ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1386 เราทุกคนเป็นญาติกัน
ตอนที่ 1386 เราทุกคนเป็นญาติกัน
เมื่อหลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วเข้ามาในบ้าน ก็ไม่เห็นคนรับใช้ทั้งแปดคนปรากฏตัวออกมาเลย พวกเขาทั้งหมดซ่อนตัวอยู่ในห้องด้านหลัง โดยเกาะหน้าต่างและเฝ้าดูอย่างลับ ๆ
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋พาชายชรากลับมาที่บ้าน เขาก็บอกคนใช้ที่บ้านว่าวันนี้ไม่จำเป็นต้องมาดูแลงานในบ้าน และปล่อยให้พวกเขาพักผ่อนไป
พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า แขกที่มาที่บ้านในวันนี้มีสถานะค่อนข้างพิเศษ ขออย่าพูดออกไปให้ใครรู้ และอย่าออกไปข้างนอกเป็นอันขาดในช่วงนี้
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นชายชราหรือหลินต้าจ้าว ทั้งสองต่างก็มีสถานะที่ไม่ธรรมดา และไม่เหมาะสมที่จะให้พวกเขามาทำเสียงดังเอะอะโวยวาย
“เฮ้…วันนี้มีใครมาที่นี่เหรอ ? ”
“เขาจะต้องเป็นคนระดับสูงแน่นอน ! ”
“จะตอบแบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะเจ้านายก็เคยบอกมาแล้ว”
“ชายชราคนก่อนดูใจดี เขาคงเป็นผู้นำที่เกษียณแล้วแน่ ๆ ! ”
“แต่ชายชราคนนั้นดูไม่ธรรมดา ฉันเดาว่าเขาจะเป็นผู้นำระดับสูงก่อนจะเกษียณแน่ ๆ ”
“ฉันได้ยินชานชานเรียกเขาว่าปู่ทวด ดูเหมือนเขาจะเป็นปู่ของท่านประธานนะ ! ”
“และได้ยินว่ามาจากเทียนจิง ! ”
“ตอนนี้ก็มีสองคนเพิ่งเข้ามา คนที่เดินตามหลังมาคือเลขาหลินไม่ใช่เหรอ ? ”
“ใช่ ใช่ ครั้งล่าสุดที่เขามาที่นี่ เรายังได้ออกไปต้อนรับอยู่เลย”
“แต่ดูเหมือนคนข้างหน้ามีตำแหน่งที่สูงกว่าอยู่นะ ? ”
“ฉันก็เดาอย่างนั้น ตามที่ได้ยินมา ยิ่งผู้นำอายุมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีตำแหน่งสูงมากขึ้นเท่านั้น”
“หืม… เหลือเชื่อมาก เขาน่าจะเป็นคนยศใหญ่ ! ไม่แปลกใจเลยที่เจ้านายบอกว่าควรเก็บเป็นความลับและไม่อนุญาตให้แพร่ข่าวนี้ออกไป”
“ใช่ ! ”
“เราถือเป็นคนโชคดีที่ได้มาทำงานในบ้านหลังนี้ และได้พบปะคนสำคัญมากมาย”
“……”
เฉียวว่านซาน, เฉินหยุน, หวังเสวี่ยฮัว, ถานหย่งเซิง, คังไป๋ชิง , เถียนต้าลี่ , ป้าจาง และเฉินป๋อต่างก็กระซิบกระซาบกันเมื่อเห็นหลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วเดินเข้าประตูมา
เจียงไห่หยาง, หวังซิ่วจวี๋, มู่เสี่ยวหวาน และคนอื่นก็ออกมาต้อนรับพวกเขาเหมือนกัน
“พี่ใหญ่ ! ”
“พี่รอง ! ”
“ลุงใหญ่ ลุงรอง ! ”
“ลุงใหญ่…”
“คุณปู่ใหญ่ คุณปู่รอง ! ”
“……”
คำเรียกต่าง ๆ ถูกเรียกออกมาเพื่อทักทายหลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วอย่างอบอุ่น
