ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1308 คนเมืองหน้าซื่อใจคด !
ตอนที่ 1308 คนเมืองหน้าซื่อใจคด !
ไม่ใช่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่เต็มใจจะให้มันกับเธอ นับประสาอะไรกับหนังเสือดาว แม้แต่เสือดาว ถ้าเจียงชานบอกว่าอยากได้มัน เขาก็จะจับมันมาให้เธออย่างแน่นอน
แต่เหตุผลที่เขาถามก็เพียงเพราะอยากรู้
เพราะเจียงชานไม่ค่อยจะเอ่ยปากขออะไรจากเขา ถ้าเธอไม่มีเหตุผลอยากได้มันจริง ๆ
เจียงชานกล่าวว่า “หนูไม่ได้จะเอามันไปทำอะไร หนูแค่ชอบ จึงอยากเอาไปวางไว้ในห้อง เพื่อดูและสัมผัสมันตอนที่หนูไม่มีอะไรทำ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “หนูอยากสะสมมันเหรอ ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “ถ้าหนูไม่เก็บไว้ พ่ออาจเอาไปทำเป็นเสื้อผ้าหรืออะไรสักอย่าง อีกไม่นานหนังเสือดาวที่สวยงามแบบนี้ก็จะหายไป ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ดังคำกล่าวที่ว่าใช้ประโยชน์จากสิ่งต่าง ๆ ให้คุ้มค่าที่สุด ของประเภทนี้มีไว้เพื่อใช้ คงจะน่าเสียดายถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ! ”
หลังจากหยุดชั่วครู เขาก็พูดต่อ “แต่ถ้าลูกต้องการ พ่อก็สามารถให้ลูกได้ ! ”
“ขอบคุณมากค่ะพ่อ ! ” เจียงชานพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น หนูจะแบกหนังเสือดาวนี้เอง อย่ามาขอคืนในภายหลังนะคะ ! ”
“เอาล่ะ เอาไปเลย พ่อให้ลูกแล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ยอมแพ้ลูกสาว
หลังจากที่หลินเจียอิน, มู่เสี่ยวหวาน, หลินเจียหง และเหลิ่งเวยต่างก็ได้ชื่นชมหนังเสือดาวแล้ว หลี่หมิงซานและคนอื่นก็เข้ามาชื่นชมมันอยู่พักหนึ่ง เมื่อทุกคนดูเสร็จ เจียงชานก็ม้วนหนังเสือดาวใส่ไว้ในกระเป๋าเป้สะพายหลังของเธอ
อย่างไรก็ตาม กระเป๋าเป้ใบเล็กของเธอมีพื้นที่ไม่มาก และการใส่หนังเสือดาวลงไปก็เกินพอแล้ว
ในเวลานี้ หญิงวัยกลางคนและเฒ่าหูต่างก็นำตะกร้าผักมาให้ ของในนั้นมีผักกาดหอม กะหล่ำปลี ต้นหอม ต้นกระเทียม และผักโขม มีผักไม่กี่ชนิด แต่ปริมาณไม่น้อยเลย มันเพียงพอสำหรับเจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นกินได้ถึงสองมื้อ
ตามที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้มอบเงินและไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งให้กับหญิงวัยกลางคนและเฒ่าหูไป
ทั้งคู่มีความสุขมากเมื่อเห็นไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งและยอมรับมันด้วยรอยยิ้ม
แต่เมื่อพวกเขาเห็นเงินสองร้อยหยวน ทั้งคู่ก็ได้ปฏิเสธไป
หญิงวัยกลางคนพูดว่า “ผักสองสามกำมือไม่คุ้มกับเงินที่คุณให้มาหรอก มันมากเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้ ! ”
เฒ่าหูยังกล่าวอีกว่า “มันไม่เหมาะสม ! ”
พูดตามตรงว่าพวกเขาทั้งสองไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต มันเป็นเงินจำนวนมหาศาลสำหรับพวกเขา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นี่สำหรับพวกคุณ รับมันไว้เถอะครับ ! ”
“ไม่มีอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม โชคชะตาพาเรามาพบกัน แค่คิดว่าเรามาที่นี่เพื่อบูชาภูเขา ! ”
บูชาภูเขา ?
