ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1273 หมู่บ้านต้าชิ่งที่เปลี่ยนไป
ตอนที่ 1273 หมู่บ้านต้าชิ่งที่เปลี่ยนไป
เมื่อมองจากระยะไกล แสงไฟในหมู่บ้านต้าชิ่งนั้นสว่างไสว
นอกจากบ้านแต่ละหลังจะมีไฟส่องสว่างนั้น แม้แต่บนถนนก็ยังมีไฟกิ่ง ถึงจะมีไม่มาก แต่ไฟบนถนนก็ส่องสว่างทำให้เห็นทางที่ทอดยาวได้อย่างชัดเจนในตอนกลางคืน
“นั่นคือหมู่บ้านต้าชิ่ง ! ”
“สมกับเป็นหมู่บ้านที่ร่ำรวย ช่างแตกต่างออกไปจริง ๆ ! ”
“ถ้าคุณไม่บอกฉัน ฉันคงคิดว่าเราอยู่ในเขตเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแล้ว ! ”
“ขนาดเมืองเล็ก ๆ ยังไม่มีไฟกิ่งที่ตั้งตามข้างทางสม่ำเสมอแบบนี้เลยใช่ไหม ? ”
“ใช่แล้ว หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า… หกต้น ไฟกิ่งตามถนนดูเหมือนกับริบบิ้นสีสันสดใสในฉากตอนกลางคืน มันช่างงดงามมาก ! ”
“ฉันต้องบอกว่าผู้นำนั้นฉลาดจริง ๆ ที่ตัดสินใจพาเรามาที่หมู่บ้านต้าชิ่งตอนกลางคืน เพื่อที่เราจะได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามแบบนี้ ! ”
“……”
บนรถบัส ทุกคนมองไปที่แสงไฟของหมู่บ้านต้าชิ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลินต้ากั๋วพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง เหตุผลที่เขามาสำรวจหมู่บ้านต้าชิ่งในตอนกลางคืนก็เพียงเพราะว่าตอนกลางวันใช้เวลาไปกับการสำรวจโรงงานไปจนหมด และเขาเองก็ไม่ได้คิดเช่นนี้เหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้บนท้องถนนในชนบท ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ไม่คาดคิด !
รถบัสทั้งสองคันค่อย ๆ ขับเข้าไปในหมู่บ้านต้าชิ่ง และหยุดที่หน้าอาคารของหมู่บ้าน
สีเจิ้งเหว่ย รองนายอำเภอเจี้ยนหยาง และเสี่ยวปิง หัวหน้าหมู่บ้านต้าชิ่งได้เข้าแถวรออยู่ที่ลานพร้อมกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ในหมู่บ้าน เตรียมรอต้อนรับพวกเขา
ทันทีที่หลินต้ากั๋วลงจากรถ สีเจิ้งเหว่ยก็เข้ามาทักทายเขา
“เรายินดีต้อนรับท่านผู้นำที่ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนหมู่บ้านต้าชิ่งของเรา ! ”
หลินต้ากั๋วจับมือกับเขา แล้วถามว่า “คุณคือผู้ใหญ่บ้านต้าชิ่งใช่ไหม ? ”
หลินต้าเหว่ยซึ่งลงจากรถมาพอดีก็รีบแนะนำอย่างรวดเร็ว “นี่คือสหายสีเจิ้งเหว่ย รองนายอำเภอของเรา ปัจจุบันเขาประจำการอยู่ในหมู่บ้านต้าชิ่ง ในนามของผู้แทนอำเภอ”
สีเจิ้งเหว่ยรีบกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “ขออภัย พอดีผมตื่นเต้นมากที่ได้พบผู้นำจนลืมแนะนำชื่อของตัวเองไป ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็รีบผลักเสี่ยวปิงและพูดว่า “ท่านผู้นำ นี่คือเสี่ยวปิง ผู้ใหญ่บ้านต้าชิ่ง”
“สวัสดี ท่านผู้นำ ! คุณมาที่หมู่บ้านของเราดึกมาก ต้องขอบคุณที่คุณก็ยังอุตส่าห์มา ในนามของชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านต้าชิ่ง เรายินดีต้อนรับท่านผู้นำที่ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนหมู่บ้านต้าชิ่งของเรา”
เมื่อเสี่ยวปิงมาถึงหน้าหลินต้ากั๋ว เขายืนตัวตรงเหมือนทหารยืนตรงเมื่อเห็นผู้บัญชาการของเขา และพูดอย่างตื่นเต้น
หลินต้ากั๋วเหลือบมองเสี่ยวปิง ท่าทางของเขานั้นเหมือนกับเป็นทหารเก่ามาก่อน และยังมีรอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขา ทำให้ใบหน้าของเขาดูโหดเล็กน้อย
เขายื่นมือออกไปจับมือกับเสี่ยวปิง แล้วพูดว่า “สวัสดีผู้ใหญ่บ้าน คุณเคยเป็นทหารมาก่อนใช่ไหม ? ”
