ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1330 มาถึงอำเภอหลียงเจิ้น
ตอนที่ 1330 มาถึงอำเภอหลียงเจิ้น
เจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นยังคงออกเดินทางต่อเพื่อสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวจุดที่สอง
หลี่หมิงซาน, เหอซาน, เฟ่ยถูจือ และหม่าว่านหลี่ยังคงนั่งอยู่ในรถคันที่จางเสี่ยวชุ่นเป็นคนขับ
หม่าว่านหลี่กล่าวว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ นี่ดูเหมือนจะเป็นทางไปอำเภอเหลียงเจิ้น”
หลี่หมิงซานพยักหน้า และพูดว่า “ฉันก็เดาว่าอย่างนั้น”
ตอนที่เขาพูดคุยกับถังจิงเทียนและเหอซานว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไปที่ไหนนั้น พวกเขาก็ได้คาดเดาว่าเจียงเสี่ยวไป๋อาจไปที่ถ้ำชางหลง
ถ้ำชางหลงอยู่ในอำเภอเหลียงเจิ้น
เหอซานยังกล่าวอีกว่า “ดูเหมือนว่าผู้ช่วยเจียงกำลังจะไปที่ถ้ำชางหลงจริง ๆ ”
หลี่หมิงซานกล่าวด้วยหน้าตาบูดบึ้งว่า “ฉันไม่สนว่าเขาจะไปที่ไหนแล้วตอนนี้ ฉันสนใจแค่ว่าเขากำลังพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวไปข้างหน้า และปล่อยให้เทศบาลของเราสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลังเขา แล้วแบบนี้เทศบาลจะเอาเงินจากที่ไหนมาทำตามใจเขา ? ”
หม่าว่านหลี่กล่าวว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ อย่าคิดมากเลย ! ดังคำกล่าวที่ว่าทุกเรื่องย่อมมีทางออกเสมอ วันที่ยากลำบากในอดีตได้ผ่านไปแล้ว และตอนนี้สิ่งต่าง ๆ ก็ดีขึ้นมากแล้ว”
หลี่หมิงซานพูดด้วยความโกรธว่า “คุณเป็นคนหน้าใหญ่ใจกว้างจริง ๆ เมื่อถึงเวลา การสร้างถนนคงจะช่วยให้หน้าของคุณแคบลงบ้างนะ”
จู่ ๆ หม่าว่านหลี่ก็โกรธและไม่พูดอะไรอีก
หลังจากขับรถมานานกว่าสองชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงอำเภอเหลียงเจิ้น
ถ้ำชางหลงอยู่ห่างจากอำเภอเหลียงเจิ้นประมาณ 2 กิโลเมตร และไม่มีถนนเข้าถึง
เมื่อรถจอด ทุกคนก็ลงจากรถ หลี่หมิงซานพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณจะไปสำรวจถ้ำชางหลงงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่รู้จักสถานที่นี้ด้วยเหรอครับ ? ”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ฉันเคยมาอำเภอเหลียงเจิ้นสองสามครั้ง ฉันได้ยินจากคนในท้องถิ่นว่ามีถ้ำชางหลงอยู่ที่นี่ ซึ่งใหญ่มาก แต่ฉันยังไม่เคยไปที่นั่นเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่ครับ เรามาที่นี่เพื่อสำรวจถ้ำ”
หลี่หมิงซานดูเวลา แล้วพูดว่า “วันนี้ก็สายมากแล้ว หากคุณต้องการสำรวจถ้ำ ทำไมไม่รอถึงพรุ่งนี้ก่อน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้ารับ “ผมก็วางแผนไว้แบบนั้นเหมือนกัน เรานอนแต่ในเต็นท์มาหลายวันติดต่อกัน เเละคืนนี้ผมคิดว่าจะพักที่โรงแรมในอำเภอเหลียงเจิ้นสักหนึ่งคืน ทุกคนจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วพรุ่งนี้ไปสำรวจถ้ำกัน”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “งั้นฉันจะให้หม่าว่านหลี่ไปติดต่อกับนายอำเภอเถิง เขาคุ้นเคยกับที่นี่มากกว่า”
“ตามใจครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คัดค้าน “อย่างไรก็ตามการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวหลังจากนี้ก็ต้องติดต่อกับผู้นำท้องถิ่น จึงเป็นการดีที่จะทำความรู้จักกับพวกเขาล่วงหน้า ! ”
