ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1379 รับเจียงชานมา
ตอนที่ 1379 รับเจียงชานมา
“ขอลาให้ชานชานเหรอครับ ไม่มีปัญหา ! ” โฮ่วผิงกล่าว
หากนักเรียนคนอื่นขอ เขาคงจะไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
แต่เจียงชานนั้นไม่เหมือนเด็กคนอื่น ในฐานะหัวหน้าครูผู้สอน โฮ่วผิงรู้ดีถึงการเรียนของเจียงชานอย่างละเอียดถี่ถ้วน และไม่กังวลเรื่องผลการเรียนของเธอเลย
เขายังแนะนำเจียงเสี่ยวไป๋ว่า เจียงชานนั้นสามารถสอบข้ามชั้นได้แล้ว
เพราะการเรียนในชั้นปัจจุบันที่เธอเรียนอยู่ มีแต่จะชะลอการเติบโตของเธอเท่านั้น
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ปฏิเสธ
ในความเห็นของเขา เมื่อพิจารณาจากผลการเรียนของลูกสาวเพียงอย่างเดียว เธอสามารถข้ามชั้นหรือแม้แต่ข้ามหลายชั้นติดต่อกันก็ยังได้
แต่ชีวิตของคนเราไม่ได้มีแค่การเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
การเรียนในแต่ละระดับเป็นกระบวนการของการเติบโต เขาหวังว่าลูกสาวของเขาจะสามารถใช้ชีวิตวัยเด็กของเธออย่างคุ้มค่าและเป็นเหมือนเด็กส่วนใหญ่ แทนที่จะกลายเป็นเครื่องจักรท่องหนังสือ เพียงเพื่อจะสำเร็จการศึกษาโดยเร็วที่สุด
ชีวิตคนเรา การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จเมื่อถึงวัยหนึ่ง
เขาไม่ต้องการให้ลูกสาวแบกคำว่า ‘อัจฉริยะ’ ไว้บนบ่า และแข่งขันกับคนที่อายุมากกว่าเธอหลายปี
เขาแค่หวังว่าลูกสาวของเขาจะเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุขและมีสุขภาพดี แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
การใช้ชีวิตอย่างช้า ๆ เพื่อขัดเกลาจิตใจและได้สัมผัสกับความสุขในรูปแบบต่าง ๆ แทนที่จะดิ้นรนและทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ว่าฉันเป็นคนดี และคนเก่ง
เมื่อเห็นโฮ่วผิงตอบตกลง เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้ม แล้วพูดว่า “ขอบคุณมาก คุณครูโฮ่ว”
โฮ่วผิงพูดอย่างเขินอาย “อาเจียง อย่าเรียกผมแบบนั้นนะ มันน่าอายเกินไป”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ในเมื่อเป็นครู แล้วจะให้ฉันเรียกว่าอะไรได้อีกล่ะ ? ”
โฮ่วผิงพูดว่า “แต่การที่อาเจียงเรียกแบบนี้ทำให้ผมอาย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ อย่างไรก็ต้องขอโทษที่รบกวนการสอนของครูโฮ่วด้วย ช่วยเรียกชานชานออกมาที ในเมื่อฉันมาถึงที่นี่แล้ว ก็จะพาเธอกลับไปพร้อมกัน ปล่อยให้เธอออกมาก่อนก็แล้วกัน”
โฮ่วผิงกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา จะลาให้เธอนานแค่ไหนก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เหตุการณ์นั้นจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน”
เพราะถ้าพวกเขามานานกว่านั้น อย่างไรเขาก็ต้องส่งลูกสาวกลับมาที่โรงเรียนก่อน
คราวนี้ แม้ว่าหลินต้าจ้าวจะมาที่ชิงโจว และหลินเจียเหวยยังพาลูกสองคนของเขาอย่างหลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินมาพบกับหลินต้าจ้าว แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่คิดที่จะมารับเจียงชานกลับไป
ถ้าไม่ใช่เพราะชายชราอยู่ที่นี่ !
