ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1275 พี่น้องคุยกัน
ตอนที่ 1275 พี่น้องคุยกัน
เห็นได้ชัดว่าเฉินโหย่วเหลียงไม่ได้คาดหวังว่าหลินต้ากั๋วจะพูดแบบนี้ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ “ใช่แล้ว พ่อแม่ของเราทำงานหนักมาก่อน อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาทำงานหนักมาทั้งชีวิต”
หลินต้ากั๋วพยักหน้าและกล่าวว่า “พ่อแม่ก็แบบนี้แหละ พวกเขายินดีทำงานตราบเท่าที่ร่างกายของพวกเขายังไหวอยู่ เราก็มีหน้าที่แค่ปล่อยให้พวกเขาทำไป ! ”
เขาชี้ไปที่เด็กสองสามคนแล้วพูดว่า “แต่เด็ก ๆ ยังเล็กอยู่ ถ้าพวกเขาทำงานแบบนี้ มันจะส่งผลต่อการเรียนรู้ของพวกเขาในอนาคตได้ ! ”
เฉินโหย่วเหลียงกล่าวว่า “เด็ก ๆ เองก็จัดการเวลาได้ดีมาก พวกเขาจะมาขอทำงานหลังจากทำการบ้านเสร็จแล้วเท่านั้น”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “แต่เวลาว่าง คุณก็ควรให้พวกเขาอ่านหนังสือหรือพักผ่อนไม่ใช่เหรอ”
เฉินโหย่วเหลียงยิ้มอย่างขมขื่น และพูดว่า “ทุกวันนี้เด็ก ๆ ต้องการหาเงินค่าขนมด้วยตัวเอง หากครอบครัวของพวกเขาไม่ยอมให้พวกเขาทำ พวกเขาก็จะไปขอทำกับครอบครัวอื่น ! ”
เขาส่ายหัว “ดังนั้นเราจึงต้องยอมให้พวกเขาช่วยทำงานที่บ้านยังจะดีกว่า ! ”
หลินต้ากั๋วไม่ได้คาดหวังถึงสถานการณ์นี้ เขาจึงพูดว่า “ก็แค่กำชับว่าให้ทุกครัวเรือนอย่ารับเด็กทำงาน แค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ ? ”
เฉินโหย่วเหลียงถอนหายใจ “ผู้นำ อย่าประมาทเด็ก ๆ เหล่านี้ไป ต่อให้พวกเราไม่ให้พวกเขาทำ แต่หากพวกเขารวมตัวกัน พวกเขาก็สามารถประกอบชิ้นส่วนของไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งได้ทุกชิ้นส่วน”
อ่า ?
หลินต้ากั๋ว, เจิงเหลียงหยู, เกาเทียนเยว่ และคนอื่นมองหน้ากัน
ใช่แล้ว ทั้งหมู่บ้านต้าชิ่งกำลังผลิตอุปกรณ์ประกอบของไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง เนื่องจากมีเด็ก ๆ จำนวนมากในทุกครัวเรือน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พวกเขาจะได้ฝึกทำชิ้นส่วนกระทั่งทำได้จนคล่องมือ
มันไม่ง่ายเลยที่ผู้ใหญ่จะควบคุมได้
หลินต้ากั๋วยิ้มอย่างขมขื่น และกล่าวว่า “ถูกต้อง เป็นการดีกว่าที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้มากกว่าที่จะปิดกั้นพวกเขาไปเลย แต่ถึงอย่างนั้นพวกคุณก็ควรชี้แนะให้พวกเขาเอาใจฝักใฝ่กับการเรียนให้มาก”
เกาเทียนเยว่ยังกล่าวอีกว่า “ใช่แล้ว เด็ก ๆ ในวัยนี้ควรถือเรื่องเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด รอจนกว่าพวกเขาจะโตขึ้นค่อยหาเงินก็ได้”
เจิงเหลียงหยูกล่าวกับเสี่ยวปิงว่า “หัวหน้าหมู่บ้านเสี่ยว หมู่บ้านของคุณยังคงต้องให้ความสนใจกับเรื่องนี้และให้คำแนะนำเพิ่มเติม”
เสี่ยวปิงกล่าวว่า “ที่จริงแล้วด้วยการที่ผมเป็นผู้นำ ผมก็ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องนี้ แต่เด็ก ๆ เคยชินกับการทำงานตั้งแต่เด็ก จึงเป็นเรื่องยากที่จะให้พวกเขาหยุดทำ”
“นอกจากนี้ ไม่ใช่พ่อแม่ทุกคนที่คิดว่าการเรียนเป็นหนทางเดียวสำหรับลูก ๆ ของพวกเขา เมื่อพวกเขาเห็นว่าลูกมีเกรดไม่ดี พวกเขาก็คิดว่าควรจะปล่อยให้เด็ก ๆ ทำงานมากขึ้นและหารายได้ด้วยตัวเองมากขึ้น”
“ในความคิดของคนธรรมดา ถ้าคุณมีเงิน คุณก็มีทุกอย่าง”