หลินต้าจ้าวมองไปที่ทุกคน และพูดด้วยรอยยิ้ม “ทุกคนอยู่ที่นี่กันหมด ! ”
มู่เสี่ยวหวานในฐานะตัวแทนของทุกคนก็ได้กล่าวว่า “เราทุกคนรอพี่อยู่ ยินดีต้อนรับนะคะ ! ”
หลินต้าจ้าวพยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก แต่มองไปที่เจียงไห่หยางกับหวังซิ่งจวี๋
เขารู้จักทุกคนที่อยู่ที่นี่ ยกเว้นแค่เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ เขาเดินเข้าไปหาพวกเขาและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พวกคุณคือพ่อกับแม่ของเสี่ยวไป๋ใช่ไหม ! ”
“ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋แนะนำอย่างรวดเร็ว โดยชี้ไปที่เจียงไห่หยางและพูดว่า “นี่คือพ่อของผม ชื่อว่าเจียงไห่หยาง ! ”
จากนั้น เขาก็ชี้ไปที่หวังซิ่วจวี๋และพูดว่า “นี่คือแม่ของผม ชื่อหวังซิ่วจวี๋”
โดยทั่วไปแล้วเขาจะไม่เอ่ยชื่อพ่อแม่ของเขาเมื่อแนะนำทั้งสอง แต่มันแตกต่างออกไปเมื่ออยู่ต่อหน้าหลินต้าจ้าว
ท้ายที่สุดแล้ว ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับพ่อแม่ของเขาที่จะถูกแนะนำให้หลินต้าจ้าวได้รู้จัก
หลินต้าจ้าวเอื้อมมือไปหาเจียงไห่หยาง และพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันแก่กว่าคุณหลายปี ดังนั้นเรียกฉันว่าพี่หลินก็ได้ ! ”
เจียงไห่หยางรู้ตัวตนของหลินต้าจ้าวดี เขาจึงรีบพูดออกมาว่า “ไม่ ไม่ ไม่… ฉันจะกล้าเรียกคุณแบบนั้นได้อย่างไร…”
หลินต้าจ้าวขัดจังหวะเขา “เราทุกคนต่างก็เป็นญาติกัน ถ้าคุณไม่กล้าเรียกฉันว่าพี่หลิน ฉันก็คงจะอึดอัดมาก ฉันมาเป็นแขกที่บ้านของคุณ แต่คุณกลับมองฉันว่าเป็นคนอื่นคนไกลแบบนั้น ฉันจะกล้านอนที่นี่ได้อย่างไร ! ”
เสียงของเขาเป็นมิตรมาก และท่าทางของเขาก็ดูใจดี
แต่ไม่ว่าหลินต้าจ้าวจะดูเป็นกันเองมากแค่ไหน แต่สถานะของเขาก็ไม่มีอะไรมาปกปิดมันได้ เจียงไห่หยางไม่กล้าเรียกแบบนั้น เขาดูระมัดระวังราวกับว่ากลัวจะพูดผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ
หลินต้าจ้าวทำให้เขารู้สึกกดดันมากกว่าชายชราเสียอีก
ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้หลินต้าจ้าวก็มีอำนาจเหนือกว่า ทำให้เขาดูน่าเกรงขามด้วยอำนาจวาสนาของเขา ส่วนชายชรานั้นแก่แล้ว จึงมีความเกรงใจเหมือนผู้อาวุโสในครอบครัวมากกว่า
ทำให้เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรมาก และปฏิบัติต่อชายชราในฐานะผู้อาวุโสคนหนึ่ง
หลังจากฟังคำพูดของหลินต้าจ้าวแล้ว เจียงไห่หยางก็พูดว่า “เป็นเรื่องจริงที่เราเป็นญาติกัน แต่คุณก็ยังเป็นผู้นำหลินสำหรับพวกเราอยู่ดี”
ในที่สุด เขาก็พูดประโยคนี้ออกมาจนได้
และยังฟังดูราบรื่นมากกว่า เพราะเขาพูดออกมาจากใจ
