ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1263 ถนนถูกปิด
ตอนที่ 1263 ถนนถูกปิด
หลังอาหารเช้า หลินต้ากั๋วและหลัวฉางเซิงก็พร้อมออกเดินทาง
รถแลนด์โรเวอร์ของหลินต้ากั๋วมีหลินต้ากั๋ว, เกาเทียนเยว่, หวังเว่ยตง และติงจวิ้นเจี๋ยนั่งอยู่ ส่วนคนขับคือเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ หลินต้ากั๋วเข้าใจว่าหลัวฉางเซิงเป็นห่วงด้านความปลอดภัยของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่พูดหรือคัดค้านอะไร
ในรถจี๊ปของหลัวฉางเซิง นอกจากหยินซื่อผู้อำนวยการสำนักงานเหมืองถ่านหินและโจวเผิงผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงสาธารณะแล้ว หลัวฉางเซิงไม่ได้พาเลขาของเขามาด้วยซ้ำ แต่ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปอีกสองคน
เจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนนี้แต่งตัวเหมือนกับผู้อำนวยการโจวเผิง ที่ต่างก็สวมเครื่องแบบตำรวจ
เจิงเหลียงหยู, เฉินไท่ผิง, หลินต้าเหว่ย และคนอื่นยืนมองรถทั้งสองคันออกเดินทางไป
เมื่อใกล้ถึงเทศกาลเชงเม้ง อากาศก็ค่อนข้างมืดมน ในไม่ช้า ฝนก็เริ่มตกโปรยปรายลงมาเล็กน้อย
หลินต้ากั๋วกำลังนั่งอยู่ในรถ เขาเห็นชาวบ้านกำลังขยันขันแข็งอยู่กับการสร้างถนนท่ามกลางสายฝนโปรยปรายตลอดทาง ภายในใจของเขารู้สึกซาบซึ้งใจมาก
เขาจึงพูดกับเกาเทียนเยว่ว่า “เหล่าเกา ดูที่ถนนสายนี้สิ ชาวบ้านกำลังช่วยกันสร้างถนน ทุกอย่างในถู่เฉิงล้วนได้มาอย่างยากลำบากจริง ๆ ”
เกาเทียนเยว่กล่าวว่า “ใช่ จะเห็นได้ว่าทีมงานของถู่เฉิงนั้นทำงานด้วยความจริงใจ ฐานมวลชนของพวกเขาเหนียวแน่นมาก ดังนั้นพวกเขาจึงมีแรงขับเคลื่อนแบบนี้”
หลินต้ากั๋วพยักหน้าและกล่าวว่า “ฉันคิดว่าเราจะต้องประชาสัมพันธ์ถู่เฉิงให้มากขึ้น คุณสามารถให้สถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ทำเนื้อหาเหล่านี้ได้”
เกาเทียนเยว่เข้าใจได้ในทันที เขาจึงพูดว่า “คุณหมายความว่าจะให้เราประชาสัมพันธ์คนงานระดับรากหญ้าเหล่านี้ออกไป เพื่อเป็นตัวอย่างและเผยแพร่ไปทั่วทั้งมณฑลใช่ไหม ? ”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “นั่นคือสิ่งที่ฉันหมายถึง ด้วยการปฏิรูปและการเปิดกว้าง ทำให้เศรษฐกิจได้รับการพัฒนา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของเราบางคนมีความคิดเกียจคร้านและบริหารงานแบบสะเปะสะปะ เพราะพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะพยายามหรือทำงานให้หนักมากกว่าที่เคย และหลังจากที่ฉันเห็นฉากแบบนี้มาตลอดทาง ฉันก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ กับการทำงานของชาวบ้านระดับรากหญ้าในถู่เฉิงว่ามันแตกต่างกันชัดเจนแค่ไหน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเอาการทำงานของชาวบ้านระดับรากหญ้าเหล่านี้ขึ้นมาเป็นแบบอย่างให้พวกเขาได้ตระหนักถึงหน้าที่การทำงานของตนเองบ้าง”
เกาเทียนเยว่กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา ฉันจะเตรียมการทันทีเมื่อกลับไปที่ถู่เฉิง ดีที่ครั้งนี้ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ประจำมณฑลจางกวงจง นักข่าวจางหยู นักข่าวหนิงซิน และเยี่ยนปิงผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เจียงเฉิง คังตงเอินผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ประจำมณฑล และนักข่าวไช่หมินหมิ่นต่างก็มาที่ถู่เฉิงในครั้งนี้ด้วย หลังจากที่พวกเราไปเจี้ยนหยาง ก็ให้พวกเขาอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวันเพื่อรวบรวมข่าวก่อนกลับไปเจียงเฉิง”
