ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1352 ความสุขที่แท้จริงของครอบครัว
ตอนที่ 1352 ความสุขที่แท้จริงของครอบครัว
“ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ของเจี้ยนหยางได้รับการการอนุมัติแล้วหรือยัง ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถาม
ก่อนหน้าที่เขาโทรหาพ่อตา พ่อตาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
หลี่ชิงอีกล่าวว่า “ค่ะ การอนุมัติโครงการทั้งสองเกิดขึ้นในวันเดียวกัน”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันเข้าใจแล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และกล่าวว่า “ดูความคืบหน้าของถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงหวงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จากนั้นจึงวางแผนที่จะเริ่มการก่อสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงถู่และถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงเจี้ยน”
หลี่ชิงอีกล่าวว่า “ฉันได้วางแผนไว้แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเวลาดูเมื่อไหร่ และจะปรับเปลี่ยนมันให้ตามที่คุณบอก”
“อ้อ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองหลี่ชิงอี แล้วพูดว่า “เอาล่ะ ตอนนี้งานเราคืบหน้ามากแล้ว ! ”
หลี่ชิงอีกล่าวว่า “ฉันไม่ได้ทำคนเดียว โจวเสี่ยวโจก็ช่วยด้วยค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณสองคนก้าวหน้ามาก หลังจากทำงานไปอีกสองปี ฉันเชื่อว่าพวกคุณจะสามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ แทนฉันได้ ! ”
หลี่ชิงอีพูดอย่างสุภาพ “คุณคือคุณครูของฉันค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ยังมีอย่างอื่นอีกไหมนอกเหนือจากที่คุณพูดมา ฉันจะได้เอากลับไปตัดสินใจในคราวเดียว”
หลี่ชิงอีกล่าวว่า “มีอีกสายที่สำคัญกว่านั้น เป็นสายจากผู้อำนวยการหลินเจียตง เขาบอกว่าหลังจากที่คุณกลับมา ให้โทรไปหาเขาทันทีค่ะ”
ดวงตาของเจียงเสี่ยวไป๋สว่างขึ้นหลังจากได้ยินเรื่องนี้
การที่เขา ‘หายไป’ ในครั้งนี้และผู้คนจำนวนมากตามหาเขาไม่เจอ ก็เป็นเพราะการสื่อสารที่ไม่เอื้ออำนวย ด้อยพัฒนา เขาเคยบอกหลินเจียตงมาก่อนว่าเขาจะทำโครงสร้างโทรคมนาคมขั้นพื้นฐานออกมาในปีนี้ หลินเจียตงอาจจะโทรมาหาเขาเพื่อคุยเรื่องนี้ก็ได้
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
หลี่ชิงอีกล่าวว่า “ฉันกำลังพูดถึงสิ่งที่ฉันคิดว่าสำคัญที่สุดและเป็นเรื่องที่คุณต้องจัดการเป็นการส่วนตัว โดยพื้นฐานเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันได้จัดการให้ไปหมดแล้ว และจะรายงานให้คุณทราบหลังจากนี้ หากมีอะไรที่ไม่เหมาะสม คุณสามารถบอกฉันได้ ! ”
ขณะที่เธอพูด เธอก็เล่าถึงเรื่องที่เธอต้องจัดการในช่วงสิบวันที่ผ่านมาให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟังทีละเรื่อง
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ฟังอย่างตั้งใจและคอยชี้แนะเป็นครั้งคราว
ตอนนี้ถนนจากเมืองชิงโจวไปยังเจียงวานนั้นราบรื่นมาก จางเสี่ยวชุ่นขับรถมาถึงเจียงวานภายในเวลา 20 นาที ทำให้การรายงานของหลี่ชิงอียังไม่จบ
