะ ฉันต้องติดตามคุณเฉียวมาที่นี่น่ะสิ”
ถังเสี่ยวโจวรับคำ และไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
เมื่อหวังเว่ยตงเห็นหลินเจียจวินเดินเข้ามา เขาก็ทักทายทันที “เจียจวิน ในเมื่อมาแล้ว งั้นคนหนุ่มอย่างพวกคุณก็คุยกันไป ฉันจะขอตัวไปหาพ่อของคุณก่อน ! ”
เขารู้ว่าหลินเจียจวินไม่ชอบติดต่อกับผู้คนในระบบอย่างพวกเขา ดังนั้นเขาจึงรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
หลินเจียจวินที่เห็นหวังเว่ยตงจึงพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่หายาก “นายกเทศมนตรีหวัง วันนี้ดูเหมือนคุณจะยังดื่มไม่เยอะเท่าไหร่นะ ? ”
หวังเว่ยตงอยากรีบหนีไปเร็วกว่าเดิม เพราะพรุ่งนี้เขามีนัดกับเจียงเสี่ยวไป๋ เขาต้องคิดอย่างรอบคอบว่าจะเจรจากับเจียงเสี่ยวไป๋อย่างไรในวันพรุ่งนี้ และจะต้องไม่เมาค้าง
แต่หลินเจียจวินจะปล่อยให้เขาไปง่าย ๆ ได้อย่างไร เขาเรียกบริกรสองคนมาทันที และชักชวนให้หวังเว่ยตงดื่มเหล้าไปเกือบครึ่งลิตร ก่อนที่จะปล่อยเขาไป
หวังเว่ยตงถอยแทบไม่ทัน…
ในที่สุด งานเลี้ยงที่มีชีวิตชีวาก็จบลง
ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้ว
สวนหลังบ้านถูกเก็บกวาดอย่างเป็นระเบียบ โชคดีที่มีคนมาช่วยงานที่บ้านเป็นจำนวนมากในวันนี้ ดังนั้นจึงมีการทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็แยกย้ายกันไป
และค่ำคืนนี้ก็ผ่านพ้นไปอย่างเงียบงัน
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อหลินต้ากั๋วอาบน้ำเสร็จก็มาพูดกับหลินต้าเหว่ยด้วยรอยยิ้ม “เมื่อคืนฉันดื่มเหล้าเทียนเซี่ยไป๋เกือบครึ่งขวด ฉันคิดว่าเช้านี้คงจะหนีไม่พ้นตื่นมาอ้วกและปวดหัว แต่กลับไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้นเลย ! ”
หลินต้าเหว่ยเคยดื่มเหล้าเทียนเซี่ยไป๋นี้มาหลายครั้งแล้ว จนเขารู้จักคุณภาพของเหล้านี้ดี และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าเหล้านี้ไม่ดีจริง เจียงเสี่ยวไป๋คงไม่ตั้งราคาไว้ที่ 999.99 หยวนต่อขวดหรอก ! ”
เห็นได้ชัดว่าหลินต้ากั๋วไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับราคาที่สูงเกินจริงของเหล้ายี่ห้อนี้ และกล่าวว่า “เขาขายสินค้าอื่นในราคาที่ติดดินมาก แต่ทำไมราคาของเหล้าตัวนี้ถึงสูงเกินจริงแบบนี้ล่ะ ? ”
หลินต้าเหว่ยส่ายหัว และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ใครจะไปรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่”
“อย่างไรเขาก็เป็นคนที่คิดไม่เหมือนใครอยู่แล้ว แต่ทุกสิ่งที่เขาทำก็ประสบความสำเร็จในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมจึงขี้เกียจเกินกว่าจะไปสนใจเขา”
หลินต้ากั๋วหัวเราะ “เสี่ยวเหว่ย นายได้รู้แจ้งแล้ว ! ”
หลินต้าเหว่ยยิ้ม เขาไม่กล้าอ้างตัวว่าโปร่งใสต่อหน้าพี่รองของเขา และพูดว่า “อย่างไรก็ตาม พี่ใหญ่บอกว่าเขาจะมาที่ชิงโจวในปีนี้ พี่รู้ไหมว่าได้กำหนดเวลาเมื่อไหร่ ? ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ฉันได้คุยโทรศัพท์กับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ก็คุยกันสั้น ๆ ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นช่วงปลายเดือนเมษายนนี้นะ ! ”
ถ้าคนอื่นถาม เขาคงไม่บอก
แต่เมื่อน้องชายถาม เขาก็ไม่คิดที่จะปิดบัง
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ต้องมาด้วยสิ ! ”
หลินต้ากั๋วยิ้มอย่างเมินเฉย “ใช่ และเที่ยวบินก็เปิดแล้ว จึงเดินทางได้สะดวกมากขึ้น ! ”
เมื่อเห็นใครบางคนกำลังเดินมา ทั้งสองก็หยุดพูดในหัวข้อนี้ทันที
ผู้มาเยือนไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจิงเหลียงหยู หลังจากที่เขาทักทายหลินต้ากั๋วและหลินต้าเหว่ยเสร็จ เขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “อากาศที่นี่ดีจริง ๆ ! ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ทำไมคุณถึงถอนหายใจแบบนี้ล่ะ คุณเคยพูดไม่ใช่เหรอว่าคุณจะมาอาศัยอยู่ที่ชิงโจวหลังจากเกษียณ ถึงตอนนั้นคุณก็จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แบบนี้ได้ทุกวัน”
เจิงเหลียงหยูกล่าวว่า “ฉันก็คิดอย่างนั้น แต่หลังจากที่ได้ดูโครงการต่าง ๆ มากมายเมื่อวานนี้ ฉันก็พบว่าการพัฒนาของชิงโจวนั้นเร็วเกินไปจริง ๆ ! ”
เขามองไปที่หลินต้ากั๋ว และพูดว่า “ฉันกังวลว่าด้วยอัตราการพัฒนาที่รวดเร็วเช่นนี้จะเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในอนาคต ! ”
หลินต้าเหว่ยที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นมาทันที “ไม่หรอก ! ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “เหล่าเจิง เรื่องที่คุณพูดมา ฉันก็ได้พิจารณาดูแล้ว”
เจิงเหลียงหยูตกใจเล็กน้อย และพูดว่า “คุณก็กังวลเรื่องนี้เหมือนกันใช่ไหม ทำไมคุณไม่คุยกับฉีเย่ผิงและถังจิงเทียนเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะล่ะ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ถังจิงเทียนก็จะไปที่ถู่เฉิงกับเราในวันนี้ ก็ให้เขามานั่งรถคันเดียวกับคุณ คุณจะได้มีเวลาปรึกษาเรื่องนี้กับเขาไปพลาง ๆ ด้วย”
หลินต้าเหว่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นกังวลเมื่อได้ยินแบบนี้
แม้ว่าหลินต้ากั๋วจะบอกว่าแค่ปรึกษากันไปพลาง ๆ แต่ถังจิงเทียนจะไม่จริงจังกับเรื่องนี้ได้อย่างไร ?
หรือจะต้องชะลอความเร็วการพัฒนาของชิงโจวลงจริง ๆ ?