“พวกเขาเคยยากจนมาก่อน จึงรู้ว่ามันทรมานแค่ไหน ! ”
หลินต้ากั๋ว, เจิงเหลียงหยู และเกาเทียนเยว่มองหน้ากันและรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อย สถานการณ์ในชนบทก็เป็นแบบนี้ พวกเขาไม่สามารถแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้ในทันท่วงที
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “เราต้องใส่ใจกับปัญหานี้ด้วย นี่คือเรื่องสำคัญ จดไว้ก่อนแล้วค่อยไปคิดหาวิธีแก้ทีหลัง เราไม่ควรมุ่งแต่จะพัฒนาเศรษฐกิจ แต่กลับปล่อยให้เด็ก ๆ ล่าช้าในการเรียน”
ติงจวิ้นเจี๋ยหยิบสมุดบันทึกของเขาออกมา และจดสิ่งที่หลินต้ากั๋วบอก
หลังออกจากบ้านของเฉินโหย่วเหลียง หลินต้ากั๋วและพรรคพวกของเขาก็ไปเยี่ยมบ้านอีกห้าถึงหกหลัง สถานการณ์ในบ้านหลังอื่นก็เกือบจะเหมือนกับบ้านของเฉินโหย่วเหลียง
กลุ่มคนได้เห็นด้วยตาตนเองถึงกระบวนการผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งที่พวกเขาใช้อยู่ในทุกวันนี้
เมื่อเห็นว่าดึกมากแล้ว หลินต้าเหว่ยจึงเสนอว่า “ไปกินอาหารเย็นที่อาคารคณะกรรมการหมู่บ้านก่อน ทุกอย่างถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว”
หลินต้ากั๋วพยักหน้าและพูดว่า “ชวนชาวบ้านสักสองสามคนมากินอาหารด้วยกัน เราสามารถพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ในหมู่บ้าน ในขณะที่เรากินอาหารได้”
สีเจิ้งเหว่ยยิ้ม “ท่านผู้นำ คุณไม่จำเป็นต้องไปหาพวกเขา เพราะมีคณะกรรมการหมู่บ้านที่มาทำอาหารให้พวกเราอยู่ที่นั่น ที่บ้านของพวกเขาก็มีเวิร์กช็อปผลิตอุปกรณ์เสริมไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งด้วย คุณจะได้เข้าใจสถานการณ์ได้มากขึ้น”
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดว่า “ตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้านต้าชิ่งของคุณต่างก็เป็นกำลังสำคัญกันหมดสินะ ! ”
จากนั้น กลุ่มคนก็เดินมาถึงอาคารคณะกรรมการหมู่บ้าน ก่อนจะเห็นโต๊ะกินข้าวสิบโต๊ะในลาน เจิงเหลียงหยู, เกาเทียนเยว่ และคนอื่นนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับชาวบ้านหลายคน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในหมู่บ้านที่ยังไม่รู้ ขณะกินอาหารไปด้วย
อาหารเย็นมื้อนี้ พวกเขาไม่ได้ดื่มมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ใช้เวลากินนานถึงห้าทุ่ม
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “เราจะพักอยู่ในหมู่บ้านต้าชิ่ง หรือกลับไปที่เจี้ยนหยางดี ? ”
หลินต้ากั๋วพูดด้วยความประหลาดใจว่า “หมู่บ้านต้าชิ่งจะรองรับพวกเราหลายสิบคนได้เหรอ ? ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “มีร้านอาหารและโรงแรมมากมายในหมู่บ้านต้าชิ่ง คนขับรถบรรทุกมาขนสินค้าและจัดส่งวัตถุดิบตลอดทั้งวันทั้งคืน เราก็ต้องมีโรงแรมและร้านอาหารไว้คอยบริการพวกเขา”
เป็นแบบนี้นี่เอง
หลินต้ากั๋วเข้าใจ แต่ก็ยังพูดว่า “กลับไปที่เจี้ยนหยางกันก่อนดีกว่า เพราะพรุ่งนี้เราต้องกลับแต่เช้า”
หลินต้าเหว่ยไม่พูดอะไรอีกและบอกให้ทุกคนขึ้นรถบัส เพื่อกลับเข้าไปในตัวอำเภอ
เมื่อพวกเขากลับมาที่เจี้ยนหยางก็ดึกมากแล้ว หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนแล้ว หลินต้าเหว่ยก็มาที่ห้องของหลินต้ากั๋วอีกครั้ง
