ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1325 ยืนยันชื่อ
ตอนที่ 1325 ยืนยันชื่อ
แกรนด์แคนยอนในชาติก่อน เดิมเรียกว่าแกรนด์แคนยอนวิหารใหญ่
ต่อมา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเมืองชิงโจว เทศบาลเมืองชิงโจวเสนอให้สร้าง 3 จุดแลนด์มาร์คของเมืองชิงโจว ดังนั้นจึงเปลี่ยนจากชื่อแกรนด์แคนยอนวิหารใหญ่ เป็นแกรนด์แคนยอนชิงโจว เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมเมืองชิงโจวได้ดียิ่งขึ้น
เจียงเสี่ยวไป๋เชื่อมาโดยตลอดว่าการเปลี่ยนชื่อเป็นแกรนด์แคนยอนชิงโจวถือเป็นความล้มเหลว เพราะการเอาชื่อของเมืองมาใส่ ไม่ได้ส่งเสริมลักษณะเด่นหรือสร้างจุดขายได้เลย
และแน่นอนว่าการใช้ชื่อว่าแกรนด์แคนยอนวิหารใหญ่นั้นก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
ห้าคำรวมกัน แต่มีคำว่า ‘ใหญ่’ สองคำมันดูยุ่งยากเล็กน้อย และยังไม่เป็นที่ติดปากตอนประชาสัมพันธ์ด้วย
เกี่ยวกับชื่อของแกรนด์แคนยอน เขาตัดสินใจที่จะตั้งชื่อให้มันเรียบง่ายมากที่สุด จึงตอบไปว่า “เรามาเรียกมันว่าแคนยอนวิหารใหญ่กันเถอะ ! ”
หลี่หมิงซานตกใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ไม่ใช่แกรนด์แคนยอนเหรอ ? ”
“มีแกรนด์แคนยอนอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ไม่มีที่ไหนใหญ่เท่าที่นี่แล้ว ! ”
คนอื่นที่ได้ฟังต่างก็เห็นด้วย
“ใช่แล้ว เรียกว่าแกรนด์แคนยอนวิหารใหญ่ดีกว่า ! ”
“แกรนด์แคนยอนของเราใหญ่มาก ควรจะเรียกว่าแกรนด์แคนยอนวิหารใหญ่ดีแล้ว ! ”
“ฉันก็คิดอย่างนั้น ! ”
“เอาล่ะ ต้องมีคำว่าแกรนด์ มันจะได้แสดงถึงคำว่าใหญ่ ! ”
“……”
หลังจากฟังคำพูดของทุกคนแล้ว หลี่หมิงซานจึงพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณต้องการที่จะพิจารณาใหม่ไหม ? เพิ่มคำว่าแกรนด์เข้าไปดีกว่า ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยกมุมปากขึ้น แล้วพูดว่า “แคนยอนวิหารใหญ่ ไม่มีคำว่าใหญ่อยู่ในนั้นเหรอครับ ? ”
หลี่หมิงซานสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง และกล่าวว่า “วิหารใหญ่เป็นชื่อของสถานที่และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแกรนด์แคนยอน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “วิหารใหญ่เป็นเพียงชื่อของหมู่บ้าน มีใครบ้างที่ไม่รู้เรื่องนี้”
ทุกคนคิดเกี่ยวกับมัน ที่เขาพูดมาก็จริง
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง ทุกคนคิดว่ามันดีกว่าถ้ามีคำว่าแกรนด์นำหน้า ถ้าเราไม่เอาแกรนด์แคนยอนวิหารใหญ่ งั้นก็เปลี่ยนมาเป็นแกรนด์แคนยอนชิงโจวไหมล่ะ คุณว่าเป็นอย่างไร ? ”
ก่อนที่เจียงเสี่ยวไป๋จะได้พูดมันออกมา เหอซานก็พูดทันทีว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันคิดว่าที่รองนายกเทศมนตรีหลี่พูดมาก็ดีเหมือนกัน เรียกว่าแกรนด์แคนยอนชิงโจวดีกว่า ! ”
เฟ่ยถูจือกล่าวว่า “ใช่ เนื่องจากวิหารใหญ่เป็นเพียงชื่อสถานที่ระดับหมู่บ้าน ถ้าเราเอาคำว่าชิงโจวมาใช้ มันเป็นชื่อของเมืองระดับจังหวัด ฉันยังคิดว่าควรเปลี่ยนเป็นแกรนด์แคนยอนชิงโจวเหมาะสมที่สุด ! ”
หม่าว่านหลี่พยักหน้าและพูดอย่างเห็นด้วย “เรียกมันว่าแกรนด์แคนยอนชิงโจว มันยังช่วยส่งเสริมชิงโจวของเราได้อีกด้วย”
