ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1300 อาหารเย็น
ตอนที่ 1300 อาหารเย็น
“คุณจะให้ฉันทำ……ห้องน้ำเหรอ ? ”
หลี่หมิงซานถามขึ้นมาด้วยความเหลือเชื่อ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ ผมไม่ได้ขอให้คุณทำ แต่คุณอาสาทำเองไม่ใช่เหรอครับ ? ”
หลี่หมิงซานทำหน้าบูดบึ้ง เขาไม่สามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้
อันที่จริง อย่างที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด เขาคือคนที่วิ่งเข้ามาและอาสาว่าจะทำให้เอง
แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะทำห้องน้ำ
ถ้าเขารู้ว่ามันเป็นงานแบบนั้น เขาคงไม่มีวันขออาสาทำเองหรอก !
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าของหลี่หมิงซาน
หลังจากหัวเราะเสร็จ เขาก็พูดว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ อย่าเศร้าไปเลยครับ ทำไมไม่รีบไปสร้างห้องน้ำล่ะ ? ”
“ไปเถอะ ผมจะช่วยคุณทำเอง ! ”
ที่จริงเขาก็อยากจะให้หลี่หมิงซานทำเพียงลำพัง แต่เขากังวลว่าที่หลี่หมิงซานทำขึ้นมานั้นจะไม่ใช้ห้องน้ำที่ใช้งานได้จริง ๆ น่ะสิ
“แบบนี้ค่อยดีหน่อย ! ”
หลี่หมิงซานรู้สึกคลายกังวลขึ้นเมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋มากับเขา
ทั้งสองเดินไปประมาณสองร้อยเมตรก็มาถึงด้านหลังของโขดหิน
หลี่หมิงชานยิ้มและพูดว่า “สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับทำเป็นห้องน้ำ เพราะมันช่วยบดบังได้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แค่บังด้านใดด้านหนึ่งไม่มีประโยชน์หรอกครับ เราต้องล้อมมันไว้ทุกด้าน จะได้รู้สึกปลอดภัย”
หลี่หมิงซานที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกว่ามันตลก และพูดหยอกล้อออกมาว่า “ก็แค่เข้าห้องน้ำ ทำไมจะต้องรู้สึกปลอดภัยขนาดนั้นด้วย คุณกลัวถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนจากทุกด้านหรือไง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยกผ้าน้ำมันในมือของเขา แล้วพูดว่า “ใช่ครับ ! ”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อครั้งนี้มีผู้หญิงมาด้วยจำนวนมาก เจียงเสี่ยวไป๋จึงคิดจะทำห้องน้ำกลางแจ้งไว้ เขาจึงได้เตรียมผ้าน้ำมันมาด้วย
เขาสังเกตการณ์ จากนั้นก็ทำเครื่องหมายหมายไว้ และพูดกับหลี่หมิงซานว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ คุณช่วยขุดหลุมขนาดใหญ่ลึกยี่สิบถึงสามสิบเซนติเมตรตามตำแหน่งที่ผมทำเครื่องหมายไว้นี้หน่อยครับ”
พลั่วอยู่ในมือของหลี่หมิงซาน ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องก้มลงและขุดดินตามที่เจียงเสี่ยวไป๋บอก พลางถามว่า “แล้วคุณล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “ผมจะไปหาไม้มาพันผ้าน้ำมัน”
ดังนั้นทั้งสองจึงแบ่งงานกัน จากนั้นก็ช่วยกันทำนานกว่า 20 นาที จนในที่สุดห้องน้ำที่เรียบง่ายก็ถูกสร้างขึ้น
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ นี่คือสถานที่สาธารณะที่คุณสร้างขึ้นเอง ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ น่าเสียดายที่ผมไม่ได้พานักข่าวมาที่นี่ด้วย ไม่งั้นผมจะให้พวกเขาเขียนรายงานพิเศษนี้ให้คุณโดยเฉพาะ ! ”
“จะทำให้มันเป็นข่าวใหญ่โตไปทำไม ! ” หลี่หมิงซานพูดด้วยความโกรธ “หลังจากที่คุณกลับไปแล้ว คุณไม่ได้รับอนุญาตให้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งนั้น”
รองนายกเทศมนตรีผู้มีเกียรติทำห้องน้ำชั่วคราวด้วยมือของเขาเอง แค่คิดก็น่าเศร้าใจแล้ว
หลังจากที่ทั้งสองกลับมา เหรินฉางเซี่ย, หวังกั๋วปิง และหลี่เซียนจวินที่ไปหาฟืนก็ได้กลับมาแล้ว
“ผู้ช่วยเจียง ฟืนเท่านี้พอไหม ? ” หวังกั๋วปิงถาม
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ฟืนบนพื้น จากนั้นมุมปากของเขาก็กระตุกอย่างแรง ฟืนแค่นี้จะไปพอได้อย่างไร ?