หลี่หมิงซานเรียกหม่าว่านหลี่มาทันทีและขอให้เขาไปที่ที่ว่าการอำเภอ
เมื่อเทียบกับหมู่บ้านวิหารใหญ่แล้ว อำเภอเหลียงเจิ้นมีความเจริญรุ่งเรืองกว่ามาก แม้ว่าพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วก็ตาม แต่ตามท้องถนนก็ยังมีร้านค้ามากมายเปิดให้บริการ และผู้คนก็จับจ่ายซื้อของเป็นครั้งคราว
ขณะที่ขับรถเข้ามา เจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นก็ได้เห็นร้านอาหารสองแห่งและโรงแรมหนึ่งแห่งอีกด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋พูดกับจางเสี่ยวชุ่นว่า “ไปดูว่าห้องพักในโรงแรมเพียงพอไหม ถ้าพอ เราก็จะปักหลักกันที่นี่”
จางเสี่ยวชุ่นรับคำสั่งและเดินออกไปทันที
เหลิ่งเวยเองก็เดินตามไป
ทั้งสองมาถึงโรงแรมชื่อว่า ‘โรงแรมหงหยุน’ และพบว่าในโรงแรมแห่งนี้มีห้องพักไม่มากนัก มีเพียง 6 ห้องเท่านั้น โดยแบ่งเป็นสองห้องสำหรับพักสองท่าน อีกสองห้องสำหรับพักสามท่าน และอีกสองห้องที่เหลือเป็นห้องรวมสำหรับพักด้วยกันหลายคน
สิ่งที่เรียกว่าห้องรวมคือห้องที่มีเตียงหลายตัววางติดกัน ซึ่งแต่ละห้องนอนได้ประมาณสิบคน
จางเสี่ยวชุ่นคำนวณดู แค่คิดว่าห้องเพียงหกห้องนี้สามารถรองรับคนที่มาได้เพียงพอ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเลือกห้อง
ราคาของห้องพักที่นี่ถูกมากจนน่าตกใจ ห้องสองคนราคา 4 หยวน ห้องสามคนราคา 5 หยวน และห้องรวมราคาคนละ 1 หยวนเท่านั้น
ค่าเข้าพักของคืนนี้ตกอยู่ที่ยี่สิบถึงสามสิบหยวนเท่านั้น
จองห้องพักเสร็จก็เช็คอินได้กุญแจ แล้วก็กลับมา
ห้องพักได้รับการจัดสรรตามนี้ มู่เสี่ยวหวาน, หลินเจียหง, หวังซิ่งจวี๋, หลินเจียอิน, เหลิ่งเวย และเจียงชานพักอยู่ในห้องพักสามคน เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียจวินพักห้องสองคน หลี่หมิงซานและเจียงไห่หยางพักอยู่ในห้องสองคน ส่วนคนอื่นแบ่งกันไปนอนห้องรวม
เฟ่ยถูจือกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันเคยนอนห้องรวมแบบนี้ตอนที่ไปนอนที่บ้านญาติ ไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้จะต้องมานอนรำลึกถึงความขมขื่นและหอมหวานที่นี่อีกครั้ง”
เหอซานพูดด้วยรอยยิ้ม “เฮ้ ผู้อำนวยการเฟ่ย ที่นี่อยู่ในชนบท เราเหมาโรงแรมนี้แล้ว ! ดูสิ ผู้อำนวยการเหรินยังไม่บ่นอะไรเลย”
เหรินฉางเซี่ยกล่าวว่า “เมื่อเราออกไปจัดการคดีข้างนอก เราก็ต้องเหมาทั้งโรงแรมแบบนี้แหละ เพื่อไม่ให้คนนอกมารบกวน”
ทุกคนพูดคุยและหัวเราะ และแต่ละคนก็เข้าไปในห้องพร้อมกระเป๋าเดินทาง
เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียจวินเลือกห้องคู่ด้วยกัน ไม่งั้นพวกเขาจะไม่สามารถอยู่ห้องคู่ได้อย่างแน่นอน หลังจากที่ทั้งสองเข้ามาในห้อง หลินเจียจวินก็พูดว่า “ก่อนหน้านี้มีคนมากมาย ฉันจึงไม่มีเวลาถามนาย”
เจียงเสี่ยวไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็ถามด้วยความประหลาดใจ “มีอะไรงั้นเหรอครับ ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ครั้งนี้ถือว่านายได้ทำการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ แต่ฉันเกรงว่านายคงจะไม่สามารถเอาเงินที่ลงทุนไปกลับมาได้ภายในสองถึงสามปีนี้แน่ มันคุ้มที่จะเสี่ยงงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เมื่อทำธุรกิจ พี่ไม่สามารถมุ่งความสนใจไปที่ธุรกิจที่อยู่ตรงหน้าได้เสมอไป