เมื่อเห็นว่าหลายคนสนับสนุนคำพูดของเขา หลี่หมิงซานจึงยิ้มและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง แม้แต่ผู้อำนวยการเหอ ผู้อำนวยการเฟ่ย และผู้อำนวยการหม่าก็คิดว่าชื่อแกรนด์แคนยอนชิงโจวดีกว่า ดังนั้นเรามาใช้ชื่อนี้กันเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เม้มริมฝีปากของเขา แน่นอนไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ ชื่อของแกรนด์แคนยอนที่นี่ก็จะมีคำว่าชิงโจวเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีส่วนร่วมและไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติที่แล้วของเขา เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงมันในชาตินี้
เขาไม่สนใจว่าหลี่หมิงซานและคนอื่นจะพูดอย่างไร และตอบออกมาอย่างดื้อรั้นว่า “ผมคิดว่าเราควรใช้ชื่อว่าแคนยอนวิหารใหญ่ดีกว่าครับ”
แม้ว่าจะเป็นสี่ต่อหนึ่ง แต่เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงยืนกราน
หลี่หมิงซาน, เหอซาน, เฟ่ยถูจือ และหม่าว่านหลี่ต่างก็พูดไม่ออก “ผู้ช่วยเจียง คุณยืนกรานที่จะใช้แคนยอนวิหารใหญ่มาโดยตลอด นอกเหนือจากการเอาชื่อวิหารใหญ่ที่เป็นชื่อของหมู่บ้านที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวมาใช้แล้ว ยังมีเหตุผลอื่นอีกไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมจะสร้างวิหารแขวนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศถัดจากเสาหินธูปหอม การเอาคำว่า ‘วิหารใหญ่’ มาใช้ในการตั้งชื่อก็ดูจะเหมาะสมแล้ว”
“วิหารใหญ่และแกรนด์แคนยอนคือจุดขายของเรา”
เขายิ้มและพูดต่อ “นอกจากนี้เราไม่จำเป็นต้องบอกนักท่องเที่ยวว่าหุบเขาของเราใหญ่หรือไม่ เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาดูก็จะรู้เองโดยธรรมชาติว่าแคนยอนวิหารใหญ่เป็นหุบเขาที่ใหญ่ที่สุด เพราะคำว่า ‘แกรนด์’ มันก็เป็นแค่คำที่สิ้นเปลืองไม่ได้สื่ออะไรมากนัก แต่แคนยอนวิหารใหญ่แตกต่างออกไป มันให้ความรู้สึกถึงศรัทธาอันแรงกล้า”
“แน่นอน แม้จะไม่ใช่ผู้ศรัทธาก็ตาม เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะแสวงหาโชคลาภ หลีกเลี่ยงสิ่งชั่วร้าย เมื่อเขามาถึงแล้วเห็นวิหารแขวนขนาดใหญ่เช่นนี้ ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อจิตใจของพวกเขาได้ แค่นี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าคำว่า ’แกรนด์’ ไม่มีความหมายอะไร”
หลี่หมิงซานพูดว่า “อ้อ” ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจียงเสี่ยวไป๋ยืนกรานที่จะใช้คำว่าวิหารใหญ่แทนคำว่าชิงโจว สาเหตุหลักก็มาจากลักษณะของจุดชมวิวแกรนด์แคนยอนนั่นเอง
“ผู้ช่วยเจียง ฉันยอมรับว่าสิ่งที่คุณพูดนั้นสมเหตุสมผล ! ” หลี่หมิงซานกล่าวอย่างเห็นด้วย หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องและพูดต่อ “แต่ฉันคิดว่าเป็นการดีกว่าที่จะผลักดันคำว่าชิงโจวออกมา ในอนาคตทุกคนจะได้รู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของชิงโจวคือแกรนด์แคนยอน เมื่อพวกเขาคิดถึงแกรนด์แคนยอน พวกเขาก็จะคิดถึงชิงโจว แค่คิดก็ช่างวิเศษแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขา แล้วพูดว่า “ผมเข้าใจว่ารองนายกเทศมนตรีหลี่ ผู้อำนวยการหม่า ผู้อำนวยการเหอ และผู้อำนวยการเฟ่ยหมายถึงอะไร พวกคุณต้องการโปรโมตชิงโจว”
