ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1319 เริ่มลงจากภูเขา
ตอนที่ 1319 เริ่มลงจากภูเขา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “สำหรับการทดสอบการรับน้ำหนักของหินนั้น ขึ้นอยู่กับรองนายกเทศมนตรีหลี่เลยนะครับว่าจะจัดการอย่างไร”
หลี่หมิงชานยิ้ม และพูดว่า “ไม่มีปัญหา หลังจากที่ฉันกลับไปในครั้งนี้ ฉันจะส่งคนมาที่นี่เพื่อสำรวจทันที”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และกล่าวว่า “ไม่เพียงแต่ที่นี่เท่านั้นนะครับ แต่ยังรวมถึงหน้าผาที่เราเห็นตรงด้านล่างของภูเขาเมื่อสองวันก่อนด้วย ในอนาคต ผมจะสร้างทางเดินข้างหน้าผาที่นั่นคล้ายกับเส้นทางโบราณ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความหวาดเสียวของหน้าผาที่อันตราย และมองเห็นทิวทัศน์อีกด้านหนึ่ง”
หลี่หมิงซานอดไม่ได้ที่จะอุทานว่า “คุณยังต้องการสร้างทางเดินข้างหน้าผาด้วยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่เพียงแต่ผมจะต้องสร้างทางเดินข้างหน้าผาเท่านั้น แต่ยังจะสร้างลิฟต์ชมวิวขึ้นมาอีกหลายตัว คนที่ไม่ต้องการปีนเขาก็สามารถขึ้นลิฟต์ไปชมทิวทัศน์ทั้งหมด ที่สิ้นสุดของลิฟต์จะอยู่ไม่ไกลจากบริเวณเสาหินธูปหอม”
อ่า ?
ทุกคนตกตะลึงอ้าปากค้าง
ต้องรู้ก่อนว่านี่ยังเป็นปี 1985 และหลายแห่งในประเทศจีนยังไม่มีลิฟต์ในตัวอาคารด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการที่เจียงเสี่ยวไป๋จะสร้างลิฟต์บนภูเขาสูงชันเช่นนี้ !
เป็นไปได้ด้วยเหรอ ?
ทุกคนมีคำถามนี้ในใจ และไม่มีใครอยากเชื่อ
แต่เจียงเสี่ยวไป๋รู้ดีว่าจุดชมวิวหลายแห่งในรุ่นต่อมาจะติดตั้งลิฟต์ชมวิวกลางแจ้งเช่นนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่มีราคาแพงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สนใจเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว
นอกจากนี้ในแง่ของเวลา ถ้าเขาพัฒนาตอนนี้ มันจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการที่เขาไปพัฒนามันอีกยี่สิบหรือสามสิบปีข้างหน้า เขาจะมีเวลาเพียงพอที่จะออกแบบทั้งหมดให้สมบูรณ์ เมื่อนั้นมาตรฐานการครองชีพของผู้คนก็จะดีขึ้น เมื่อเปิดให้มาท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ มันจะต้องมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงแน่นอน
ทุกคนดูวิว ถ่ายรูป และพูดคุยกันที่นี่เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่นานมาก
ในที่สุด ภายใต้การกระตุ้นเตือนของเจียงเสี่ยวไป๋ ทุกคนก็ได้ออกเดินทางต่ออย่างไม่เต็มใจ
หลังจากเดินไปอีกสองชั่วโมง ก็เป็นเวลาเที่ยงวัน เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้เลือกที่จะพักทำกับข้าวและกินอาหารอยู่ตรงนั้น
ขณะกินอาหาร เจียงเสี่ยวไป๋ก็กล่าวว่า “เมื่อเรามาถึงที่นี่ เราจะเริ่มลงจากภูเขา”
เมื่อทุกคนได้ยินว่ากำลังจะลงจากภูเขาก็พากันมีความสุข
หม่าว่านหลี่พูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณกำลังจะเดินทางกลับใช่หรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ทั้งใช่และไม่ใช่ครับ ! ”
หม่าว่านหลี่ถามด้วยความสับสน “ฉันไม่เข้าใจคำตอบของคุณ มันหมายความว่าอย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เรากำลังจะเดินกลับจริง ๆ แต่ทิศทางแตกต่างไปจากตอนที่เรามาที่นี่เล็กน้อย ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งหรือสองกิโลเมตร เพราะเราต้องไปที่จุดชมวิวอื่นด้วย”
หม่าว่านหลี่ถามว่า “แล้วที่นั่นมันน่าทึ่งเหมือนเสาหินธูปหอมนี้หรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “แน่นอน แต่มันแตกต่างจากธูปหอม ธูปหอมนั้นสูงขึ้นไปบนฟ้า แต่ที่นั่นเป็นหลุมลึกลงไปในพื้นดิน”
