ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1304 ผลจากการปีนเขา
ตอนที่ 1304 ผลจากการปีนเขา
อะไรดึงดูดเขาน่ะหรือ ?
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แน่นอนว่าทิวทัศน์ที่นี่ดีพอที่จะดึงดูดทุกคน
เขามั่นใจว่าแม้หลี่หมิงซานจะเป็นคนท้องที่ แต่หลี่หมิงซานก็อาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับสถานที่เหล่านี้ เพราะมันถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตื่นตาตื่นใจทำหรับคนรุ่นต่อไปมาก
ท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ก็ยังไม่ค้นพบสถานที่อีกหลายแห่ง
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พรุ่งนี้คุณจะรู้เอง เราค่อยมาคุยกันหลังจากที่คุณได้เห็นทิวทัศน์ที่นั่นก็แล้วกัน ! ”
หลี่หมิงซานได้ยินแบบนั้นก็ถามด้วยความสงสัย “ผู้ช่วยเจียง คุณเคยเห็นทิวทัศน์ที่นั่นแล้วเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัวปฏิเสธ “ยังไม่เคยครับ ! ”
หลี่หมิงซานเริ่มอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น และพูดว่า “คุณไม่เคยมาที่นี่ แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าทิวทัศน์ที่นี่ดี ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างเป็นธรรมชาติว่า “เพราะบริษัทของผมมีพนักงานมากมายขนาดนั้น…”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ที่แท้เป็นเพราะคุณแค่เคยได้ยิน พวกเขาอาจพูดเกินจริงออกมาก็ได้ บางทีสิ่งที่คุณเห็นในวันพรุ่งนี้อาจไม่ดีเท่ากับเรื่องที่คุณได้ยินมาจากปากของคนอื่น ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบอย่างเมินเฉย “ดังนั้นจุดประสงค์ของเราในครั้งนี้จึงแบ่งออกเป็นสองเรื่องอย่างไรล่ะครับ เรื่องแรกก็คือมาตรวจสอบ ส่วนอีกเรื่องก็ตั้งใจมาปีนเขาด้วย”
“อืม ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ค่อนข้างดี”
“ฉันเห็นในนิตยสารต่างประเทศว่าชาวต่างชาติจำนวนมากชอบกีฬาชนิดนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้เราได้ออกกำลังกายทุกส่วนเท่านั้น แต่ยังได้สำรวจและชมทิวทัศน์ที่ไม่มีใครเคยเห็นอีกด้วย”
หลี่หมิงซานเม้มริมฝีปาก นั่นเป็นเพราะชาวต่างชาติไม่มีอะไรทำ จึงต้องหากิจกรรมฆ่าเวลา ท้าทายความตื่นเต้น แต่เขามีงานยุ่งมาก เขาจะมีเวลามาเดินเล่นกลางป่าแบบนี้ได้อย่างไร ?
หม่าว่านหลี่ก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่กีฬา แต่มันคือปัญหาที่ใหญ่มากสำหรับเขา
หลังจากที่ทุกคนพูดคุยกันสักพัก เจียงชานก็เดินเข้ามาและพูดว่า “พ่อคะ หนูอยากเข้าห้องน้ำ ! ”
ในความเป็นจริง ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่อยากเข้าห้องน้ำ แต่หลินเจียอิน, หลินเจียหง และมู่เสี่ยวหวานต่างก็อยากเข้าห้องน้ำ ทว่าพวกเธออายเกินกว่าจะถาม จึงขอให้เจียงชานเป็นคนมาถามให้
จากนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็จำได้ว่าหลังจากที่เขาและหลี่หมิงซานสร้างห้องน้ำชั่วคราว พวกเขาก็ลืมบอกทุกคนไปเลย
ส่วนพวกหนุ่มอย่างหวังกั๋วปิงและจางเสี่ยวชุ่นก็ไปหาที่ทำธุระส่วนตัวง่าย ๆ บริเวณริมป่ามาแล้ว
แต่พวกผู้หญิงทำแบบนั้นไม่ได้ อีกอย่างตอนนี้ก็มืดแล้ว พวกเธอไม่กล้าไปฉี่ตามป่าและไม่กล้าเข้าป่าตามลำพัง
เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบพูดว่า “โอ้ ลืมไปเลย พ่อได้สร้างห้องน้ำชั่วคราวไว้ให้แล้ว ขอให้แม่พาไปส่งที่นั่นสิ ! ”
นอกจากนี้ เขายังคาดการณ์ด้วยว่าภรรยาของเขาและคนอื่นก็คงอยากไปเข้าห้องน้ำเหมือนกัน
เขาพูดพร้อมกับยื่นไฟฉายให้ลูกสาว
หลังจากได้ยินแบบนี้ หลินเจียอินก็รีบเรียกมู่เสี่ยวหวาน, หลินเจียหง และเหลิ่งเวยให้ไปตามทางที่เจียงเสี่ยวไป๋บอก
