ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1268 เงื่อนไข
ตอนที่ 1268 เงื่อนไข
เมื่อเฉียวเจิ้งเหลียง, เจียงเสี่ยวไป๋ ผู้อำนวยการหลิว และคนอื่นเดินลงมาข้างล่าง อาหารก็ถูกเตรียมไว้ให้แล้ว
หลินต้ากั๋วและเฉียวเจิ้งเหลียงแลกเปลี่ยนคำพูดกันเล็กน้อย และทุกคนก็ไปที่โต๊ะเพื่อทานอาหารด้วยกัน
แม้จะบอกว่าเป็นโต๊ะ แต่ที่จริงแล้วเป็นเพียงกระดานไม้ขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนเสาไม้ โดยมีหม้อไฟวางอยู่ เบคอนสุกและหน่อไม้แห้ง มันฝรั่งหั่นฝอยสองจาน กะหล่ำปลีทอดสองจาน และซุปมะเขือเทศสองหม้อ
อาหารมีน้อย แต่ปริมาณนั้นไม่น้อยเลย
หลินต้ากั๋วและคนอื่นหิวมานานแล้ว ทุกคนไม่สุภาพอีกต่อไป และเริ่มทานอาหารทันทีเมื่อทุกคนมาครบ
ไม่ต้องพูดถึงบางจานที่ดูไม่ค่อยดีนัก
เพราะรสชาติดูดีกว่าหน้าตาอาหารมาก
แม้แต่หลินต้ากั๋วก็ชมออกมาไม่หยุดปากหลังจากที่ได้กินมัน
หลังจากที่กินจนคลายความหิวลงแล้ว ทุกคนก็เริ่มพูดคุยกัน
ส่วนใหญ่ หลินต้ากั๋วและเฉียวเจิ้งเหลียงจะพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสกัดก๊าซธรรมชาติ
หลังจากทานอาหารเสร็จ หลินต้ากั๋วก็พอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าว ๆ ที่เขาอยากรู้
เขาพูดว่า “พี่เฉียว ฉันรู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินที่คุณบอกมาเป็นการส่วนตัว ! ฉันหวังว่าชาวเจียงเฉิงจะสามารถใช้ก๊าซธรรมชาติได้ในปีหน้า”
เฉียวเจิ้งเหลียงกล่าวว่า “ฉันสามารถขุดมันขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และหากเป็นไปตามคาด ก็คงจะแล้วเสร็จภายในไม่กี่เดือน ส่วนเจียงเฉิงจะสามารถใช้ก๊าซธรรมชาติได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของโครงการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ”
“โครงการวางท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติจากถู่เฉิงมายังเจียงเฉิงมีความยาวมากกว่า 700 กิโลเมตร นี่เป็นโครงการใหญ่ อาจจะไม่แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี ! ”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า แน่นอนว่าเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่โครงการใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนมหาศาลอีกด้วย
แต่ภูมิภาคจีนตอนกลางไม่ได้เตรียมงบประมาณของโครงการนี้ไว้ในแผนงบการเงินของปีนี้
หากรองบประมาณของปีหน้าก็จะเสียเวลาไปเปล่า ๆ กว่าครึ่งปี
เมื่อคิดแบบนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋
“เสี่ยวไป๋ ออกมาคุยกับฉันสักครู่สิ”
หลินต้ากั๋วเรียกเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วเดินออกจากประตูไป
เจียงเสี่ยวไป๋กำลังคุยกับหลัวฉางเซิงและหม่าลี่ เมื่อเขาได้ยินหลินต้ากั๋วเรียก เขาก็หยุดอย่างรวดเร็วและเดินตามหลินต้ากั๋วออกไป
ทั้งสองมาที่ต้นพุทราในทุ่งข้างนอก หลินต้ากั๋วเกี่ยวนิ้วของเขาแล้วถามว่า “มีบุหรี่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา แล้วยื่นให้หลินต้ากั๋วมวนหนึ่ง ทั้งยังช่วยจุดไฟให้ด้วย
เขายังจุดบุหรี่ของตัวเอง แล้วพูดว่า “ลุงรอง มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ ? ”
เขาคิดในใจว่าลุงรองคงไม่ได้เรียกเขาออกมาเพื่อขอบุหรี่อย่างแน่นอน