เมื่อได้ยินที่เขาพูด ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะตั้งตารอ
หลังจากกินอาหารและพักผ่อนได้สักพัก เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังคงเป็นคนนำทาง ทุกคนก็เดินตามเขาไป
ดังคำกล่าวที่ว่าการขึ้นเขานั้นง่ายกว่าการลงเขา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาเดินทางอย่างยากลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ยากเท่ากับการลงเขาในตอนนี้
พวกเขาค่อย ๆ เดินลงไปอย่างช้า ๆ ตลอดทาง และในช่วงบ่าย พวกเขาก็ยังลงมาได้เพียงครึ่งทางเขาเท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นว่าวันนี้เขาไม่สามารถลงไปถึงเชิงเขาได้ ดังนั้นเขาจึงหาสถานที่ที่เหมาะสมและบอกให้ทุกคนตั้งแคมป์
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในป่าได้ไม่กี่วัน ทุกคนก็รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป หลังจากวางกระเป๋าลง ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองโดยไม่ต้องรอให้เจียงเสี่ยวไป๋บอก
เหรินฉางเซี่ยมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ แล้วพูดว่า “ภูมิประเทศที่นี่ค่อนข้างลาดชันและกว้างขวาง มาดูกันว่าเราจะล่าสัตว์ได้ไหม”
หลี่หมิงซานสนใจการล่าสัตว์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ล่ามาได้แค่กระต่ายตัวเดียวตลอดสองวันที่ผ่านมานี้ ไม่แม้แต่จะจับนกพิราบหรือเต่าได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงไก่ฟ้า หมูป่า หรือเสือดาวเลย
เขาพูดอย่างหดหู่ใจว่า “ช่างเถอะ ฉันเดาว่ามันคงเสียเวลาเปล่า ดังนั้นคุณควรประหยัดพลังงานเอาไว้แล้วมากินเบคอนที่เราเตรียมมาเถอะ”
หม่าว่านหลี่ยังกล่าวอีกว่า “ถูกต้องแล้ว ผู้อำนวยการเหริน ฉันคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลากับเรื่องนี้แล้ว พวกคุณเอาเวลาไปสร้างห้องน้ำดีไหม ? ”
เหรินฉางเซี่ยกล่าวว่า “ครั้งที่ผ่านมาล่าไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะล่ามันไม่ได้ในครั้งนี้ เราออกไปล่าแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ถ้าไม่ได้ ก็แค่กลับมา”
เมื่อหลี่หมิงซานได้ยินที่เขาพูด เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเห็นด้วยและพูดว่า “ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจเรื่องนี้แล้ว ถ้าคุณอยากไปก็ไปเถอะ ! ”
เหรินฉางเซี่ยพาหวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินเข้าไปในป่า
หลายคนเริ่มตั้งเต็นท์ของตัวเองเสร็จ จากนั้นก็มาช่วยกันตั้งเตา บางคนก็ไปเก็บฟืน ส่วนหม่าว่านหลี่ทำหน้าบูดบึ้งและมองหาสถานที่เพื่อสร้างห้องน้ำชั่วคราวกับเหอซาน…
ไม่มีทางเลือกอื่น ห้องน้ำชั่วคราวที่พวกเขาสร้างขึ้นเมื่อวันก่อนได้รับการตอบรับอย่างดีจากหลี่หมิงซาน และต่อจากนั้น หน้าที่ที่แสนยิ่งใหญ่นี้ก็ถูกส่งมอบให้กับพวกเขา
“ปัง ! ”
ทุกคนต่างยุ่งวุ่นวายกันอยู่ แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงปืนดังมาจากทิศทางของป่า
จนพวกเขาอดไม่ได้ที่จะหยุดสิ่งที่พวกเขาทำ และมองไปยังทิศทางของเสียง
หลี่หมิงซานถามด้วยความประหลาดใจว่า “วันนี้พวกเขาเจอสัตว์ป่าจริง ๆ งั้นเหรอ ? ”
เฟ่ยถูจือกล่าวว่า “อาจเป็นกระต่ายหรือไก่ฟ้าก็ได้ คงไม่ใช่สัตว์ใหญ่อะไรหรอก ! ”
“ปัง ปัง ! ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน เสียงปืนก็ดังขึ้นอีกสองนัด
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “มีการยิงนัดที่สอง แสดงว่าทำสัตว์หนีไปได้อีกแล้วใช่ไหม ? ”