ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1320 แพะย่างทั้งตัว
ตอนที่ 1320 แพะย่างทั้งตัว
สิบนาทีต่อมา เหรินฉางเซี่ย, หวังกั๋วปิง และหลี่เซียนจวินก็เดินออกมาจากป่า
หวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินช่วยกันถือเหยื่อออกมา โดยหิ้วขาสัตว์ตัวนั้นมาคนละข้าง
“ผู้อำนวยการเหริน คุณล่าได้สัตว์อะไรมา ? ”
หลี่หมิงซานถามอย่างใจร้อน เนื่องจากเขาเห็นเพียงลาง ๆ และมองไม่ชัด
เหรินฉางเซี่ยก้าวย่างยาวเหมือนนายพลที่ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ และพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันยิงแพะภูเขามาได้ ! ”
ทันใดนั้น ทุกคนก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“อ่า จับมันได้จริง ๆ สินะ ! ”
“จับแพะภูเขามาได้เลยหรือ ! ”
“เนื้อแพะภูเขานั้นรสชาติดีมาก ! ”
“ใช่แล้ว คืนนี้เราจะได้กินแพะภูเขาเป็นอาหารแล้ว ! ”
“โอ้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ จับอะไรแทบไม่ได้เลย ไม่คิดว่าวันนี้จะได้สัตว์ใหญ่มา มันเยี่ยมมาก ! ”
“ใช่ ใช่ มันคงน่าเสียดายถ้าเราไม่สามารถล่าสัตว์อะไรได้เลยในภูเขาลูกใหญ่ขนาดนี้ได้ ! ”
“……”
ไม่นานหลังจากนั้น เหรินฉางเซี่ย, หวังกั๋วปิง และหลี่เซียนจวินก็เดินมาถึงที่แคมป์ และทุกคนก็มารวมตัวกันรอบ ๆ พวกเขา
แพะตัวนี้ตัวไม่เล็ก ดูเหมือนว่าจะมีน้ำหนักอย่างน้อยห้าสิบหรือหกสิบชั่ง
“ฮ่าฮ่า ไม่คิดว่าจะตัวใหญ่ขนาดนี้ ! ”
“ฉันเกรงว่าเราคงกินไม่หมดในมื้อเดียวแน่ ! ”
“จะกลัวอะไร ถ้ากินไม่หมดก็แค่เก็บไว้ พรุ่งนี้ก็กินต่อ ! ”
“ผู้อำนวยการเหริน แพะตัวนี้ใครเป็นคนยิงได้ ? ”
“……”
หวังกั๋วปิงพูดด้วยรอยยิ้ม “แพะตัวนี้ผู้อำนวยการเหรินเป็นคนยิงมันครับ ! ”
เหรินฉางเซี่ยพูดอย่างภาคภูมิใจ “ฉันยิงมันไปนัดแรก แต่มันก็ยังคิดจะหนี ฉันจึงยิงซ้ำอีกทีติดต่อกันและในที่สุดก็ล้มมันลงได้ ! ”
เฟ่ยถูจือยิ้มและพูดว่า “ผู้อำนวยการเหริน คุณยอดเยี่ยมมาก ! ”
หม่าว่านหลี่ยิ้มและพูดว่า “ผู้อำนวยการเหริน เราต้องขอบคุณคุณจริง ๆ ที่ล่าแพะภูเขามาให้เราได้กินวันนี้ ! ”
เหรินฉางเซี่ยมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวเจียง คุณจะเอาแพะภูเขาตัวนี้ไปทำเมนูอะไรก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว ! ”
ทุกคนมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋อีกครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เราสามารถเอาไปทำเมนูอะไรก็ได้ที่เราต้องการ แต่ตอนนี้ต้องถอนขนและล้างทำความสะอาดเอาเครื่องในของมันออกมาก่อน”
ตอนนี้เขาไม่อยากทำงานประเภทนี้เพียงลำพัง
หม่าว่านหลี่รีบพูดออกมาก่อนว่า “ฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่เป็น ! ”
เฟ่ยถูจือยังกล่าวอีกว่า “ฉันพอช่วยเรื่องอื่นได้ แต่เรื่องฆ่าแพะนั้น ฉันไม่เคยทำมาก่อน ! ”
หลี่หมิงซานเองก็ไม่เคยเชือดแพะมาก่อน สุดท้ายหวังกั๋วปิงจึงต้องพูดว่า “ช่างเถอะครับ เดี๋ยวเสี่ยวหลี่กับผมจะจัดการมันเอง ! ”
เมื่อมีแพะภูเขาแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่คิดจะทำเมนูเบคอนอีก