“ใช่แล้ว ท่านผู้นำ ! ” เสี่ยวปิงพูดเสียงดัง “ฉันเคยเป็นทหารในปี 1978 และต่อมาได้ไปที่แนวหน้าทางใต้และต่อสู้ในเหลียงซาน ! ”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า นี่คือผู้นำตัวจริง เขายอมเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อประเทศชาติมาตั้งแต่ยังหนุ่ม ทั้งยังไม่กลัวที่จะสละชีพ หลังออกจากกองทัพและเปลี่ยนงาน เขาก็กลับมาที่บ้านเกิดเพื่ออุทิศตนมาเป็นผู้นำของชาวบ้าน นำพาหมู่บ้านไปสู่การพัฒนา และสร้างหมู่บ้านบนภูเขาเล็ก ๆ ที่ไม่มีทรัพยากรใด ๆ ให้กลายมาเป็นหมู่บ้านที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะชื่นชมหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงแห่งนี้
เมื่อมองดูรอยแผลเป็นบนใบหน้าของอีกฝ่าย เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “รอยพวกนี้คือรอยที่สนามรบทิ้งไว้ใช่ไหม ? ”
เสี่ยวปิงแสดงออกอย่างเคร่งขรึม
หลินต้าเหว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดว่า “รอยแผลเป็นบนใบหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านเสี่ยว ไม่ได้มาจากสนามรบ แต่มาจากตอนที่เขากำลังพยายามดับไฟป่าที่ด้านหลังหมู่บ้านในปี 1983”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “สนามรบที่มีกระสุนอยู่ข้างหน้าคือสนามรบที่ต้องต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศของเรา ส่วนไฟป่าที่ปะทุขึ้นทางด้านหลังของหมู่บ้านก็เป็นอีกหนึ่งสนามรบ มันคือสนามรบที่เราต้องต่อสู้เพื่อปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในหมู่บ้าน”
เขาจับมือเสี่ยวปิงและพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน คุณเป็นวีรบุรุษในสนามรบทั้งสาม ! ฉันหลินต้ากั๋ว ต้องขอขอบคุณในความกล้าหาญของคุณ ! ”
เจิงเหลียงหยู, เกาเทียนเยว่, หลินต้าเหว่ย, หลี่กัง และคนอื่นต่างก็งงเล็กน้อยหลังจากได้ยินประโยคนี้ เขาจะกลายเป็นวีรบุรุษในสนามรบทั้งสามได้อย่างไร
แม้แต่เสี่ยวปิงก็ยังสับสนเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าเขาได้ไปต่อสู้ในสนามรบที่สามตั้งแต่ตอนไหน ?
เมื่อเห็นความสงสัยของทุกคน หลินต้ากั๋วก็หันกลับมาและยกมือขึ้น เขาชี้ไปที่หมู่บ้านต้าชิ่งที่สว่างไสวและพูดเสียงดัง “ผู้ใหญ่บ้านเสี่ยวนำชาวบ้านสร้างหมู่บ้านบนภูเขาที่ถูกเผาด้วยไฟป่า ให้กลายมาเป็นหมู่บ้านที่สวยงามและกลายเป็นหมู่บ้านที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศตอนนี้ไม่ใช่เหรอ ? ”
จากนั้น เจิงเหลียงหยู, เกาเทียนเยว่ และคนอื่นก็เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่หลินต้ากั๋วหมายถึง
“แปะ แปะ แปะ …”
หลินต้าเหว่ยเป็นผู้นำ จากนั้นทุกคนก็ปรบมือตามอย่างอบอุ่น
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ประเทศของเราอยู่ในช่วงของการพัฒนาอย่างสันติ วีรบุรุษสามารถปรากฏตัวได้ทุกที่ ไม่เพียงแต่ในสถานที่อันตราย เช่น สนามรบและฉากเพลิงไหม้เท่านั้น วีรบุรุษเช่นสหายเสี่ยวปิงจะปรากฏในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศเราด้วย ! ”
เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งและคงอยู่เป็นเวลานาน
เสี่ยวปิงพูดอย่างรวดเร็วว่า “ขอบคุณสำหรับคำชมจากท่านผู้นำ ผมเป็นเพียงผู้นำในหมู่บ้านธรรมดา ๆ และทำในสิ่งที่ผมควรทำก็เท่านั้น”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ผู้ใหญ่บ้านเสี่ยว คุณไม่จำเป็นต้องถ่อมตัว คุณสมควรที่จะถูกเรียกว่าวีรบุรุษ ฉันอยากจะเรียกผู้ปฏิบัติงานทั่วทั้งมณฑลมาเรียนรู้การทำงานจากคุณจริง ๆ ”
