ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1278 งั้นเดินออกไปด้วยกันไหมคะ
ตอนที่ 1278 งั้นเดินออกไปด้วยกันไหมคะ
ทุกครั้งที่ได้กลับบ้าน มันคือช่วงที่เขาผ่อนคลายมากที่สุด
ในช่วงบ่าย เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินไปเดินเล่นริมแม่น้ำโดยอุ้มเจ้าตัวเล็กทั้งสองมาด้วย
ส่วนเจียงชานถือกระเป๋าสะพายใบเล็กที่ใส่เมล็ดฟักทองคั่ว เกาลัดคั่ว และของว่างอื่น ๆ เธอเดินตามทั้งสองคนมา และกินเมล็ดแตงโมไปด้วย
หวังเสวี่ยฮัวและเฉินหยุนก็เดินตามหลังมาเช่นกัน พวกเธอไม่ได้อยู่ใกล้หรือห่างจากครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋มากเกินไป แต่ก็อยู่ในระยะที่ไม่ได้รบกวนเวลาครอบครัวของพวกเขา ได้แต่เดินตามดูความเรียบร้อยให้เท่านั้น
ในตอนเย็นของเดือนเมษายน อากาศไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป แถมมีลมพัดมาจากแม่น้ำ ทำให้เดินเล่น ชมพระอาทิตย์ตกดินและคลื่นน้ำใส ๆ ในแม่น้ำได้อย่างสบายใจ
พวกเขายืนอยู่ตรงนั้น จนกระทั้งหวังซิ่วจวี๋เรียกให้ไปทานอาหารเย็น
ส่วนเจียงไห่หยางก็ยังไม่กลับมา จึงทำให้มีคนมาทานอาหารแค่หวังซิ่วจวี๋ เจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียอิน และเจียงชานเท่านั้น
สำหรับเจียงอันและเจียงห่าว หวังเสวี่ยฮัวและเฉินหยุนพาทั้งสองออกไปเดินเล่นต่อ ในขณะที่พวกเขากำลังทานอาหาร
เมนูที่เชฟถานทำให้ทานในวันนี้ก็คือหม้อไฟเนื้อ พร้อมผักอีกห้าถึงหกชนิด ซึ่งน้ำซุปนั้นก็รสชาติเข้มข้นมาก อาหารมื้อนี้จึงถือว่าครบห้าหมู่ ถูกหลักโภชนาการ
นี่ก็นานแล้วที่เขาไม่ได้กินข้าวที่บ้าน มื้อนี้เจียงเสี่ยวไป๋จึงกินอย่างเอร็ดอร่อยเป็นพิเศษ
หลังอาหารเย็น หลินเจียอินและหวังซิ่วจวี๋ก็พาเด็กน้อยทั้งสองคนไปเล่นที่สวนหลังบ้าน ส่วนเจียงชานก็ไปด้วยเหมือนกัน
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ไป
หลังจากทานข้าวเสร็จ เขาก็สูบบุหรี่สองสามครั้ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหลินเจียจวิน
ทุกครั้งที่เขาโทรทางไกล สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับเจียงเสี่ยวไป๋คือการรอสายที่แสนยาวนาน
ผ่านไปประมาณสิบนาที ในที่สุดสายก็เชื่อมต่อเสียที
หลินเจียจวินมีความสุขมากเมื่อได้ยินว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋โทรมา
“นายโทรมาที่ห้องทำงานของฉัน แล้วรู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ที่นี่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ “พี่เป็นคนโสด ถ้าพี่ไม่อยู่ในออฟฟิศ แล้วจะไปที่ไหนได้อีกล่ะ ? ”
หลินเจียจวินพูดด้วยความโกรธว่า “ฉันจะหาพี่สะใภ้สวย ๆ ให้นายแน่นอน คราวหน้าถ้านายโทรมาอีก อย่าหวังว่าจะหาฉันเจอเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ ถ้าพี่หาให้ได้ภายในวันนี้เลย ผมจะให้รางวัลพี่เป็นรถคันใหม่ ! ”
หลินเจียจวินเยาะเย้ย “เจียงเสี่ยวไป๋ ฉันไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้นายยังจะมาติดสินบนฉันด้วยรถยนต์อีก มันไม่ได้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับฉันแล้วล่ะ ! ”