เจียงชานวิ่งมาหาเขา แล้วพูดว่า “พ่อคะ พ่อเคยบอกว่าเนื้อแพะภูเขาเสียบไม้อร่อยไม่ใช่เหรอ ? ”
“ทำไมเราไม่ทำเนื้อแพะเสียบไม้ล่ะคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูมัน แล้วพูดว่า “เอาล่ะ เราย่างแพะทั้งตัวไปเลยดีกว่า”
“แพะย่างทั้งตัว ! ” เจียงชานอุทานออกมา “พ่อคะ หนูยังไม่เคยกินแพะย่างทั้งตัวเลย ! ”
เมื่อเธออุทานออกมา ทุกคนก็ได้ยินที่เธอพูด
หลินเจียอินกล่าวว่า “คุณจะทำแพะย่างทั้งตัวงั้นเหรอ ? ”
เช่นเดียวกับเจียงชาน เธอไม่เคยกินแพะย่างทั้งตัวมาก่อน และเคยเห็นแค่ในหนังสือเท่านั้น ซึ่งมันก็น่าสนใจมาก
หลินเจียหงรู้สึกตื่นเต้นมาก เธอพูดออกมาว่า “แพะย่างทั้งตัว ! เยี่ยมมาก ของโปรดของฉันเลย เสี่ยวไป๋ นายจะทำแพะย่างทั้งตัวกินคืนนี้ใช่ไหม ? ”
ในความเป็นจริง ทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ยกเว้นหลินเจียจวิน ต่างก็ไม่เคยกินแพะย่างทั้งตัวมาก่อนเลย แค่ได้ยินว่าจะทำก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นมากแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “การทำแพะย่างทั้งตัวไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แต่ต้องไปหาฟืนมาเพิ่ม”
เหรินฉางเซี่ย, หลี่หมิงซาน, เฟ่ยถูจือ และคนอื่นเห็นด้วยและไปเก็บฟืนอย่างรวดเร็ว
ตรงนั้น เมื่อหวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินได้ยินว่าจะทำแพะย่างทั้งตัว พวกเขาก็ถามว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณต้องการให้เราถลกหนังแพะตัวนี้ด้วยไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แค่ถอนขนมันก็พอ ! ”
หวังกั๋วปิงตอบตกลง จากนั้นเขาก็ไปถอนขนแพะ เอาเครื่องในออก ล้างเลือดออก แล้วหิ้วมันกลับมาพร้อมกับหลี่เซียนจวิน
เจียงเสี่ยวไป๋พบหินก้อนใหญ่ จึงขอให้จางเสี่ยวชุ่นเอาน้ำมาล้างให้สะอาด จากนั้นก็วางแพะลงไปทั้งตัว หยิบเครื่องปรุงที่เขานำมาออกมา ทาด้านในและด้านนอก จากนั้นจึงหมักทิ้งไว้
ก่อนที่จะย่างแพะทั้งตัว สิ่งสำคัญมากคือต้องหมักทิ้งไว้ก่อน
ในขณะที่กำลังรอเนื้อแพะหมักเข้าที่ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่มีอะไรทำ
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง ไม่นานหลี่หมิงซานและคนอื่นก็กลับมาจากการออกไปเก็บฟืน เมื่อเห็นว่าเนื้อแพะหมักรอไว้แล้ว พวกเขาจึงตัดไม้ไผ่มาขึง จากนั้นจึงให้จางเสี่ยวชุ่นยกไปที่กองไฟ วางไว้บนราวไม้ที่ทำรอไว้นานแล้ว
ไฟด้านล่างกำลังได้ที่ มันค่อย ๆ ย่างเนื้อแพะ เจียงเสี่ยวไป๋และจางเสี่ยวชุ่นหมุนแท่งไม้ด้วยกันเป็นครั้งคราวเพื่อให้เนื้อแพะได้รับความร้อนอย่างสม่ำเสมอ
นี่เป็นงานที่ค่อนข้างหนัก และในไม่ช้าก็เปลี่ยนให้หลินเจียจวินและเหรินฉางเซี่ยมาทำต่อ จากนั้นก็ผลัดเปลี่ยนกันมาหมุนแพะย่างไปเรื่อย ๆ ทีละสองคน
ค่ำคืนเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ และกลิ่นหอมของเนื้อแพะย่างก็ค่อย ๆ กระจายออกไป ผู้คนรอบกองไฟแทบจะน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นหอมของมัน
“ผู้ช่วยเจียง เราต้องใช้เวลาในการย่างแพะนานแค่ไหน ? ” หลี่หมิงซานถูมือตัวเองแล้วถามขึ้น