กว่ายี่สิบนาทีต่อมา พวกเธอก็เดินกลับมา
จากนั้น พวกผู้ชายก็ได้ทยอยไปเข้าห้องน้ำต่อเหมือนกัน
หม่าว่านหลี่พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้ช่วยเจียง ห้องน้ำชั่วคราวที่คุณสร้างขึ้นมานั้นใช้ได้เลยจริง ๆ ฝีมือนี้มันช่าง…”
“คุณนี่จะพูดอะไรเยอะแยะ ! ” ก่อนที่หม่าว่านหลี่จะพูดจบ หลี่หมิงซานก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ เขาตัดสินใจแล้วว่าหลังจากเปลี่ยนสถานที่ในวันพรุ่งนี้ งานสร้างห้องน้ำจะต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหม่าว่านหลี่แทน
ไม่ใช่แค่หม่าว่านหลี่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหอซาน, เฟ่ยถูจือ และเหรินฉางเซี่ย พวกเขาจะต้องได้ทำห้องน้ำทุกคน เพื่อจะได้ไม่ต้องมีใครมาเยาะเย้ยใครอีก
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ
ตอนนี้ก็เริ่มดึกขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนที่กินกันจนอิ่มเริ่มรู้สึกง่วงหลังจากเดินป่ามาทั้งวัน
เจียงเสี่ยวไป๋พูดกับเหรินฉางเซี่ยว่า “ผู้อำนวยการเหริน คืนนี้ถ้าผมจะขอให้ คุณ, หวังกั๋วปิง, หลี่เซียนจวิน และผมคอยผลัดกันมาเฝ้ายาม จะมีปัญหาอะไรไหมครับ ! ”
เหรินฉางเซียกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา ฉันจะเฝ้ายามกับคุณก่อน จากนั้นก็เปลี่ยนให้หวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินมาเฝ้าต่อ”
หวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินก็พูดขึ้นมาทันที “ผู้อำนวยการเหริน ให้พวกเราเฝ้ายามช่วงแรกก็ได้ แล้วคุณกับผู้ช่วยเจียงไปพักผ่อนก่อน ! ”
เหรินฉางเซี่ยโบกมือ “ไม่เป็นไร ฉันยังมีเรื่องจะคุยกับผู้ช่วยเจียงอยู่”
เจียงเสี่ยวไป๋ยังกล่าวอีกว่า “เดี๋ยวพวกฉันเฝ้ายามก่อนก็ได้ พวกคุณไปนอนก่อนเถอะ ! ”
หวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตอบตกลงและไปที่เต็นท์ของตัวเอง
หลี่หมิงซาน, เฟ่ยถูจือ และคนอื่นก็กลับไปที่เต็นท์ของตัวเองแล้วเหมือนกัน
เต็นท์แต่ละหลังอยู่ไม่ไกล และในไม่ช้าก็ได้ยินเสียงกรนของพวกเขา
เจียงเสี่ยวไป๋ก่อกองไฟ ชี้ไปที่พะโล้ที่ยังเหลืออยู่ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้อำนวยการเหริน คุณอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม ? ”
“ก็ดี ! ”
เหรินฉางเซี่ยตอบตกลงทันที จากนั้นเขาและเจียงเสี่ยวไป๋ก็เอาพะโล้ไปอุ่นที่เตา ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน กินพะโล้และดื่มเหล้าไปด้วยขณะที่พูดคุยกัน
พวกเขาสองคนไม่ได้คุยกันเป็นการส่วนตัวแบบนี้มานานแล้ว ทำให้เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อถึงเวลาประมาณตีสาม ทั้งสองคนก็เมามาก ดังนั้นพวกเขาจึงไปเรียกหวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินให้มาเปลี่ยนกะ และเดินกลับไปยังเต็นท์ของตนเพื่อพักผ่อน
จากนั้นพวกเขาก็หลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนตื่นสายกันหมด ตอนนี้เป็นเวลาเกือบแปดโมงเช้า ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มทยอยตื่นนอน
หลี่หมิงซานลุกขึ้นและเดินกะเผลกออกจากเต็นท์
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหอซาน เฟ่ยถูจือ หม่าว่านหลี่ และคนอื่นที่พากันเดินกะเผลกออกมา
“รองนายกเทศมนตรีหลี่ เราจะปีนเขาในสภาพแบบนี้ได้อย่างไร ? ” หม่าว่านหลี่พูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
เหอซานถอนหายใจ “เมื่อคืนฉันไม่คิดว่าเส้นจะตึงขนาดนี้ แต่หลังจากพักผ่อนมาทั้งคืน น่องของฉันก็เริ่มเจ็บเหมือนเป็นตะคริวอยู่ตลอดเวลา”
เฟ่ยถูจือยังกล่าวอีกว่า “ใช่แล้ว คราวนี้ตอนเดินลงเขาคงยากแล้ว ! ”