แม้ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะยังไม่พัฒนา เราก็มีเวลาที่จะค่อย ๆ สร้างมันขึ้นมา เมื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตขึ้น เราก็จะกลายเป็นที่จุดแรกที่นักท่องเที่ยวนึกถึง”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ฉันเข้าใจความจริงของเรื่องนี้ดี แต่ฉันได้เห็นสถานการณ์ของวิหารใหญ่แล้ว ตามที่นายพูดคือต้องการสร้างรถไฟฟ้ารางเบา ทางหลวง วิหารแขวน แต่ละโครงการล้วนใหญ่โตมาก ฉันสงสัยว่ามันต้องใช้เวลานานแค่ไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นั่นคือเหตุผลที่เราต้องเริ่มมันตอนนี้ ถ้าเรารอจนกว่าการท่องเที่ยวจะพัฒนาขึ้น เราจะไม่มีเวลาสร้างมันขึ้นมาอย่างช้า ๆ แน่นอนครับ”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “อย่างไรก็ตาม ฉันแค่เตือนนาย มันก็ขึ้นอยู่กับนายว่าจะทำอย่างไร”
ก็อก ก็อก ก็อก !
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
หลินเจียจวินลุกขึ้นไปเปิดประตู และก็เป็นหลี่หมิงซานที่มากับหญิงวัยกลางคนอายุประมาณสามสิบปี เธอสวยและมีรูปร่างสูง
“นายอำเภอที่นี่เป็นผู้หญิง ! ”
หลินเจียจวินพึมพำในใจ
หลี่หมิงซานยิ้ม และแนะนำ “ผู้ช่วยหลิน นี่คือเถิงจือจิง นายอำเภอเหลียงเจิ้น ! ”
หลินเจียจวินเพียงพยักหน้าเบา ๆ เท่านั้น
ขนาดนายกเทศมนตรีเขายังไม่สนใจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนายอำเภอเลย
ดูเหมือนว่าเถิงจือจิงจะได้รับการแนะนำจากหลี่หมิงซานมาก่อน เธอจึงรู้จักตัวตนของหลินเจียจวิน เธอไม่ได้สนใจท่าทีของเขามากนัก และพูดอย่างกระตือรือร้นว่า “ยินดีต้อนรับคุณหลินเจียจวินสู่อำเภอเหลียงเจิ้นนะคะ ! ”
หลินเจียจวินชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “นายอำเภอเถิงควรไปต้อนรับเขามากกว่า ! ”
แม้ว่าเถิงจือจิงจะเตรียมตัวมาอย่างดีและรู้ว่าหลินเจียจวินรับมือได้ยาก แต่เธอยังประเมินความตรงไปตรงมาของเขาต่ำเกินไป เธอจึงพูดประจบว่า “ผู้ช่วยหลินเป็นแขกจากแดนไกล ดังนั้นฉันก็ควรต้อนรับคุณด้วย”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็รีบทักทายเจียงเสี่ยวไป๋ทันที “ยินดีต้อนรับนะคะผู้ช่วยเจียง ฉันได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้ว และในที่สุดวันนี้ฉันก็ได้มาพบกับคุณตัวจริงสักที ! อย่างไรก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไรนายอำเภอเถิง เรามาที่นี่กะทันหันไปหน่อย ดังนั้นเราต่างหากที่รบกวนคุณ ! ”
เถิงจือจิงกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณสุภาพมาก ! อำเภอเหลียงเจิ้นเป็นเมืองที่ห่างไกลและเรียบง่าย อาจไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก ต้องขออภัยด้วยนะคะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “มันถือว่าดีเลยครับเชิญ เข้ามานั่งคุยกันข้างในก่อนดีกว่า ! ”
เถิงจือจิงกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันมาที่นี่เพื่อเชิญคุณไปทานอาหาร เราได้เตรียมอาหารไว้ในโรงอาหารของที่ว่าการอำเภอแล้ว เราไปที่โรงอาหารกันดีกว่าไหมคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ห้องรับแขก ที่นี่มันโทรมมากจริง ๆ และไม่ใช่สถานที่สำหรับพูดคุย ดังนั้นเขาจึงพูดว่า “เอาละ ต้องขอรบกวนนายอำเภอเถิงด้วยนะครับ ! ”