จนกระทั่งรถจอดอยู่ในโรงรถใต้ดิน หลี่ชิงอีก็ตระหนักได้ว่าถึงแล้ว “อ่า เรามาถึงที่นี่เร็วมาก ! ฉันยังพูดไม่จบเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เมื่อมาถึงบ้านแล้ว ฉันคงไม่มีเวลาฟังต่อ คุณกลับไปรายงานให้คุณเมิ่ง ได้และสามารถติดตามผลได้ที่แผนกต้อนรับ ส่วนที่เหลือก็จัดการได้ตามที่คุณเห็นสมควร”
“ได้ค่ะ ! ” หลี่ชิงอีตอบตกลงอย่างรวดเร็วและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะไม่รบกวนคุณต่อแล้ว ขอให้อยู่กับอันอันและห่าวห่าวอย่างมีความสุขนะคะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ช่วงนี้คุณอาจต้องทำงานแทนฉันเยอะหน่อยนะ ! ”
หลี่ชิงอีรู้สึกภูมิใจและพูดอย่างไม่เต็มใจ “ไม่ ไม่ นี่คือสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้วค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่พูดอะไรต่อ และลงจากรถไป
จางเสี่ยวชุ่นก็ได้เปลี่ยนรถ คืนกุญแจให้เจียงเสี่ยวไป๋ จากนั้นจึงเดินทางกลับเข้าไปในเมืองพร้อมกับหลี่ชิงอี
เจียงเสี่ยวไป๋เดินออกจากโรงรถใต้ดินแล้วกลับเข้าไปในบ้าน
จากระยะไกล เขาได้ยินเสียงเจียงชานตะโกนว่า “เจียงซือ ! เจียงซือ มานี่เร็วเข้า ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะแปลกใจที่ลูกสาวของเขายังมีอารมณ์มาเล่นกับสุนัขในเวลานี้
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง…”
ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในประตู เจียงซือก็วิ่งกระโจนมาที่ประตูเพื่อเอาหน้ามาถูต้นขาของเจียงเสี่ยวไป๋
“เฮอะ ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “แม้แต่แกก็คิดถึงฉันเหมือนกันเหรอ ! ”
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง…”
เจียงซือเห่าตอบคำพูดของเขาหลายครั้ง
“พ่อกลับมาแล้ว ! ” เจียงชานวิ่งเข้ามาและถามด้วยรอยยิ้มเมื่อเธอเห็นเจียงเสี่ยวไป๋
“ใช่ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบและพูดด้วยรอยยิ้ม “ลูกกลับมาถึงบ้านก็ปล่อยเจียงซือเลยใช่ไหม”
เจียงชานกล่าวว่า “ปู่กับย่าก็ไม่อยู่บ้าน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าปล่อยเจียงซือออกมาเลย มันเครียดจนแทบจะเป็นบ้าแล้วค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะมีความสุขมากขนาดนี้ ! ”
เขาลูบหัวของเจียงซือแล้วพูดว่า “งั้นก็เล่นกับมันไปแล้วกัน พ่อจะไปดูอันอันกับห่าวห่าวก่อน ! ”
เจียงชานรีบพูดว่า “พวกเขาอยู่ในสวนหลังบ้านค่ะ”
“อืม ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบและเดินไปที่สวนหลังบ้านทันที
ในสวนหลังบ้าน หวังซิ่วจวี๋กำลังอุ้มเจียงอันอยู่ เนื่องจากเธอไม่ได้เห็นหน้าหลานชายมาเป็นสิบวัน เธอจึงอยากใช้เวลากับหลานชายของเธอให้มากที่สุด
หลินเจียอินก็กำลังจับเจียงห่าวที่กำลังเริ่มหัดเดิน
โดยทั่วไปแล้ว เด็ก ๆ จะเริ่มฝึกเดินในช่วงอายุประมาณ 9 เดือนถึง 13 เดือน
เจียงอันและเจียงห่าวอายุเกือบ 14 เดือนแล้ว และมีพี่เลี้ยงพิเศษคอยช่วยฝึกพวกเขาเดิน ทำให้ตอนนี้พวกเขาสามารถเดินโซเซไปข้างหน้าได้ด้วยตัวเอง
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าไปในสวนหลังบ้าน และบังเอิญเห็นเจียงห่าวกระโดดไปบนพื้น ในขณะที่หลินเจียอินก็อ้าแขนรอรับลูกสาว
เมื่อเห็นฉากนี้ มุมปากของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ยกยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
นี่คือความสุขที่แท้จริงของครอบครัว !