เมื่อเห็นการแสดงออกของเจียงเสี่ยวไป๋ เหรินฉางเซี่ยก็รู้ว่ามันยังไม่พอ เขาจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเราไปหาเพิ่มกันเถอะ ! ”
ทว่าในขณะนั้น เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็ถือฟืนจำนวนหนึ่งเดินมาทางด้านนี้พอดี
เจียงเสี่ยวไป๋ที่เห็นก็พูดว่า “ไม่จำเป็นแล้วล่ะ ! ”
เหรินฉางเซี่ย , หวังกั๋วปิง และหลี่เซียนจวินที่เห็นฟืนที่ทั้งสองนำมานั้น ทั้งสามก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงเพราะความอาย
พวกเขาทั้งสามช่วยกันหาฟืนมาเป็นเวลานาน แต่ฟืนที่ได้มาก็ยังไม่เยอะเท่าที่ชายชราและหญิงชราทั้งสองหามาในเวลาอันสั้น
เหรินฉางเซี่ยพูดกับหวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินว่า “ทำไมยังยืนนิ่งกันอยู่อีก รีบเข้าไปรับฟืนมาสิ ! ”
หวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองพวกเขาและไม่สนใจอีก เขาเดินไปหาหลินเจียจวินต่อ
หลินเจียจวินเห็นเขาเดินมาก็ได้พูดว่า “เสี่ยวไป๋ ฉันตั้งเตาเสร็จแล้ว ถึงเวลาทำอาหารแล้วล่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูและรู้สึกว่าเป็นที่น่าพอใจ เขาจึงพูดว่า “เอาล่ะ พี่ช่วยก่อไฟ และบอกให้พวกเขาหั่นผักและหมูรอก่อน”
เมื่อครู่หลินเจียอิน, หลินเจียหง และเหลิ่งเวยได้ช่วยกันล้างเนื้อและล้างผักแล้ว หลังจากที่หลินเจียจวินจุดไฟเสร็จ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เริ่มทำอาหาร
หลังจากทอดซี่โครงและสามชั้นในหม้อเหล็กขนาดใหญ่เสร็จแล้ว เขาก็ให้เติมน้ำเล็กน้อยและต้มต่อจนเดือด จากนั้นเขาก็ขอให้หลินเจียจวินจุดไฟอีกเตา ตั้งเสาไม้สองต้นและทำคานตรงกลาง เพื่อเอาไว้แขวนหม้อเหล็กไว้เหนือกองไฟ
ในหม้อแรก เมื่อน้ำเริ่มเดือด เขาก็ใส่กะหล่ำปลีและวุ้นเส้นที่แช่ไว้ลงในหม้อ แล้วเริ่มปรุงต่อ
“นานแค่ไหนกว่าที่อาหารเย็นจะเสร็จ ! ”
“มืดแล้ว แต่ฉันยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย ! ”
“เดินทางมาเหนื่อย ๆ แต่ไม่ได้กินอะไรก็หิวมากแล้ว กลิ่นหอมของอาหารก็ยิ่งชวนให้หิวเข้าไปอีก หิวชะมัด ! ”
“ฉันหิวจนกรดไหลย้อนแล้ว ! ”
“ข้าวเที่ยวยังไม่ได้กิน แต่ดาวกำลังโผล่ขึ้นมาต่อหน้าต่อตาฉันแล้ว ! ”
“ได้กลิ่นหอมลอยออกมาจากหม้อที่แขวนอยู่ ฉันก็น้ำลายสอแล้ว ! ”
“ฉันไม่เคยรู้สึกมีความอยากอาหารมากขนาดนี้มาก่อน ! ”
“ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ฉันสามารถกินข้าวชามใหญ่ได้ห้าชามแบบสบาย ๆ ! ”
“ฉันรู้สึกว่าฉันกินได้หมดหม้อนี้เลย ! ”
“……”
หลี่หมิงซาน, เหอซาน, เฟ่ยถูจือ, หม่าว่านหลี่ และคนอื่นรวมตัวกันรอบกองไฟ จ้องมองหม้อที่แขวนอยู่บนเปลวไฟอย่างกระตือรือร้น พลางกลืนน้ำลายไปด้วยขณะพูดคุยกัน