แต่เขาคิดไม่ออกว่าทำไมหลินต้ากั๋วถึงเรียกเขาออกมา ดังนั้นเขาจึงถามออกมาโดยตรง
หลินต้ากั๋วเหลือบมองเขา แล้วพูดว่า “นายเป็นคนเสนอโครงการท่อส่งก๊าซจากตะวันตกไปยังตะวันออก นายคงได้ยินคุณเฉียวพูดมาแล้วใช่ไหมว่าก๊าซธรรมชาติจะถูกขุดเจาะขึ้นมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่การวางท่อจากถู่เฉิงไปจนถึงเจียงเฉิงจะใช้เวลานาน ดังนั้นสิ่งที่ฉันหมายถึงคือต่อจากนี้ไป นายต้องคว้าโอกาสวางโครงการท่อส่งก๊าซตะวันตก – ตะวันออกตามกำหนดเวลา และมุ่งมั่นที่จะวางท่อส่งก๊าซให้ถึงเจียงเฉิงภายในหนึ่งปี”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ตอบเขาในทันที
ที่จริงแล้วตามแผนของเขา เขาจะใช้เวลาอย่างน้อยสองถึงสามปีในการวางท่อส่งก๊าซไปยังเจียงเฉิงตามโครงการส่งก๊าซจากตะวันตกไปยังตะวันออก
เพราะระยะเวลาหนึ่งปีคงจะกดดันมากเกินไป
เมื่อเห็นว่าเขาเงียบ หลินต้ากั๋วก็ถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ทำไมล่ะ ? มันมีอะไรยุ่งยากหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น และพูดว่า “ไม่ใช่ว่ามันยากธรรมดา แต่มันยากมากครับ ! ”
หลินต้ากั๋วมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินความยากลำบากจากปากของคนอย่างเจียงเสี่ยวไป๋ !
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ก็แค่วางท่อไม่ใช่เหรอ ? มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “การวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ระหว่างทางต้องมีการสร้างสถานีจำนวนมาก อีกทั้งทางจากถู่เฉิงไปถึงหวงโจวยังเป็นพื้นที่ภูเขาไปตลอดเส้นทาง การขนส่งด้วยท่อเพียงอย่างเดียวก็เป็นปัญหาใหญ่แล้วครับ…”
หลังจากพูดคุยเกี่ยวกับความยากลำบากทั้งหมด หลินต้ากั๋วก็ตระหนักว่าเขาน่าจะกระตือรือร้นมากเกินไปในการวางท่อ เพราะเขาคิดว่ามันง่าย แต่แท้จริงแล้วมีความยากลำบากมากมายแฝงอยู่ในนั้น
เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า “ถ้านายเริ่มเตรียมตัวตอนนี้ ให้เสร็จโดยเร็วที่สุดจะใช้เวลานานแค่ไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “จะใช้เวลาอย่างเร็วที่สุดสองปี”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “เป้าหมายตั้งไว้หนึ่งปี ฉันจะให้เวลานายหนึ่งปีครึ่งในการทำโครงการนี้ให้สำเร็จ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงรอง แม้ว่าจะใช้เวลาปีครึ่ง แต่มันก็ยังยากอยู่ดีครับ ! ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ถ้ามันไม่ยาก ฉันคงไม่ขอให้นายทำหรอก ! ”
มุมปากของเจียงเสี่ยวไป๋กระตุก คำพูดเหล่านี้ฟังดูน่าสะเทือนใจมาก ถ้ามันยาก อีกฝ่ายจะใช้เขา แต่ถ้ามันไม่ยาก เขาจะใช้คนอื่นสินะ
เขาไม่อยากทำเรื่องที่เสียเปรียบแบบนั้นจริง ๆ
หลินต้ากั๋วกล่าวต่อ “อย่ากังวลไป ฉันไม่ได้จะให้นายทำงานคนเดียว เมื่อฉันกลับไปที่เจียงเฉิง ฉันจะจัดตั้งสำนักงานโครงการส่งก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกมาตะวันตกทันที ซึ่งจะให้เมืองและมณฑลต่าง ๆ ตลอดเส้นทางเข้ามาช่วย และเราจะจัดหาบุคลากรที่มีความสามารถ ตลอดจนรองนายกเทศมนตรี และรองนายอำเภอเข้ามาอยู่ในองค์กร เพื่อให้เราเดินหน้าต่อไปได้โดยเร็วที่สุด”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินสิ่งที่หลินต้ากั๋วพูด เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายได้ตัดสินใจไปแล้ว เขาจึงพูดว่า “ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือการปรับแต่งท่อที่ต้องการก่อน จากนั้นจึงขนส่ง”