หลังจากยืนดูอยู่สักพัก เจียงเสี่ยวไป๋ก็รีบเดินไปอุ้มเจียงห่าวขึ้นมาจากพื้นไว้ในอ้อมแขนของเขา
“ป่าป๊า..ป่าป๊า…”
จู่ ๆ เจียงห่าวที่ถูกอุ้มขึ้นมาก็ไม่รู้สึกกลัว เมื่อเธอเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ เธอก็หัวเราะคิกคัก และเรียกเขาด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา
“ฮ่าฮ่า……”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเสียงดัง “ห่าวห่าวคิดถึงพ่อไหม ? ”
“คิด…คิดถึงป่าป๊า…” เจียงห่าวหัวเราะคิกคัก พร้อมทั้งพูดลากเสียงยาว
เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขยิ่งกว่าเดิม เขาหอมไปบนใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกสาว และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พ่อก็คิดถึงหนูเหมือนกัน ! ”
พออุ้มขึ้นมาแบบนี้ เขาก็รู้สึกว่าลูกสาวของเขาหนักขึ้นมากว่าเดิมเล็กน้อย ซึ่งหมายความว่าเฉินหยุนและหวังเสวี่ยฮัวดูแลเด็กเป็นอย่างดี
ในอีกด้านหนึ่ง เจียงอันที่เห็นเจียงเสี่ยวไป๋จึงหันกลับมา เด็กน้อยโบกมือเล็ก ๆ ของเขาแล้วตะโกนว่า “ป่าป๊า… ป่าป๊า…”
เจียงเสี่ยวไป๋ที่อุ้มเจียวห่าวอยู่ ก็เดินเข้าไปหาเจียงอันแล้วพูดว่า “สวัสดีอันอัน เรียกพ่ออีกครั้งสิ ! ”
“ป่าป๊า…อุ้ม อุ้ม ! ”
เจียงอันร้องออกมา และในขณะเดียวกันก็กางแขนเล็ก ๆ ของเขาออกแล้วเหยียดร่างไปทางเจียงเสี่ยวไป๋เพื่อให้เขาอุ้ม
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “พ่ออุ้มน้องอยู่ ให้ย่าอุ้มนั่นแหละดีแล้ว ! ”
“ป่าป๊า…อุ้ม ! ”
“ป่าป๊าอุ้ม ! ”
อย่างไรก็ตาม เจียงอันก็ยังคงตะโกนต่อไป
“ได้สิ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขมากและพูดด้วยรอยยิ้ม “ให้ป่าป๊าอุ้มหน่อยสิ ! ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็อุ้มเจียงห่าวด้วยมือข้างหนึ่ง และอีกข้างก็ดึงเจียงอันออกมาจากอ้อมแขนของหวังซิ่วจวี๋
“ป่าป๊า ! ”
“ป่าป๊า ! ”
เจียงอันและเจียงห่าวอยู่ในอ้อมแขนของเจียงเสี่ยวไป๋ เจ้าตัวเล็กทั้งสองหัวเราะคิกคักและตะโกนออกมา
หวังซิ่วจวี๋ได้แต่อิจฉา และจ้องมองไปที่เจียงอัน “เด็กน้อยใจร้าย ทันทีที่พ่อกลับมา ก็ลืมย่าเลยนะ ! ”
เจียงไห่หยางที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็พูดว่า “เด็กมันจะไปรู้อะไร ไม่ว่าปู่กับย่าจะดูแลพวกเขาดีแค่ไหน เมื่อพวกเขาได้พบกับพ่อแม่ พวกเขาก็ไม่ต้องการปู่กับย่าอีกต่อไป ! ”
“ใครบอกแบบนั้น ? ” หวังซิ่วจวี๋ถอนหายใจ
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ปล่อยพวกเขาตามลำพังเถอะ ไปดูกันว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี ? ”
ในช่วงเวลาที่เดินทางท่องเที่ยว แม้ว่าอาหารนอกบ้านจะอร่อย แต่เขาก็ยังคิดถึงรสชาติอาหารที่บ้านอยู่ดี
หวังซิ่วจวี๋พยักหน้า จากนั้นสองสามีภรรยาก็ออกจากสวนหลังบ้านแล้วกลับไปที่ห้องโถงด้านหน้า มีเพียงสี่คนที่เหลืออยู่ในสวนหลังบ้าน ได้แก่ เจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียอิน เจียงอัน และเจียงห่าว