“งั้นพี่ก็อย่าลืมที่พูดแล้วกัน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เข้าเรื่องดีกว่า ผมจะไม่ล้อเล่นกับพี่แล้ว เรามาคุยเรื่องสำคัญกันก่อน”
หลินเจียจวินที่อยู่ปลายสายก็มีท่าทางจริงจังและพูดว่า “จะพูดอะไรก็พูดมา ฉันรอฟังอยู่”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามว่า “เสื้อผ้าเด็กแบรนด์หลักตอนนี้มีอะไรบ้าง ? แล้วเรื่องที่หลิวเซียงจะเปิดถนนเสื้อผ้าในชิงโจว เขาจะดำเนินการเมื่อไหร่ ? ”
หลินเจียจวินที่ได้ฟังก็ได้บอกข้อมูลกับเจียงเสี่ยวไป๋ทันที
ปัจจุบันมีแบรนด์ทั้งหมด 13 แบรนด์ที่ดำเนินงานในหมวดเสื้อผ้าเด็ก มีตั้งแต่เสื้อผ้าเด็กทารกไปจนถึงเสื้อผ้าเด็กอายุ 12 ปี แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงโรงงานผลิตเท่านั้น ที่ทำเป็นร้านค้าแล้วมีเฉพาะในเทียนจิงและเซี่ยงไฮ้ ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการตกแต่งร้าน และคาดว่าร้านเสื้อผ้าเด็กมากกว่าหนึ่งร้อยแห่งจะเปิดตัวทันในเดือนพฤษภาคม พร้อมกับเปิดตัวคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าฤดูร้อน
ส่วนหลิวเซียงที่จะไปเปิดร้านขายเสื้อผ้าในชิงโจว หลินเจียจวินเองก็ได้ข้อมูลมาไม่ค่อยชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาจึงพูดว่า “นายสามารถถามเฉินอันผิงหรือเมิ่งเสี่ยวเป่ยได้โดยตรง พวกเขาน่าจะรู้เรื่องนี้ดีกว่าฉัน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมเพิ่งกลับมาจากถู่เฉิงวันนี้ ตอนที่ผมมาถึงชิงโจวก็ไม่ได้ไปที่บริษัท เพราะกลับมาที่บ้านทันที จึงโทรหาพี่เพื่อถาม มันไม่สำคัญหรอกว่าพี่จะรู้หรือไม่รู้ ไว้ผมจะถามเมิ่งเสี่ยวเป่ยพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ทำไมจู่ ๆ นายถึงมากังวลเรื่องโรงงานเสื้อผ้าตอนนายกลับบ้านมาแบบนี้ล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากซื้อเสื้อผ้าให้เด็ก ๆ ในวันพรุ่งนี้”
“แค่นี่เนี่ยนะ ? ” หลินเจียจวินพูดด้วยความโกรธ “ตอนนี้มีโรงงานเสื้อผ้าเด็กมากมาย แค่โทรมาบอกความสูงของชานชาน ฉันก็โทรไปสั่งตัดชุดให้เธอได้แล้ว นายจะกังวลอะไรอีก ? ”
ในเครือของเขามีแบรนด์มากกว่าสิบแบรนด์ และแต่ละแบรนด์ก็มีหลากหลายสไตล์ที่แตกต่างกัน ถึงแม้จะส่งไปแค่แบรนด์เดียวสไตล์เดียว แต่ก็ยังมีนับร้อยชุด แม้ว่าคุณจะใส่เพียงชุดเดียวต่อวัน แต่เชื่อว่าไม่มีทางใส่ซ้ำกันจนหมดฤดูร้อนแน่นอน
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมอยากได้ชุดแบบนั้นหรือไง ? ที่พี่พูดมา พี่ก็แค่อยากตัดปัญหา เสื้อผ้าที่ซื้อ ต้องพอดีกับรูปร่างของซานชานด้วยไม่ใช่เหรอครับ ? ”
“สิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่เสื้อผ้าสำเร็จ แต่เป็นแบบสั่งตัด”
“พรุ่งนี้ผมจะหาช่างตัดเสื้อมาวัดขนาดตัวของชานชาน จากนั้นผมจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้พี่ พี่ก็ไปขอให้ดีไซเนอร์ของแต่ละแบรนด์ออกแบบชุดแต่ละสไตล์ตามไซส์ของเธอ”
ฮะ ?