“แบบนี้ก็ดี ! ” หลินต้ากั๋วพยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากขับไปได้สักพัก รถจี๊ปคันหน้าก็หยุด ทำให้รถแลนด์โรเวอร์ที่ขับตามหลังมาก็ต้องหยุดเช่นกัน
หลัวฉางเซิงรีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว และเดินมาที่เบาะผู้โดยสารด้านหน้าของรถแลนด์โรเวอร์
หลินต้ากั๋วลดหน้าต่างลง แล้วถามว่า “นายอำเภอหลัว ทำไมคุณถึงหยุดล่ะ ! ”
หลัวฉางเฉิงรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “ท่านผู้นำ เราต้องขอโทษด้วย ด้านหน้าอยู่ระหว่างการก่อสร้างและไม่สามารถขับผ่านใช้ได้ชั่วคราว”
หลังจากรายงาน เขาก็พูดทันทีว่า “ฉันได้บอกให้ผู้อำนวยการหยินซื่อไปคุยกับคนงานก่อสร้างแล้ว และขอให้พวกเขาช่วยเปิดทางให้เราโดยเร็วที่สุด”
หลินต้ากั๋วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “อย่าทำให้กระทบต่อการก่อสร้างของพวกเขาเลย ! ”
พูดจบ เขาก็ลงจากรถ
เกาเทียนเยว่, หวังเว่ยตง และติงจวิ้นเจี๋ยก็ลงจากรถตามไปรวดเร็ว
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “บังเอิญฉันเห็นโครงการก่อสร้างมากมายมาตลอดทาง ซึ่งทั้งหมดดำเนินการโดยชาวบ้านในพื้นที่ ฉันจึงอยากถือโอกาสนี้ไปพูดคุยกับพวกเขาด้วย”
หลัวฉางเซิงตกใจ และพูดอย่างเป็นกังวลว่า “ผู้นำ…ผม เกรงว่ามันจะไม่ดีหรือเปล่าครับ ? ”
หลินต้ากั๋วเหลือบมองเขา แล้วพูดว่า “มีอะไรไม่ดี ? ”
หลัวฉางเซิงกล่าวว่า “เราจำเป็นต้องใช้แรงอัดของระเบิดในการขุดเจาะคูข้างถนน และการทำงานของชาวบ้านก็ไม่ได้มาตรฐานมากนัก ผมกังวลว่า…”
หลินต้ากั๋วยกมือขึ้นเพื่อหยุดเขา แล้วพูดว่า “คนจุดระเบิดยังไม่กลัวเลย แล้วฉันจะต้องกลัวอะไร ? ”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็ไม่รอความยินยอมของหลัวฉางเซิง และเดินไปข้างหน้าทันที
เกาเทียนเยว่ส่ายหัว และพูดกับหลัวฉางเซิงว่า “นายอำเภอหลัว เลขาหลินเดินไปนู่นแล้ว คุณก็ควรตามไปเหมือนกัน ! ”
หลัวฉางเซิงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรีบตามไปอย่างรวดเร็ว
ในรถจี๊ป โจวเผิงได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสองคนตามไปทันที
เมื่อเห็นหลัวฉางเซิงเดินตามเขามา หลินต้ากั๋วจึงถามว่า “ที่นี่เรียกว่าอะไร ? ”
หลัวฉางเซิงตอบว่า “นี่คือหมู่ที่ 3 หมู่บ้านเหมาเอ้อตง ตำบลเกาผิง”
หลินต้ากั๋วยิ้ม “คุณนี่ไม่เลวเลย ที่นี่ห่างจากที่ว่าการอำเภอตั้งยี่สิบหรือสามสิบลี้ แต่คุณก็จำได้แม้กระทั่งหมู่ที่เท่าไหร่ และชื่อหมู่บ้านอะไร ดูเหมือนว่าคุณจะลงพื้นที่บ่อยมาก ! ”
หลัวฉางเซิงกล่าวว่า “ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายหลักที่นำไปสู่หมู่บ้านซานฮวา ตลอดเส้นทางจึงได้รับการซ่อมแซมอยู่ตลอด ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นนะครับที่จำพื้นที่ได้ แต่เจ้าหน้าที่ของเรามีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของถนน และทำงานบนทางเส้นนี้ทุกวัน”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “คุณกำลังใช้ความพยายามของทั้งมณฑลเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการท่อขนส่งก๊าซจากพื้นที่ตะวันตกไปยังพื้นที่ตะวันออก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคุณ ขอบคุณสำหรับความพยายามของพวกคุณ ! ”
เกาเทียนเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดขึ้นมาว่า “นายอำเภอหลัว เมื่อครู่นี้เลขาหลินยังกล่าวด้วยว่าเราจะประชาสัมพันธ์แผนการทำงานของชาวบ้านระดับรากหญ้าเหล่านี้ออกไปให้คนทั่วทั้งมณฑลได้ดู เพื่อเอาเป็นแบบอย่าง และบอกเล่าเรื่องราวการอุทิศตนของคุณให้เป็นตัวอย่างกับเจ้าหน้าที่ทั่วทั้งมณฑล ! ”
ทันใดนั้น ดวงตาของหลัวฉางเฉิงก็ชื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจ
หลังจากทำงานหนักในถู่เฉิงมาหลายปี ในที่สุดเขาก็ได้รับการยอมรับจากผู้นำ ซึ่งทำให้เขารู้สึกพึงพอใจมากกว่ารางวัลใด ๆ
เขากล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ขอบคุณท่านผู้นำทั้งสอง คนถู่เฉิงของเรายากจนและล้าหลังเกินไป เจ้าหน้าที่และประชาชนของเราทุกคนต้องการปลดป้ายแห่งความยากจนออก เมื่อเผชิญกับความยากลำบากครั้งใหญ่ เราไม่มีอะไรจะแลก นอกจากจิตวิญญาณที่พร้อมทุ่มเทเพื่อการทำงานของพวกเรา”
หลินต้ากั๋วพยักหน้าด้วยความพอใจ และชื่นชมออกมา “สิ่งที่ฉันชอบคือการทำงานหนักของคุณ ! มันเป็นการทำงานด้วยความจริงใจ ที่ฉันต้องการเห็นจากคนที่เป็นผู้นำของประชาชน ! ”
หลังจากพูดแบบนั้น เขาก็เร่งฝีเท้าขึ้น
ถนนที่สร้างเต็มไปด้วยโคลนและหินแหลมคม ตอนนี้มีฝนตกปรอยเล็กน้อย ดินก็เริ่มที่จะชื้นแฉะ ทำให้เดินลำบากขึ้น
“ท่านผู้นำ ระวังครับ ! ” ติงจวิ้นเจี๋ยก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยประคองหลินต้ากั่วเดิน กลัวว่าเขาจะล้ม
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็อายุเกินหกสิบปีแล้ว และไม่เคยเดินบนเส้นทางที่ยากลำบากขนาดนี้มาก่อน
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “ฉันยังเดินได้ ไม่ต้องกังวล ! ”
คงจะแปลกที่ติงจวิ้นเจี๋ยจะไม่กังวล
เขายังคงจับแขนข้างหนึ่งของหลินต้ากั๋วไว้ ไม่กล้าปล่อยมือ
หลัวฉางเซิงและโจวเผิงก็เดินตามมาอย่างระมัดระวังด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขากลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ
โชคดีที่ที่ไม่มีใครเป็นอะไร และไม่นานทั้งคณะก็มาถึงสถานที่ก่อสร้าง
คาดว่าเนื่องจากมีการขุดคูข้างทางเมื่อไม่นานมานี้ หินและดินสีเหลืองจำนวนมากจึงกองอยู่กลางถนน ทำให้กีดขวางการจราจร
ที่ด้านหน้ากองหิน กลุ่มชาวบ้านมากกว่าสิบคน ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ทั้งคนแก่และคนหนุ่มสาวต่างก็ยุ่งวุ่นวายกันอยู่ตรงนั้น
ถัดจากหยินซื่อ มีชายวัยกลางคนสวมหมวกฟางเก่า ๆ กำลังสั่งให้ชายสี่ถึงห้าคนใช้แงะเหล็กงัดก้อนหินขนาดใหญ่ที่ยาวมากกว่าหนึ่งเมตรออกจากริมถนน
และถัดจากก้อนหินใหญ่ มีชายร่างกายกำยำสองคนกำลังถือค้อนขนาดใหญ่ทุบก้อนหินอีกก้อนหนึ่งอยู่
ผู้หญิงและชายสูงอายุสองสามคนกำลังเดินไปริมถนนพร้อมไม้ค้ำที่กำลังจะงัดหินออก
เมื่อคนเหล่านี้เห็นหลินต้ากั๋วและคนอื่นเดินเข้ามา พวกเขาก็เพียงแค่เหลือบมองแล้วหันไปสนใจงานของตนเองต่อ
หลัวฉางเซิงตะโกนบอกชายวัยกลางคนที่สวมหมวกฟางคนนั้นว่า “ถานเอ้อเหมา มานี่สิ ! ”