และเนื่องจากว่าชายชราชอบชานชานและอยากจะเห็นหน้าเธอมาก
เมื่อพิจารณาว่าชายชราอายุเกือบร้อยปีแล้ว และกว่าเขาจะมาที่ชิงโจวได้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ต้องให้เจียงชานได้ใช้เวลากับชายชราให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
มีคำกล่าวที่ว่าเมื่อพบกันแล้วอาจจะไม่ได้พบกันอีก
อาจฟังดูเศร้าเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาจากอายุของชายชราแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าจะได้พบกับเขาอีกไหมหลังจากการรวมตัวกันในครั้งนี้
ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เมื่อชายชรามา เขาก็ต้องมารับเจียงชานกลับไป
หลังจากที่โฮ่วผิงกลับเข้าไปในห้องเรียนอีกครั้ง เขาก็เดินไปที่เจียงชานและพูดเบา ๆ “เจียงชาน มีคนมารออยู่ข้างนอก”
ในความเป็นจริง เมื่อโฮ่วผิงออกจากห้องเรียน นักเรียนทุกคน รวมถึงเจียงชานก็เห็นเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว
เจียงชานยังคงสงสัยว่าทำไมพ่อของเธอถึงมาหาเธอที่โรงเรียนในวันนี้ ?
จู่ ๆ ครูก็มาบอกให้เธอออกไปข้างนอกโดยไม่คาดคิด
หลังจากตอบกลับครูไป เธอก็รีบเดินออกจากประตูห้องเรียนไป
“นั่นคือพ่อของเจียงชานใช่ไหม ? ”
“พ่อของเจียงชานมาขอลาให้เธออีกแล้วเหรอ ? ”
“ครั้งที่แล้วเธอใช้วันลาไปตั้งสิบกว่าวัน และครั้งนี้เธอก็ลาอีกแล้วเหรอ ! ”
“ฉันอยากจะลาพักยาว ๆ แบบนี้บ้างจัง ! ”
“แต่พ่อคงไม่เห็นด้วยกับการขอลาของฉันแบบนี้หรอก ! ”
“แต่พ่อของเจียงชานใจดีจริง ๆ มาลาครูให้ลูกสาวของเขาตลอดหากว่าจะพาไปที่ไหนด้วย ! ”
“ฉันก็อยากมีพ่อที่ใจดีแบบนี้บ้าง ! ”
“……”
เพื่อนร่วมห้องในชั้นเรียนต่างก็ตื่นเต้นเมื่อพวกเขาเห็นเจียงชานเดินออกไป นักเรียนบางคนแสดงความเห็นด้วยความสงสัย และอิจฉาเจียงชานที่สามารถขอลาได้บ่อยครั้ง
“เงียบ ! เงียบ ! ”
โฮ่วผิงเหลือบมองนักเรียนและหยุดการสนทนาของพวกเขา พลางพูดว่า “อย่ามองออกไปข้างนอก หันกลับมาตั้งใจเรียนต่อได้แล้ว”
เจียงชานออกมานอกห้องเรียนและยิ้มหวานให้เจียงเสี่ยวไป๋ “พ่อ ทำไมถึงมาหาหนูที่โรงเรียนล่ะคะ ? ”
นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อมาหาเธอขณะที่เธอกำลังเรียนอยู่
เจียงชานเองก็สงสัยเหมือนกัน
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พ่อมารับลูกกลับบ้าน”
อ่า ?
เจียงชานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “พ่อคะ หนูเพิ่งลาหยุดไปนานกว่าสิบวัน และเพิ่งมาเรียนได้ไม่กี่วันเท่านั้น จะให้หนูลาอีกแล้วเหรอ ? ”
แม้ว่าเธอจะชอบที่ได้กลับบ้าน ชอบการอยู่กับพ่อแม่ น้องชายและน้องสาวของเธอ และเล่นกับเจียงซือ แต่เธอก็รู้สึกว่าเธอไม่มีวินัยสักเท่าไหร่ที่ต้องลาบ่อยครั้งแบบนี้
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พ่อได้ขอลาให้หนูแล้ว และครูโฮ่วก็เห็นด้วย”
เจียงชานถามด้วยความประหลาดใจว่า “พ่อคะ ทำไมครั้งนี้พ่อถึงมาลาให้หนูอีกแล้วล่ะ ? ”
ดวงตาของเธอเป็นประกายและพูดด้วยความคาดหวัง “พ่อ หรือว่าพ่อตัดสินใจพาหนูไปที่ที่เรายังไม่ได้ไปในครั้งที่แล้วหรือเปล่าคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัว เขาชี้ไปทางที่จอดรถแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ไปดูสิว่าใครอยู่ที่นั่น ! ”
เจียงชานมองตามนิ้วของเจียงเสี่ยวไป๋ไป และเห็นร่างที่คุ้นเคยสองคนทันที
แม้จะไม่ได้เจอกับพวกเขามานานแล้วก็ตาม
และแม้ว่าตอนนี้จะยืนห่างจากพวกเขาสามสิบหรือสี่สิบเมตรก็ตาม
เจียงชานก็ยังคงจำชายชราและติงจงผิงได้ในทันที
“คุณทวด ! ”
“อาจารย์ ! ”
ทันใดนั้น เมื่อเห็นทั้งสองคน เจียงชานก็ตื่นเต้นและวิ่งออกไปทันทีโดยไม่ได้พูดอะไรกับเจียงเสี่ยวไป๋อีกเลย
“วิ่งช้า ๆ ระวังล้ม ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นแบบนั้นก็ส่ายหัว เมื่อรู้ว่าลูกสาวของเขาออกกำลังกายเป็นประจำ เขาก็ไม่กังวลว่าเธอจะล้ม แต่ในฐานะพ่อ เขายังคงตะโกนออกมาเพราะความเป็นห่วงอยู่ดี
เจียงชานรีบวิ่งไปที่รถแลนด์โรเวอร์และไปหาชายชรา ดวงตากลมโตของเธอเต็มไปด้วยความสุข “คุณทวด คุณทวดมาที่ชิงโจวเมื่อไหร่เหรอคะ ? ”
เมื่อชายชราเห็นเจียงชาน เขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ทวดเพิ่งลงจากเครื่องบิน และก็ตรงมารับหนูทันทีเลย”
เจียงชานได้ยินชายชราพูดว่าเขาเพิ่งลงจากเครื่องบิน จึงพูดอย่างรวดเร็ว “คุณทวด คุณทวดเหนื่อยไหมคะหลังจากที่นั่งเครื่องบินมาเป็นเวลานาน ? ทำไมไม่กลับไปพักก่อนล่ะคะ ? ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…” ชายชราหัวเราะ แล้วพูดกับติงจงผิงว่า “ชานชานยังคงเป็นห่วงฉันเสมอ ดูสิ พอเจอกัน เธอก็ถามว่าฉันเหนื่อยไหม ? ”
ติงจงผิงยิ้มแล้วพูดว่า “ก็คุณท่านคิดถึงเธอ และเธอก็ห่วงใยคุณท่านด้วย ! ”
หลังจากได้ยินคำพูดของติงจงผิงแล้ว เจียงชานก็รีบทักทายติงจงผิงและพูดว่า “สวัสดีค่ะอาจารย์ อาจารย์ก็มาที่ชิงโจวด้วยเหรอคะ ! ”
ติงจงผิงหัวเราะ แล้วพูดว่า “ฉันอยู่ตรงหน้าหนูแล้ว หนูคิดว่าฉันมาที่ชิงโจวหรือเปล่าล่ะ ! ”
เจียงชานรีบพูดออกมาว่า “หนูไม่ได้หมายความอย่างนั้น สิ่งที่หนูหมายถึงคือเมื่ออาจารย์และปู่ทวดมาที่ชิงโจว ทำไมไม่บอกหนูล่วงหน้า เพื่อที่หนูจะได้ไปรับที่สนามบิน ! ”
ชายชราและติงจงผิงหัวเราะหลังจากได้ยินแบบนี้
ชายชรายิ้มและพูดว่า “การที่ทวดมาที่ชิงโจวในครั้วนี้ ทวดไม่ให้พวกเขาบอกใครเลย แม้แต่พ่อของหนูก็ยังไม่รู้”
หลังจากพูดจบ เขาก็พูดอย่างภาคภูมิใจว่า “หนูไม่รู้หรอกว่าตอนที่พ่อของหนูเห็นทวดลงจากเครื่องบินที่สนามบิน ท่าทางตกใจของเขาช่างน่าขำมากขนาดไหน ! ”