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “คราวนี้ฉันคงไม่ได้ไปที่บ้าน ! ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “ผมรู้ ครั้งนี้ตารางงานของพี่แน่นเกินไป ! ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “เหตุผลหลักก็คือเจี้ยนหยางได้เปลี่ยนไปมาก มันดูไม่เหมือนที่เดียวกับตอนที่ฉันมาที่นี่เมื่อสองปีที่แล้วเลย ! ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “ใช่ ทุกวันที่ฉันอาศัยอยู่ที่นี่ ฉันก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ไม่ต้องพูดถึงพี่ที่นาน ๆ มาครั้งหนึ่ง”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “นี่แสดงให้เห็นว่านายทำงานได้ดีมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา ถ้าพ่อเห็นด้วยตาของเขาเอง เขาคงจะภูมิใจในตัวนายมาก”
หลินต้าเหว่ยยิ้ม เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “พี่ไม่รู้อะไร ที่จริงแล้วเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนทำทั้งหมดนี้ทั้งนั้น”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า “ใช่ เด็กคนนั้นเก่งในการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ มาก”
หลินต้าเหว่ยเหลือบมองพี่รองของเขาด้วยความลังเล
หลินต้ากั๋วเห็นจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่รองของนายอยู่ที่นี่แล้ว มีอะไรจะพูดก็พูดมาได้เลย ไม่จำเป็นต้องลังเลกับฉัน ! ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “พี่รอง ในเมื่อพี่พูดออกมาแบบนี้ งั้นผมก็ขอพูดอะไรที่ผมไม่ควรจะพูดก็แล้วกัน”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “งั้นนายก็พูดมา”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “พี่พูดเองว่าเจี้ยนหยางมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย และดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงในเจี้ยนหยางนั้นจะเห็นได้ชัดเจนมากกว่าชิงโจวเสียอีก นั่นเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงในชิงโจวนั้นกระจัดกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทั้งอาคารชิงโจวก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงในเจี้ยนหยาง ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมและหมู่บ้านต้าชิ่ง ผลลัพธ์ก็แสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนทั้งสองแห่ง”
“ฉันพอเข้าใจที่นายพูดออกมา ! ” หลินต้ากั๋วกล่าว “แต่นายต้องการจะพูดอะไรกันแน่ ? ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “ผมแค่อยากจะบอกว่าปล่อยให้เจียงเสี่ยวไป๋พัฒนาชิงโจวไปเถอะ! บางทีเขาอาจจะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับภูมิภาคของเรา หรือทั้งประเทศได้”
หลินต้ากั๋วเข้าใจทันทีและพูดว่า “เสี่ยวเหว่ย นายกำลังพูดถึงการขยายเมืองและการสร้างนิคมอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งสี่แห่งในชิงโจวใช่ไหม ? ”
หลินต้าเหว่ยพยักหน้า “เมื่อเช้า ตอนที่พี่กำลังคุยกับรองเลขาธิการเจิง ผมได้ยินพี่พูดว่าชิงโจวพัฒนาเร็วเกินไป ดังนั้น…”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “นายเลยกังวลว่าฉันจะสั่งหยุดหรือชะลอความก้าวหน้าของนิคมอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งสี่แห่งใช่ไหม ? ”