เสี่ยวปิงรู้สึกตื้นตันใจและตื่นเต้น ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ท่านผู้นำ อย่ายกย่องผมขนาดนั้นเลย ! ”
“ที่หมู่บ้านต้าชิ่งของเราประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ จนชาวบ้านสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เจริญรุ่งเรืองและสุขสบายได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะคุณเจียงเสี่ยวไป๋จากเจียงเจียกรุ๊ปต่างหาก ! ”
“หากไม่มีเขามาแนะนำโครงการให้เรา และให้เรายืมอุปกรณ์และวัตถุดิบมาใช้ก่อน ! ”
“หากไม่มีเขาส่งคนมาสอนวิธีทำไฟแช็กให้เรา หากไม่มีเจียงเจียกรุ๊ปขายไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งทั่วประเทศให้เรา”
“หมู่บ้านต้าชิ่งในตอนนี้ก็ยังคงเป็นหมู่บ้านบนภูเขาที่ล้าหลังและยากจนเหมือนเดิมนั่นแหละ”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ทุกคนนึกถึงเจียงเสี่ยวไป๋ขึ้นมาอีกครั้ง
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะพยักหน้า และถอนหายใจในใจ ใช่แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋นำสิ่งเหล่านี้มา และเขาได้เปิดโอกาสให้ผู้คนในหมู่บ้านต้าชิ่งได้มีอาชีพจนชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
หลินต้ากั๋วพูดเสียงดังว่า “แน่นอนว่าเราจะไม่มีวันลืมเจียงเสี่ยวไป๋และเจียงเจียกรุ๊ปของเขาที่เปิดโอกาสให้พวกคุณมีอาชีพ แต่คุณก็ใช้แรงกายแรงใจของพวกคุณในการทำงานนี้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าได้มาฟรี ๆ ! ”
“ผู้ใหญ่บ้านเสี่ยว พาเราไปเดินเล่นในหมู่บ้านต้าชิ่งหน่อยสิ เราอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าหมู่บ้านแห่งนี้ที่เป็นหมู่บ้านผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งอันดับหนึ่งในประเทศนั้น เป็นอย่างไร ! ”
“ตามมาเลย ! ท่านผู้นำ ! ”
เสี่ยวปิงตอบตกลงทันทีและพาหลินต้ากั๋วพร้อมทั้งคนอื่นเดินไปตามถนน
หมู่บ้านต้าชิ่งในปัจจุบันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อสองปีที่แล้ว
เนื่องจากถนนเจี้ยนชิ่งเป็นถนนสายหลัก จึงยังมีถนนคู่ขนานสองสาย ได้แก่ ถนนต้าชิ่งและถนนฉิงหยาง ซึ่งทั้งสองสายเป็นถนนยางมะตอยที่กว้างขวาง
ทั้งสองฝั่งถนนไม่มีต้นไม้สีเขียว ทั้งหมดนี้เป็นบ้านสไตล์ตะวันตกขนาดเล็กสามชั้นที่มีลักษณะเรียบง่ายและคลาสสิค เกือบทั้งหมดถูกทำเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง ที่ชั้นหนึ่งเป็นแผนกต้อนรับ ชั้นสองเป็นพื้นที่สำนักงาน และชั้นสามเป็นพื้นที่อยู่อาศัย
ลานด้านหน้าของบ้านแต่ละหลังมีขนาดใหญ่มาก โดยไม่นับตัวบ้านสองสามชั้นพวกนั้น มันมีความกว้างอย่างน้อย 15 เมตร และยาวกว่า 20 เมตร
บนชั้นสองได้รับการออกแบบให้มีความหรูหรา ทุกครัวเรือนจะมีระเบียงขนาดใหญ่ ที่สามารถมองเห็นด้านหน้าที่เป็นสนามหญ้าและถนนอย่างชัดเจน
เช่นเดียวกับบนชั้นสามซึ่งมีระเบียงด้วย
บางคนอาจจะบอกว่า ตัวบ้านอยู่ลึกขนาดนี้ จะไม่ยุ่งยากงั้นเหรอ ?
ถ้าคุณคิดแค่นั้นก็ถือว่ายังคิดน้อยเกินไป
การก่อสร้างบ้านในหมู่บ้านต้าชิ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บ้านแต่ละหลังจะหันหน้าไปทางถนนเมื่อมีถนนสองสาย ถนนสายหนึ่งก็จะอยู่หน้าบ้านและถนนอีกสายหนึ่งจะอยู่ด้านหลัง ประตูหน้าใช้รับซื้อสินค้า ส่วนประตูหลังใช้ขนส่งสินค้า ซึ่งมันก็เป็นระเบียบเรียบร้อยมาก
แค่เห็นบ้านแต่ละหลังในหมู่บ้านต้าชิ่งก็ทำให้หลินต้ากั๋วและคนอื่นสดชื่นได้แล้ว