“แต่ด้วยความร่วมมืออย่างเต็มที่ของมณฑลและเมืองต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง ผมจะพยายามทำให้เสร็จภายในหนึ่งปี”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “อย่ากังวลเรื่องความร่วมมือ ฉันจะสนับสนุนนายเป็นการส่วนตัว สิ่งที่นายต้องทำตอนนี้คือการสรุปขั้นตอนออกมาโดยเร็วที่สุด”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เน้นย้ำว่า “แต่นายต้องรับผิดชอบเงินทุนอย่างเต็มที่ ทางมณฑลไม่มีเงินงบประมาณให้ ! ”
มุมปากของเจียงเสี่ยวไป๋กระตุกอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมหลินต้ากั๋วถึงบอกว่าถ้าเป็นเรื่องง่าย คงไม่ให้เขาทำ เพราะแท้จริงแล้วสิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็นเงินจำนวนมหาศาลนี้ต่างหาก !
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดว่า “ลุงรอง ผมไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุนหรอก ทว่าเราต้องมีการสร้างปั๊มก๊าซตามพื้นที่ต่าง ๆ ไปจนถึงในตัวเมืองเจียงเฉิง เรื่องที่ดิน…..”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “งั้นนายก็เลือกที่ดินเองเลย แล้วฉันจะให้คนไปช่วยจัดการตามขั้นตอนให้”
เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมากเมื่อได้ยินแบบนี้ เขาจึงพูดว่า “ไม่มีปัญหาครับ”
เมื่อเห็นสีหน้าของเขา หลินต้ากั๋วก็พูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “อย่าใช้โอกาสนี้ละโมบมากเกินไปก็พอ ! ”
เขารู้ดีว่าหลานเขยคนนี้มีความเจ้าเล่ห์ขนาดไหน
หากไม่มีข้อจำกัด เขาจะเอาที่ดินมากกว่าหนึ่งพันหมู่ ทั้งที่จริงแล้วอาจใช้เพียงแค่หนึ่งร้อยหมู่เท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อนออกมา “ลุงรอง ดูที่ลุงพูดสิ ลุงเห็นผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ ? ไม่ต้องกังวล ผมจะไม่มีวันเอาเปรียบประเทศชาติแน่นอน”
หลินต้ากั๋วม้วนริมฝีปาก และพูดกับตัวเองว่า : ถ้าฉันเชื่อนายสิถึงจะแปลก
แต่ถ้าน้ำใสแล้ว ไม่มีปลาคงไม่มีประโยชน์ เหมือนกับถ้าอยากให้ม้าวิ่ง ก็ต้องให้ม้ากินหญ้า
ตราบใดที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ทำเกินไป เขาก็จะทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
หลังจากพูดแบบนี้ หลินต้ากั๋วก็จำตอนที่เขาพบกับเซี่ยงโหย่วเถียนในหมู่บ้านเหมาเอ้อตงได้ เขาเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “นายยังมีโครงการอย่าง เช่น โครงการไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งอยู่อีกหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น “ลุงรอง ผมจะมีโครงการมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร ! ”
หลินต้ากั๋วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนี้ แต่เขาเตรียมใจมาแล้ว เขาจึงพูดว่า “แม้ว่านายจะไม่มีโครงการ แต่ฉันก็มีหนึ่งงานที่จะฝากนายทำ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกกังวลขึ้นมาอีกครั้ง และถามว่า “งานอะไรอีกล่ะครับ ? ”