แต่เขาก็พูดออกมาว่า “แต่อนาคตของชิงโจวมีความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด และอาจจะไม่จำเป็นต้องเอาแกรนด์แคนยอนมาโปรโมตก็ได้”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทั้งหลี่หมิงซานและเหอซานต่างก็เชื่อคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋แต่โดยดี
พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าเมืองชิงโจวได้เริ่มสร้างนิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงสี่แห่ง ด้วยความพยายามครั้งใหญ่เช่นนี้ อนาคตของชิงโจวจึงมีความเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด
หลี่หมิงซานถอนหายใจและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ในเมื่อคุณยืนกรานแบบนี้ งั้นฉันก็จะไม่คัดค้าน เอาเป็นว่า มันชื่อว่าแคนยอนวิหารใหญ่แล้วกัน ! ”
เมื่อเห็นว่าหลี่หมิงซานเห็นด้วย ไม่ว่าเหอซาน, เฟ่ยถูจือ และหม่าว่านหลี่อยากจะพูดอะไร มันก็ไร้ประโยชน์และไม่จำเป็น
ท้ายที่สุดมันก็เป็นเพียงชื่อ
ถ้าคุณอยากจะใช้ชื่อว่าแคนยอนวิหารใหญ่ ก็แค่เรียกมันว่าแคนยอนวิหารใหญ่ !
เฟ่ยถูจือยังกล่าวอีกว่า “ที่จริงตั้งชื่อมันว่าแคนยอนวิหารใหญ่ก็ไม่เลวเลย นอกจากนี้ยังมีคำพ้องเสียงอยู่ด้วย คำพ้องเสียงของวิหารคือคำว่ายอดเยี่ยม มาที่นี่ที่เดียว ได้ทั้งชมบรรยากาศ ชมวิว และสักการะวิหารใหญ่ ช่างเป็นแกรนด์แคนยอนที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ”
วิหารใหญ่ ! ยอดเยี่ยม !
แคนยอน ! ยอดเยี่ยม !
หม่าว่านหลี่, หลี่หมิงซาน และคนอื่นท่องมันในใจหลายครั้งอย่างเงียบ ๆ และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่เฟ่ยถูจือและพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้อำนวยการเฟ่ย คุณเป็นคนที่มีความสามารถจริง ๆ ไม่คิดว่าคุณจะรู้เรื่องคำพ้องเสียงพวกนี้ด้วย ! ”
“มันวิเศษจริง ๆ ! ”
“เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม ! ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…แคนยอนวิหารใหญ่ แคนยอนยอดเยี่ยม ! ”
“……”
เหอซาน, หม่าว่านหลี่ และคนอื่นต่างก็หัวเราะออกมา
แม้แต่มู่เสี่ยวหวานก็พูดหลังจากได้ยินแบบนี้ “ฉันก็คิดว่าแคนยอนวิหารใหญ่นั้นดีกว่าแคนยอนชิงโจว เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป เพราะหลังจากนี้มันจะชื่อว่าแคนยอนวิหารใหญ่ ! ”
คำพูดของเธอคือคำพูดสุดท้าย
หลังจากยืนยันชื่อแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่อยากล่าช้า และพูดว่า “ทุกคน ขึ้นรถก่อน เราต้องออกไปหาข้าวแถวข้างทางกินกันก่อน ! ”
พวกเขาหิวมากจนต้องไปหากินข้าวข้างทาง แต่ก็ต้องมาเสียเวลาเรื่องตั้งชื่อที่นี่ เมื่อพวกเขาได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงเรื่องกิน ทุกคนก็อดใจไม่ไหวและรีบขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว
รถของเจียงเสี่ยวไป๋ยังคงขับนำไป โดยมีรถอีกสามคันตามมาข้างหลัง
พวกเขาขับมาจอดห่างจากถนนวิหารใหญ่เพียงหนึ่งหรือสองลี้ รถสี่คันขับมาถึงที่นี่ในไม่กี่นาที
วิหารใหญ่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีถนนไม่ใหญ่ และมักจะไม่มีผู้คนไปจ่ายตลาด เฉพาะเดือนมีนาคม มิถุนายนและกันยายนเท่านั้นที่ผู้คนจะออกมาจ่ายตลาดมากขึ้น
และวันนี้ก็เป็นวันที่ 17 เมษายน ซึ่งไม่ใช่วันเปิดตลาด