ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1350 กลับมาทีไร งานเข้าทุกที
ตอนที่ 1350 กลับมาทีไร งานเข้าทุกที
เหลิ่งเวยขับรถพาหลินเจียอิน เจียงชาน และเจียงไห่หยางและคนอื่นกลับไปที่เจียงวาน
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋กลับมาที่ห้องทำงานของเขา หลี่ชิงอีก็รีบลุกขึ้นยืนเพื่อทักทายเขาแล้วพูดว่า “หัวหน้า คุณกลับมาแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และพูดว่า “ไปเชิญคุณเมิ่งมาหาฉันหน่อย”
หลี่ชิงอีกล่าวว่า “ฉันจะชงชาให้คุณก่อน แล้วจะไปเชิญเธอมาให้ค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็รู้สึกกระหายน้ำ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและพูดว่า “ได้ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ทำสองถ้วย เผื่อคุณเมิ่งอีกคน ! ”
“ได้ค่ะ ! ” หลี่ชิงอีตอบรับและไปชงชา
เจียงเสี่ยวไป๋จึงถือโอกาสนี้ไปเข้าห้องน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าของเขา
การสวมแจ็คเก็ตกลางแจ้งก็ดี แต่มันก็ยังรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อกลับมาที่ออฟฟิศ ซึ่งการสวมเสื้อผ้าลำลองดูสบายตัวมากกว่า
เมื่อเขาล้างหน้า เขาก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
หลังจากที่เขาออกมาจากห้องน้ำ เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็มาถึงแล้วและกำลังนั่งรออยู่บนโซฟา เมื่อเธอเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เธอก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและพูดด้วยรอยยิ้ม “ในที่สุดคุณก็ยอมกลับมาสักทีนะคะ ! ”
พนักงานในบริษัททั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเฉินหยวนเฉาพี่เขยของเขา หวังผิงลูกพี่ลูกน้องของเขา และแม้แต่เจียงเสี่ยวเยว่ที่เป็นพี่สาวของเขายังไม่มีใครกล้าพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋เหมือนเมิ่งเสี่ยวเป่ยแบบนี้
ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋ก็คุ้นเคยกับมันดี เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ผมยังไปได้ไม่กี่ที่เอง แต่ก็ถูกเรียกตัวกลับมาระหว่างทางเสียก่อน ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่รู้ว่าเฉิงเสี่ยวเหว่ยต้องโทรไปหาทุกหมู่บ้านเพื่อตามหาเจียงเสี่ยวไป๋ เธอยิ้มและพูดว่า “ใครกันที่กล้าเรียกคุณให้กลับมาระหว่างทางแบบนี้ ? นอกจากคนที่กินหัวใจหมีและหัวใจเสือดาวจนมีความกล้าหาญเท่านั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ลุงรองขอให้นายกเทศมนตรีถังตามหาผม ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยแลบลิ้นออกมาอย่างขี้เล่น แล้วพูดว่า “ไม่น่าแปลกใจเลย ถ้าท่านผู้นำต้องการตัวคุณ คุณก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ! ”
ดูเหมือนเธอจะจำอะไรบางอย่างได้ในตอนนั้น และพูดว่า “การที่ลุงรองตามหาคุณก็แสดงว่ามีเรื่องสำคัญบางอย่างใช่ไหม แล้วที่คุณเรียกฉันมาเกี่ยวกับเรื่องนั้นด้วยสินะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม และพูดว่า “ใช่ เรื่องนี้ค่อนข้างเร่งด่วน ผมจึงต้องเรียกคุณมาหาโดยตรง ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ฉันรู้ว่าคุณจะต้องมาหาฉันทันทีที่คุณกลับมา ซึ่งมักจะชอบมีงานเข้าตลอดอีกด้วย”
เธอถอนหายใจและพูดอย่างช่วยไม่ได้ “บอกฉันมาสิว่ามันคือเรื่องอะไร ? ”
“นั่งลงก่อน แล้วค่อยพูดกัน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไปที่โซฟาแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม พร้อมกับพูดออกมา
เมิ่งเสี่ยวเป่ยนั่งลงตามคำแนะนำ
เจียงเสี่ยวไป๋จิบชาและนำบุหรี่ออกมาจุดไฟ แล้วพูดว่า “วันมะรืนซึ่งเป็นวันที่ 26 ลุงใหญ่ของผม หลินต้าจ้าว กำลังจะมาที่ชิงโจว นายกเทศมนตรีถังและคนอื่นกำลังประชุมกันอยู่ตอนนี้ และบริษัทของเราก็ต้องเตรียมการบางอย่างด้วย”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยรู้อยู่แล้วว่าหลินต้าจ้าวคือใคร
และเธอก็แปลกใจเหมือนกันเมื่อได้ยินว่าเขากำลังจะมา
ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลินต้ากั๋วขอให้ถังจิงเทียนตามตัวเจียงเสี่ยวไป๋ให้กลับมาเร็วขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่รับฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงกล่าวต่อ “ผมไม่กังวลเกี่ยวกับโรงงาน เพราะไม่ว่าจะไปเยี่ยมเมื่อไหร่ก็เหมือนเดิม แค่ไปจัดทำป้ายและเรื่องอื่น ๆ เมื่อถึงเวลาก็พอ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ไม่ใช่ปัญหาอะไร ก็แค่ส่งคำสั่งลงไปให้พวกเขาทำในภายหลัง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “สิ่งสำคัญตอนนี้คือถนนนักชิมของเราจะเปิดตัวในวันที่ 26 ได้ไหม ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มและพูดว่า “ถนนนักชิมพร้อมเปิดแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่ 26 ตอนนี้เราสามารถเปิดได้ตลอดเวลา เพียงแต่ว่ายังไม่ได้ประชาสัมพันธ์ ตราบใดที่ตกลงกับพ่อค้าแม่ค้าได้แล้ว ถนนนักชิมก็พร้อมเปิดทุกเมื่อ ! ”