เฒ่าหูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าคุณเองก็คงเป็นคนที่มีเงินมีทองไม่น้อย หรือว่าคุณได้ยินว่าที่นี่มีสมบัติซ่อนอยู่ จึงตั้งใจขึ้นมาขุดมัน ? ”
ในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 ผู้คนในชนบทมักเชื่อกันว่า “ม้าทองคำ”, “ชามทองคำ”, “อ่างสมบัติ” และของอื่น ๆ จะถูกฝังไว้ใต้ภูเขาบางแห่งที่มีฮวงจุ้ยที่ดี
พวกเขามักจะพูดคุยเรื่องไร้สาระแบบนี้ทุก ๆ หลังอาหารเย็น และไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนแก่ พวกเขาก็เชื่อเรื่องเล่านี้อย่างสุดใจ
ดังนั้นเมื่อเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าเป็นค่าบูชาภูเขา เฒ่าหูก็คิดเองเออเองว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อตามหาสมบัติ
เจียงเสี่ยวไป๋คิดไม่ถึงอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ใช่ มีสมบัติดี ๆ อยู่บนภูเขาแถวนี้จริงครับ และเรามาที่นี่เพื่อขุดค้นพวกมันออกมา ! ”
การแสดงออกของเฒ่าหูเปลี่ยนไปทันที
ตามตำนานที่คนรุ่นเก่าเล่าขานกัน เมื่อใดก็ตามที่สมบัติในภูเขาถูกขุดออกไป ภูเขาก็จะสูญเสีย ‘จิตวิญญาณ’ ซึ่งหมายความว่าฮวงจุ้ยจะถูกทำลายและจะกลายเป็นภูเขาแห้งแล้งในอนาคต
“นั่นยิ่งไม่สมควร ! ”
เฒ่าหูพูดตัดบทออกมาทันที “คนเมืองมันน่าซื่อใจคด ถ้าพวกคุณขุดสมบัติของเราออกไปจริง ๆ แล้วเราจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ? ”
หญิงวัยกลางคนยังกล่าวอีกว่า “ตอนแรกฉันก็คิดว่าพวกคุณเป็นคนดี ที่แท้พวกคุณก็เป็นกลุ่มโจรล่าสมบัตินี่เอง ! ”
เมื่อพูดอย่างนั้น เธอก็คืนเงินในมือให้เจียงเสี่ยวไป๋ไป คว้าตะกร้าผักที่มอบให้หลินเจียหงกลับมา แล้วพูดว่า “ฉันจะไม่ให้อาหารอะไรกับพวกคุณทั้งนั้น รีบออกไปซะ เราไม่ยินดีต้อนรับพวกคุณอีก ! ”
เช่นเดียวกับเฒ่าหู เขาคืนเงินให้เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วดึงตะกร้าผักจากจางเสี่ยวชุ่นกลับมา และพูดด้วยความโมโหว่า “ถ้าพวกคุณกล้าแตะต้องสมบัติในภูเขาของเรา ฉันขอพูดตรงนี้เลยว่าฉันจะสู้กับพวกคุณจนตัวตาย ! ”
หญิงวัยกลางคนพูดว่า “ถึงแม้ว่าพวกคุณจะมีกันหลายคน แต่พวกเราเพียงแปดครัวเรือนนี้ก็มีคนอย่างน้อยยี่สิบถึงสามสิบคน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เราไม่กลัวใครทั้งสิ้น”
เฒ่าหูกล่าวต่อ “ฉันก็มีปืนกระสุนตะกั่วอยู่ เชื่อหรือไม่ว่าปืนของฉันสามารถเจาะกะโหลกพวกคุณได้ด้วย ! ”
สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันทำให้ทุกคนไม่ทันได้ระวัง
หลี่หมิงซานรีบเดินเข้ามา และถามว่า “มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ ? ”
เหรินฉางเซี่ยก็เข้ามาและถามว่า “เกิดอะไรขึ้น ? เมื่อกี้ก็พูดกันอยู่ดี ๆ ทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้ ? ”
ในตอนนี้เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เขารีบพูดว่า “ไม่มีอะไรครับ แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็พูดกับหญิงวัยกลางคนและเฒ่าหูว่า “พี่สาว ท่านผู้เฒ่า พวกคุณเข้าใจเราผิดแล้ว ผมไม่ได้จะมาขุดสมบัติในภูเขาของคุณ”
เกี่ยวกับตำนานที่ว่า ‘มีสมบัติฝังอยู่ในภูเขา’ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็เข้าใจความกังวลของหญิงวัยกลางคนและเฒ่าหูดี
เฒ่าหูไม่เชื่อเขา และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “พวกคุณพูดออกมาเองว่าต้องการขุดมัน แต่ตอนนี้ทำไมถึงปฏิเสธล่ะ ! ”
หญิงวัยกลางคนพูดว่า “ใช่ ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน ! ”
หลังจากพูดจบ เธอก็พูดด้วยความโกรธ “คนเมืองนั้นหน้าซื่อใจคดจริง ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น และพูดว่า “พี่สาว ผู้เฒ่า ผมพูดว่า ‘ขุดค้น’ ไม่ใช่ ‘ขุดสมบัติ’ พวกคุณลองคิดใหม่อีกครั้ง ว่าผมพูดว่าอะไร ? ”