ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1286 มาชวนคุณไปเที่ยวด้วยกัน
ตอนที่ 1286 มาชวนคุณไปเที่ยวด้วยกัน
ในเที่ยงวันรุ่งขึ้น มู่เสี่ยวหวานกลับมาที่เจียงวาน
และเธอก็มาพร้อมกับหลินเจียหงด้วย
หลังจากทักทายกันสักพัก เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ “พี่หง คราวนี้คุณขอลามาเที่ยวนานมาก ไม่มีงานเร่งด่วนอะไรเหรอครับ ? ”
หลินเจียหงมุ่ยปากของเธอ แล้วพูดว่า “อะไรนะ ? เพิ่งมาถึง นายก็จะไล่ฉันกลับแล้วเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดว่า “ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นเสียหน่อย ! ”
หลินเจียหงกล่าวว่า “ครั้งนี้ฉันขอลาพักร้อนนาน ถ้ายังเที่ยวไม่พอใจ ฉันก็จะไม่กลับ”
“บอกมาสิว่าจะพาฉันไปเที่ยวที่ไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คราวนี้ผมจะพาป้ารองไปชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติของซือเฉิงของเรา เราจะไปปีนเขา พี่จะไปด้วยไหม ? ”
หลินเจียหงพูดด้วยความตื่นเต้น “ของชอบฉันเลยล่ะ ! ฉันเองก็ปีนเขามาหลายที่แล้วเหมือนกัน ! ”
มีความโหยหาในดวงตาของเธอ จากนั้นเธอก็เร่งเร้าออกมา “ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ ? รีบออกเดินทางกันเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คิดว่าหลินเจียหงจะใจร้อนขนาดนี้ จึงตอบไปว่า “ผมเกรงว่าคงจะใช้เวลาอีกไม่กี่วัน ถึงจะออกเดินทางกันครับ”
หลินเจียหงพูดด้วยความไม่พอใจ “แล้วอีกไม่กี่วันที่ว่านั้นมันกี่วัน ? สองสามวันหรือว่าเก้าวัน ? บอกมาให้แน่นอนสิ ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น ดวงตาของเธอก็ดูดุร้ายและคุกคาม “ถ้านายกล้าให้ฉันรอนานเกินไป ฉันก็จะสาปแช่งนาย ! ”
เธอมาที่ชิงโจวตั้งแต่วันที่ 27 ของเดือนที่แล้ว และวันนี้คือวันที่ 3 เมษายนแล้ว เกือบสัปดาห์แล้วที่เธอมาอยู่ที่นี่ แต่ก็ยังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย เธอจึงแทบทนรอไม่ไหวแล้ว
เมื่อมู่เสี่ยวหวานได้ยินที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด เธอก็คิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังยุ่งอยู่กับงาน เธอจึงตำหนิหลินเจียหงไปว่า “เสี่ยวหง เสี่ยวไป๋ต้องจัดการกับพนักงานนับหมื่น เขามีหลายสิ่งที่ต้องทำในหนึ่งวัน ให้เขามีเวลาได้จัดการงานบ้างสิ แค่ได้หยุดงานก็ดีแค่ไหนแล้ว ไปเร่งเร้าคนอื่นทำไม ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “เสี่ยวไป๋ ถ้าหลานยุ่ง เราไม่ไปก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดขึ้นมาทันที “ป้ารอง ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมไม่ได้ยุ่ง”
หลินเจียหงทำหน้างอยทันทีเมื่อถูกแม่ของเธอดุ แต่เมื่อได้ยินว่าเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าไม่ยุ่ง เธอก็พูดขึ้นมาทันที “ในเมื่อนายไม่ยุ่ง แล้วทำไมถึงผลัดวันประกันพรุ่งแบบนี้ล่ะ ? กับการที่นายมัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่งไปสองสามวันแบบนี้ ถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นในบริษัทของนายล่ะ ? เดี๋ยวก็ไม่ได้ไปไหนกันพอดี ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่นและอธิบายว่า “วันมะรืนเป็นเทศกาลเชงเม้ง ผมต้องไปสักการะหลุมศพปู่และย่า จึงตั้งใจว่าจะออกเดินทางหลังจากนั้นครับ”