“ถ้าคุณอยู่ในชิงโจวในช่วงที่ผ่านมานี้ คุณคงเปิดถนนนักชิมไปนานแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและพูดว่า “เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ก็ลองคิดดูสิคะว่าครั้งนี้คุณออกไปข้างนอกนานแค่ไหนแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “แล้วร้านค้าเต็มหมดหรือยัง ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เต็มนานแล้วค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจ เขาสัญญากับเถิงจือจิงนายอำเภอเหลียงเจิ้นกว่าจะแบ่งล็อคร้านให้เธอหนึ่งร้าน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำไม่ได้แล้ว
เขาทำได้เพียง…อธิบายให้เธอฟังในครั้งต่อไป
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เนื่องจากถนนนักชิมสามารถเปิดเมื่อไหร่ก็ได้ งั้นก็กำหนดเปิดในวันที่ 26 ตอนเที่ยง แต่ยังไม่รู้ว่าจะพาพวกเขาไปทานข้าวที่ไหน ครั้งนี้คงมีคนมาเยอะมาก”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ร้านกุ้งอบน้ำมันดีไหมคะ ช่วงนี้เป็นหน้าที่กุ้งเครย์ฟิชออก การไปกินกุ้งอบน้ำมันเป็นอาหารมื้อแรกที่มาชิงโจวคงเป็นเรื่องดี”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผมก็ตั้งใจว่าถ้ากลับไปที่เจียงวานในตอนเย็น จะไปถามลุงว่ากุ้งเครย์ฟิชออกแล้วหรือยัง แต่ไม่คิดว่าคุณจะรู้สถานการณ์ชัดเจนขนาดนี้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “คุณลืมไปแล้วเหรอ ทำไมคุณต้องรอกุ้งตามฤดูกาลด้วย ? ปีที่แล้วเราได้สร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งขึ้นมาหลายแห่งไม่ใช่เหรอ ? กุ้งในโรงเพาะพร้อมออกตลาดแล้วนะคะ ! ”
ตอนนี้ธุรกิจของเจียงเจียกรุ๊ปเติบโตขึ้นมาก สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการตั้งโรงเพาะพันธุ์กุ้งหลายแห่งแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเจียงเสี่ยวไป๋ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่รู้
อย่างไรก็ตาม ในฐานะรองประธาน เมิ่งเสี่ยวเป่ยย่อมรู้เรื่องพวกนี้อย่างละเอียด
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม และพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ช่วยบอกให้เย่กวงโต้วจัดการให้ผมที”
“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยตอบตกลง “นอกเหนือจากสองสิ่งนี้แล้ว มีอะไรอื่นอีกไหมที่ฉันจำเป็นต้องจัดการให้ในตอนนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดว่า “มีอีกสองอย่างที่เราควรใส่ใจเสียหน่อย”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “พูดมาได้เลยค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายว่า “ก่อนอื่น ตอนนี้สถานการณ์ในแผนกขายเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว บุคลากรทุกคนพร้อม แต่ตอนนี้เราให้บริการเฉพาะการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในแผนกขายเท่านั้น เพราะผลิตภัณฑ์หลักในตอนนี้เป็นเพียงบัตร VIP ที่จำหน่ายล่วงหน้าเท่านั้น และยังไม่เปิดให้บริการ จึงยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมรู้ ผมหมายถึงพื้นที่สำนักงานเป็นอย่างไรบ้าง ? ลุงใหญ่ของผมเป็นคนอนุมัติโครงการนี้ เขาจะต้องให้ความสนใจกับมันมากแน่ ๆ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าไปดูไหม”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เนื่องจากอาคารสำนักงานที่จะสร้างขึ้นในอาคารชิงโจวยังไม่ได้ปรับปรุง เราจึงยังไม่มีสำนักงานแยกต่างหากในขณะนี้ค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมพอเข้าใจแล้ว เตรียมข้อมูลทั้งหมดที่ควรเตรียมแล้วส่งสำเนามาให้ผม อย่างน้อยเมื่อลุงถามผม ผมจะได้อธิบายสถานการณ์ให้เขาฟังได้”
“ได้ค่ะ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยรับคำสั่ง ก่อนจะพูดว่า “ฉันจะนำมาให้คุณทันทีเมื่อรวบรวมเอกสารครบแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ต้องรีบเกินไป ถ้าเสร็จแล้วเอามาให้หลี่ชิงอี จะเป็นพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็ได้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่อ “เรื่องที่สองคือการตกแต่งอาคารชิงโจว ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน และสำนักงานของเราถูกสร้างขึ้นทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงชั้นบนสุดที่คุณบอกว่าทำทีหลัง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้แตะเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เราต้องเตรียมที่นั่นให้พร้อม ผมคิดว่าลุงของผมจะต้องไปดูที่นั่นแน่”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ฉันจำได้ว่า ฉันขอให้หลี่เฉิงหรูทำบันไดหนีไฟ จากนั้นก็ตรวจสอบการซ้อนทับของวัสดุอีกครั้ง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก็ดี ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า และพูดว่า “ฉันมีอีกสิ่งหนึ่งที่จะรายงานให้คุณได้ทราบ ! ”