หลินเจียจวินรู้สึกตกใจเล็กน้อย
“ไม่ เจียงเสี่ยวไป๋ นายบ้าไปแล้วเหรอ ? มีแบรนด์ตั้งมากมาย แต่นายต้องการให้แต่ละแบรนด์ออกแบบชุดทุกสไตล์ที่มี ตามขนาดตัวของชานชาน แล้วราคามันจะเท่าไหร่กัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะและพูดว่า “ผมหาเงินได้มากมาย ผมแค่เอามันมาใช้กับภรรยาและลูก ๆ ของผม ผมทำไม่ได้เหรอครับ ? ”
“มันก็แค่เงินเล็กน้อยเองไม่ใช่เหรอ ? ”
“อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่แค่ชานชานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภรรยาของผม เจียงอัน เจียงห่าว พ่อและแม่ของผมด้วย ผมจะขอให้ช่างตัดเสื้อมาวัดขนาดตัวของพวกเขาในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่ข้อมูลถูกส่งไปถึงพี่แล้ว พี่ก็ช่วยเอาไปให้แบรนด์ต่าง ๆ ช่วยออกแบบให้ที ส่วนของภรรยาผม ก็แค่ตัดหลายชุดเพิ่มไปหน่อย ไม่เป็นไรหรอก ! ”
หลินเจียจวินพูดด้วยความโกรธว่า “นายจัดการด้วยวิธีแบบไหนกัน ? ”
“ที่จริงแล้วมันไม่มีความแตกต่างระหว่างเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเสื้อผ้าสั่งทำ ตราบใดที่นายเลือกให้ตรงกับขนาด”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่เป็นคนโสดและไม่เข้าใจอะไรพวกนี้หรอก แค่ทำตามที่ผมบอกก็พอ”
หลินเจียจวินพูดว่า “ฉันนับถือใจนายจริง ๆ นายสั่งซื้อเสื้อผ้ามากมายในครั้งเดียวแบบนี้ แล้วนายจะเอามันไปเก็บไว้ที่ไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ บ้านของผมใหญ่มาก มีที่เก็บเสื้อผ้าเยอะแยะ”
“เอาล่ะ โอเค ! ” หลินเจียจวินรู้ว่าเขาไม่สามารถเอาชนะเจียงเสี่ยวไป๋ได้ ดังนั้นเขาจึงตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจและพูดด้วยความโกรธว่า “แล้วของนายล่ะ ? ทำไมนายไม่สั่งตัดให้ตัวเองอีกสักสองสามชุด ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้หรอก ผมมีรูปร่างที่ดีและดูดีอยู่แล้ว จะใส่ชุดแบบไหนก็ออกมาดูดีหมดแหละ ! ”
หลินเจียจวินไม่สบอารมณ์ เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “เอาล่ะ นายมีรูปร่างที่ดี ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปสั่งตัดอะไรให้ยุ่งยาก งั้นฉันจะใช้สิทธิ์ของนาย สั่งตัดเสื้อผ้าของฉันก็แล้วกัน หากว่าชุดทั้งหมดตัดเสร็จแล้ว นายจะต้องเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมด ฉันมีหน้าที่แค่รับเสื้อผ้าไปแบบฟรี ๆ ”
“เอาตามที่พี่ต้องการเลย ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างไม่ใส่ใจ
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ฉันไม่ได้ล้อเล่น นายสั่งให้ฉันทำหลายสิ่งหลายอย่าง และฉันก็ต้องการรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างสิ”
“เอาล่ะ นับเป็นรางวัลของพี่ก็แล้วกัน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “แค่นี้แหละ ผมไม่มีอะไรจะคุยกับพี่แล้ว โทรทางไกลมันแพง ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็วางสายโทรศัพท์ไป
ที่ปลายสาย หลินเจียจวินได้แค่ตกตะลึงอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน
“นายบอกฉันว่าการโทรทางไกลมีราคาแพงงั้นเหรอ ? ”
“นายช่วยหาเหตุผลอื่นได้ไหม”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็วางโทรศัพท์ลงด้วยความโกรธ
ก็อก ก็อก ก็อก !
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูที่ห้องทำงานของเขา
ประตูไม่ได้ปิด หลินเจียจวินหันกลับมาและเห็นหญิงงามสวมชุดทำงานและกระโปรงทรงเอรัดสะโพกยืนอยู่ที่หน้าประตู
“รองประธานเจียง คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า ? ” หลินเจียจวินถาม
หญิงงามคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจียงหลันที่เคยทำงานในแผนกเสื้อผ้าของห้างสรรพสินค้าจงหนาน แต่ต่อมาหลินเจียจวินได้เลือกให้เธอมาเป็นรองประธาน
เจียงหลันยิ้มเล็กน้อย “ไม่มีอะไรค่ะ ฉันกำลังจะเลิกงาน แต่ได้ยินเสียงคุณอยู่ที่นี่ จึงแวะเข้ามาดู”
หลินเจียจวินพูดว่า “อ้อ” และพูดต่อ “ไม่มีอะไร คุณกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ”
เจียงหลันยิ้ม “แล้วคุณยังไม่เลิกงานอีกเหรอคะ ? ”
หลินเจียจวินตอบอย่างสบาย ๆ ว่า “เดี๋ยวก็กลับแล้ว ! ”
เจียงหลันกล่าวว่า “งั้นเดินออกไปด้วยกันไหมคะ ! ”