“อ้อ ฉันขอโทษ ! ” เมื่อหลินเจียหงได้ยินว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไปสักการะหลุมศพของบรรพบุรุษ เธอจึงพูดอย่างรวดเร็วว่า “ฉันไม่รู้ว่าครอบครัวของนายมีงานที่ต้องไปร่วม”
มู่เสี่ยวหวานยังกล่าวอีกว่า “การสักการะหลุมศพบรรพบุรุษเป็นเรื่องสำคัญ ไว้ค่อยออกเดินทางหลังสักการะเสร็จเถอะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นี่เป็นเพียงหนึ่งเหตุผลเท่านั้นครับ นอกจากนี้เนื่องจากสถานที่หลายแห่งที่เราจะไปในครั้งนี้เป็นป่าดิบชื้นที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา เราอาจจะไม่สามารถกลับออกมาได้ภายในหนึ่งวันหลังจากที่เข้าไปในภูเขาแล้ว ดังนั้นผมจำเป็นจะต้องเตรียมการล่วงหน้าไว้บ้าง ไม่งั้นแล้วคงจะลำบากน่าดู”
“ไปที่ป่าดิบชื้น ! ” หลินเจียหงยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเมื่อได้ยินแบบนี้ และพูดออกมาว่า “เรื่องสนุก ๆ แบบนี้จะขาดหลินเจียจวินไปได้อย่างไร ? ”
“แต่ยังมีเวลาเหลืออยู่นี่ ! ”
“ไม่ ฉันต้องโทรชวนเขาไปด้วย ! ”
เมื่อพูดอย่างนั้น เธอไม่รอให้เจียงเสี่ยวไป๋ได้พูดอะไร เธอก็วิ่งไปที่ห้องโถงด้านข้างเพื่อโทรหาหลินเจียจวินทันที
“เด็กคนนี้ ! ” มู่เสี่ยวหวานตำหนิลูกสาวออกมา และได้แต่ส่ายหัว แล้วพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “สถานที่ที่หลานพูดถึงคงไม่สะดวกนัก เราต้องนำของมากมายเข้าไปด้วยหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่ครับ ผมจึงต้องใช้เวลาเตรียมตัว”
มู่เสี่ยวหวานกล่าวว่า “ป้าเองก็ไม่ใช่อายุน้อย ๆ แล้ว ไม่รู้ว่าจะยังเดินป่าลึกขนาดนี้ได้อีกหรือเปล่า”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ เราไม่เร่งรีบ ไปเดินเล่นสบาย ๆ เรานำเครื่องมือและอุปกรณ์ของเราไปด้วย มืดที่ไหนก็ตั้งแคมป์นอนตรงนั้น ! ”
มู่เสี่ยวหวานกล่าวว่า “ฟังดูน่าสนใจทีเดียว โอเค ป้าจะพยายามฟื้นฟูร่างกายตัวเองในช่วงนี้ เพราะจะต้องใช้งานหนักในอีกสองสามวันข้างหน้า”
หลังจากคุยกับมู่เสี่ยวหวานแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็เข้าไปในเมือง
แม้ว่าอุปกรณ์แคมป์ปิ้งจะยังไม่มีจำหน่ายในเวลานี้ แต่การหาอุปกรณ์แต่ละอย่างก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่เคยกระทั่งล่าสัตว์ในป่าในแอฟริกามาแล้วในชาติก่อน หลังจากซื้อวัสดุมาแล้ว เขาก็สามารถสร้างอุปกรณ์ขึ้นมาเองได้
เมื่อพิจารณาว่าเขาจะต้องพาพ่อแม่ของเขา มู่เสี่ยวหวานและลูกสาวของเขาเจียงชานไปด้วย เขาจึงตัดสินใจขยายทีมที่จะหาคนมาช่วย
เขาไม่รีบร้อนที่จะซื้ออะไร และขอให้จางเสี่ยวชุ่นพาเขาไปที่สำนักงานเทศบาลกลาง
“ฉันสงสัยว่าการแสดงออกของหลี่หมิงซานจะเป็นอย่างไรเมื่อเห็นฉัน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พึมพำขณะที่เขาเดินไปที่ห้องทำงานของหลี่หมิงซาน
ในไม่ช้า เขาก็มาถึงด้านนอกห้องทำงานของหลี่หมิงซาน
เมื่อเลขาโจวหงป๋อเห็นเขาเดินเข้ามา ก็พูดด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีผู้ช่วยเจียง คุณมาที่นี่เพื่อพบรองนายกเทศมนตรีหลี่หรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและถามว่า “ตอนนี้รองนายกเทศมนตรีหลี่ว่างแล้วหรือยัง ? ”