ตอนนี้ข้าวสุกแล้ว
พะโล้ทุกชนิดถูกบรรจุในกล่องอาหารกลางวันแบบใช้แล้วทิ้ง มีทั้งหัวหมูพะโล้, หูหมพะโล้, เนื้อพะโล้, ไส้เป็ดพะโล้ , และพะโล้มังสวิรัติเมนูอื่น
หลังจากที่ทุกคนปูเสื่อน้ำมันเสร็จ
มาถึงตอนนี้ ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
แต่ไฟที่ลุกโชนก็ส่องสว่างไปทั่วบริเวณโดยรอบจนทำให้มองเห็น
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นทุกคนมองมาที่เขาด้วยความกระตือรือร้น ในที่สุดเขาก็พูดว่า “กินข้าวกันเถอะ ! ”
ในที่สุดก็ถึงเวลาทานอาหารแล้ว หลี่หมิงซานและคนอื่นก็รีบหาที่นั่งล้อมวงนั่งทานอาหาร
บนก้อนหินใหญ่ข้าง ๆ มีกองชามสแตนเลสและตะเกียบสะอาดวางอยู่ แต่ละคนหยิบมาหนึ่งชามตักข้าวเต็มชามแล้ววิ่งไปที่แคมป์ รีบคีบอาหารจากหม้อที่แขวนไว้วางลงไปในชาม และกินอย่างหิวโหย
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่คนเหล่านั้น และอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว
รู้สึกเหมือนว่าพวกเขาต่างก็เหมือนกับหมาป่าที่หิวโหย ที่ต่อสู้แย่งชิงอาหารในเวลานี้ และไม่มีวี่แววว่าจะมีใครหยุด
แม้ว่าพวกเขาที่เหลืออย่างเหรินฉางเซี่ยและหวังกั๋วปิงจะไม่หิวเท่าหลี่หมิงซานและคนอื่น แต่ก็วิ่งไปตักของกินกันอย่างกระตือรือร้นมาก
ในทางกลับกัน มู่เสี่ยวหวานยังคงรักษาท่าทีสง่างาม เธอรอจนกว่าทุกคนจะตักข้าวเสร็จก่อน แล้วจึงเดินไปตักต่อ
เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนสุดท้ายที่เดินมาพร้อมชามเปล่า
เมื่อเขามาถึง หม่าว่านหลี่ก็กินข้าวชามแรกเสร็จแล้ว และกำลังจะไปตักชามที่สอง
เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัว เดินไปหาหลี่หมิงซาน แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “รองนายกเทศมนตรีหลี่ คุณอยากดื่มเครื่องดื่มไหม ? ”
หลังจากกินข้าวหมดไปหนึ่งชาม หลี่หมิงซานก็รู้สึกดีขึ้นมากและพูดด้วยความประหลาดใจ “คุณเอาเหล้ามาด้วยงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ออกมาเที่ยวทั้งที แน่นอนต้องนำติดตัวมาด้วยสิครับ ! ”
เมื่อพูดอย่างนั้น เขาก็เดินไปที่กระเป๋าเป้ เปิดซิปออก และหยิบเหล้าเจี้ยนหยางออกมาสองขวดพร้อมทั้งแก้วกระดาษแบบใช้แล้วทิ้ง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ใครอยากดื่ม ก็เข้ามาเลยนะครับ ! ”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “หลังจากเดินเล่นมาทั้งวัน ฉันคงต้องดื่มสักสองสามแก้วพร้อมกับอาหารจานอร่อยเช่นนี้แล้ว”
พูดจบ เขาก็เดินเข้ามาหยิบแก้วและขวดเหล้าจากมือของเจียงเสี่ยวไป๋
เหรินฉางเซี่ย, เหอซาน, และคนอื่นก็เข้ามาร่วมวงด้วย
เมื่อมีของทานรองท้องแล้ว ใครล่ะจะปฏิเสธเหล้าในเวลาที่เหนื่อยกายแบบนี้ ?