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “จะใช้เวลาอย่างน้อยสองหรือสามชั่วโมง ! ”
แต่ถ้าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการย่างเนื้อแพะทั้งตัว จะใช้เวลามากกว่าสิบชั่วโมงในการค่อย ๆ ย่างอย่างช้า ๆ ด้วยไฟอ่อน
แต่จะเอามาใช้กับการอยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ไม่ได้ และอีกอย่าง พวกเขาก็ได้ทำเตาไฟที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ทำให้ย่างเนื้อแพะได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงพยายามย่นระยะเวลาให้สั้นที่สุด
“อ่า มันใช้เวลานานมาก ! ”
“การย่างเนื้อแพะทั้งตัวใช้เวลานานขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”
“ฉันหิวแล้ว ! ”
“มันอึดอัดมากที่ได้กลิ่นเนื้อหอม ๆ แบบนี้ แต่ยังกินไม่ได้ ! ”
“น้ำลายในปากของฉันแตกหมดแล้ว ! ”
“รีบย่างสิ ! ”
“……”
หลังจากได้ยินว่าต้องใช้เวลาสองหรือสามชั่วโมงในการย่าง หลี่หมิงซาน, หม่าว่านหลี่, เฟ่ยถูจือ และคนอื่นก็รู้สึกหดหู่ใจมาก แม้แต่หลินเจียหงและหลินเจียอินก็ยังคิดว่ามันนานเกินไป
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าหิวก็เผามันกินรองท้องกันไปก่อน ! ”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ถ้ากินมันเผาตอนนี้ ฉันจะกินเนื้อแพะได้ไม่เยอะ ฉันไม่กินหรอก ! ”
คนอื่นก็เหมือนกัน ใครอยากกินมันเผากัน ในเมื่อมีเนื้อแพะย่างรอให้กินอยู่ ?
ดังนั้นทุกคนจึงรวมตัวกันรอบกองไฟ เฝ้าดูแพะย่างทั้งตัวอย่างกระตือรือร้น ค่อย ๆ ย่างผิวของมันให้เป็นสีทอง ปล่อยกลิ่นหอมของมันเนื้อที่น่าดึงดูดใจออกมา โดยเฉพาะไขมันแพะที่หยดลงบนฟืน ทำให้เกิดเสียง ซึ่งทำให้มันน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นไปอีก และยังกระตุ้นต่อมรับรสของทุกคนได้เป็นอย่างดี
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ หนึ่งชั่วโมงต่อมา เจียงเสี่ยวไป๋ก็บอกให้หลินเจียจวินพลิกแพะย่างตลอดเวลา จากนั้นเขาก็ไปที่ฐานของเตาไฟแล้วตั้งหม้อใบเหล็ก
หลี่หมิงซานเห็นอย่างนั้นก็ถามว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณก็ย่างเนื้อแพะทั้งตัวแล้วไม่ใช่เหรอ ? คุณจะทำอะไรอีก ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมจะเอาเครื่องในของแพะที่ล้างทำความสะอาดแล้วมาต้มทำเป็นซุป”
กินเนื้อแพะย่างกับซุปเครื่องในหนึ่งชาม จะต้องเป็นอะไรที่ลงตัวอย่างแน่นอน
ทั้งสองฝ่ายต่างยุ่งกันตามลำดับ กลิ่นหอมของแพะย่างทั้งตัวเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นหอมของซุปเครื่องในก็ตลบอบอวลอยู่ตรงนั้น
เมื่อเวลาเกือบสี่ทุ่ม เจียงเสี่ยวไป๋บอกให้หวังกั๋วปิงและหลี่เซียนจวินยกแพะย่างออกจากเตา
เสื่อน้ำมันถูกปูบนพื้น ตามด้วยไม้ไผ่ที่ทำความสะอาดแล้วสองสามเล่มวางพาดอยู่ จากนั้นพวกเขาก็เอาแพะย่างไปวางอยู่บนนั้น
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบมีดของเขาออกมาและเริ่มหั่นเนื้อแพะ
เมื่อหั่นเสร็จก็วางชิ้นเนื้อไว้ที่เดิม ยังคงเป็นแพะทั้งตัวราวกับว่าไม่เคยถูกหั่นมาก่อน
หลี่หมิงซานอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ผู้ช่วยเจียง แล้วเราจะได้กินตอนไหน ? ”