โจวหงป๋อกล่าวว่า “เขาไม่ได้มีแขกครับ น่าจะกำลังอ่านเอกสารรายงานอยู่ ในเมื่อผู้ช่วยเจียงมาที่นี่แล้ว จะเข้าไปเลยก็ได้ หรือจะให้ผมเข้าไปบอกให้ก่อน ถ้าเขารู้ว่าคุณมา เขาจะต้องวางเอกสารลงแน่นอน ! ”
ในขณะที่พูด เขาก็พาเจียงเสี่ยวไป๋ไปที่ประตูห้องทำงานของหลี่หมิงซาน จากนั้นก็เคาะประตู
รอสักพักก็เปิดประตูแล้วเข้าไปข้างใน
“รองนายกเทศมนตรีหลี่ ผู้ช่วยเจียงมาหาครับ ! ”
ทันใดนั้น หลี่หมิงซานก็เงยหน้าขึ้นมองและเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ที่เดินเข้ามา ตามด้วยโจวหงป๋อ
เขาวางเอกสารในมือลง ยืนขึ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีผู้ช่วยเจียง ลมอะไรพัดพาคุณมาที่นี่เหรอ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก็ต้องเป็นเรื่องที่ดีสิครับ ไม่งั้นผมคงไม่กล้ารบกวนรองนายกเทศมนตรีหลี่หรอก ! ”
ใบหน้าของหลี่หมิงซานแข็งกระด้าง เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋อย่างระมัดระวังและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง บอกมาว่ามันคือเรื่องอะไร แต่ถ้าคุณจะมาขอเงินจากเราอีก คุณไม่ต้องมาพูดเลย ! ”
เงินที่เจียงเสี่ยวไป๋กรรโชกไปจากรัฐบาลชิงโจวในครั้งที่แล้วมากกว่าหนึ่งล้านหยวน ทำให้เขาและถังจิงเทียนโกรธอยู่หลายวัน และสาบานว่าจะเอามันกลับคืนมาจากเจียงเสี่ยวไป๋ให้ได้
เขาเป็นคนประเภทที่หากถูกงูกัดไปครั้งหนึ่งแล้ว ย่อมกลัวเชือกไปเป็นสิบปี เขามักจะนำความผิดพลาดทั้งหลายมาเป็นบทเรียนให้ตัวเองเข็ดหลาบอยู่เสมอ
ทันทีที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงเรื่องดี ๆ เขาก็ระมัดระวังและบอกกับตัวเองว่าเขาจะต้องไม่ประมาท จนต้องสูญเงินไปเหมือนครั้งที่แล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบบุหรี่ออกมายื่นให้ และพูดด้วยรอยยิ้ม “นายกเทศมนตรีหลี่ คุณก็พูดไปเรื่อย ผมเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ใช่โจร แล้วทำไมผมถึงต้องไปเอาเงินของรัฐบาลชิงโจวด้วย ! ”
หลี่หมิงซานจุดบุหรี่ สูบเข้าไปแล้วพูดว่า “ตราบใดที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงิน งั้นก็บอกฉันหน่อยว่าคือเรื่องดี ๆ อะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ครั้งที่แล้ว เมืองชิงโจวของเราซื้อของขวัญจากผมไปมากมาย อย่างไรผมก็ต้องมาขอบคุณอยู่แล้ว และคราวนี้ผมอยากจะมาเชิญนายกเทศมนตรีหลี่ให้ไปท่องเที่ยวด้วยกันสักสองสามวัน”
“อืม และคุณไม่ต้องกังวล ผมจะออกค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร และที่พักให้ทั้งหมด ! ”
หลังจากที่ได้ยินแบบนี้ หลี่หมิงซานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธ เขาคิดกับตัวเองว่า “คุณหลอกเอาเงินเราไปมากกว่าหนึ่งล้านหยวน และมาชวนเราไปเที่ยวแบบนี้ คุณต้องการที่จะให้เรายุติเรื่องนี้งั้นเหรอ ? ”
ไม่มีทาง !
เขาโบกมือแล้วพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ผู้ช่วยเจียง ฉันซาบซึ้งในความมีน้ำใจของคุณ แต่ตอนนี้ฉันไม่ว่างจริง ๆ ! ”
“แล้วคุณมีเวลาไปเที่ยวตอนไหนบ้างล่ะ ? ”
“ฉันไม่มีเวลา ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “รองนายกเทศมนตรีหลี่ อย่าโกหกผมเลย คราวนี้คุณต้องไป ! ”
หลี่หมิงซานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธขึ้นมา “ผู้ช่วยเจียง ทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ ? ”