หลินต้าจ้าวยิ้มและพูดว่า “ฉันสามารถเข้ากับผู้คนได้ดี แต่กับคุณที่เป็นญาตินั้น ฉันกลับไม่สามารถผูกมิตรได้ นี่คือความล้มเหลวที่สุดของฉัน ! ”
“โอ้ ไม่…ไม่ใช่อย่างนั้น ! ” เจียงไห่หยางรีบพูดอย่างรวดเร็ว
หลินต้ากั๋วที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดว่า “น้องชาย ฉันเห็นว่าคุณค่อนข้างผ่อนคลายเมื่อพูดคุยกับฉัน แต่ทำไมรู้สึกว่าคุณดูห่างเหินเมื่อพบกับพี่ชายของฉันล่ะ ? ”
“เอาล่ะ เขากับฉันก็เหมือนกัน”
หลังจากพูดจบแล้ว เขาก็พูดกับหลินต้าจ้าว “พี่ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ไห่หยางได้เจอกับพี่ เขายังไม่คุ้นเคย คงจะดีถ้าพี่ได้คุยกับเขามากกว่านี้ ! ”
หลินต้าจ้าวพยักหน้า และพูดด้วยรอยยิ้ม “น้องเจียง ไว้เรามาดื่มด้วยกันทีหลัง ! ”
“ตกลง ! ” เจียงไห่หยางตอบตกลงอย่างรวดเร็ว “เรามีอะไรก็ค่อยมาคุยกันได้ หากคุณอยากรู้อะไร ฉันก็เต็มใจจะรายงาน”
หลินต้าจ้าวกุมขมับของเขาและไม่สามารถพูดอะไรได้อีก
เขาหันไปหาหวังซิ่วจวี๋ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “น้องหวัง อย่าเห็นฉันเป็นคนแปลกหน้าเหมือนน้องเจียงเลยนะ ไม่อย่างนั้นพวกเธอจะอึดอัดกับการมาของฉันเสียเปล่า ๆ ! ”
หวังซิ่วจวี๋พูดอย่างรวดเร็วว่า “ไม่ ! ไม่อึดอัดเลย ! ”
ในเวลานี้ จู่ ๆ เสียงของชายชราก็ดังมาจากด้านหลัง “ก็วางท่ามาเสียใหญ่โต อย่างกับฮ่องเต้เสด็จ แล้วแบบนี้ใครจะไปกล้าคุยด้วย ? ”
ทุกคนหันกลับไปมอง
“พ่อ ! ”
“พ่อ ! ”
หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วต่างโค้งคำนับเพื่อทักทายชายชรา
ภายนอก ไม่ว่าสถานะของพวกเขาจะน่าเคารพเพียงใด แต่ต่อหน้าชายชรา พวกเขาก็คือลูกชาย และพวกเขาจะต้องแสดงความเคารพทุกครั้งเมื่อพบชายชรา
ชายชรากล่าวว่า “ไปยืนกันอยู่ที่หน้าประตูทำไม รีบเข้ามาเร็ว ๆ สิ”
ตอนนี้เขาดูเหมือนเจ้าของบ้านมากเลย
เจียงไห่หยางพูดอย่างรวดเร็วว่า “ใช่ ทุกคนเชิญเข้ามานั่งข้างในบ้านก่อน”
ในห้องนั่งเล่น ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ของว่าง เครื่องดื่ม น้ำแร่ ฯลฯ ล้วนได้รับการจัดเตรียมไว้นานแล้ว
“คุณตา ลองกินเมล็ดฟักทองคั่วดูสิคะ มันอร่อยมากเลยค่ะ ! ”
เจียงซานคว้าเมล็ดแตงโมจำนวนหนึ่งส่งให้หลินต้าจ้าว แล้วพูดออกมา
ปกติแล้ว หลินต้าจ้าวจะไม่กินของพวกนี้ ทว่าเมื่อเขาได้ลองกินมันเข้าไป เขาก็พบว่ามันกรอบและมีกลิ่นหอมมาก เขายิ้มแล้วกล่าวชมออกมาว่า “มันอร่อยจริง ๆ มีกลิ่นหอมมาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วพูดว่า “เมล็ดแตงโมนี้คั่วที่โรงงานในเจี้ยนหยางครับ เป็นของว่างที่ผมเองก็ชอบเหมือนกัน”
หลินต้าจ้าวยิ้มและพูดว่า “ใช่ ฉันได้ทานของว่างที่อร่อยที่สุดหลังจากมาที่นี่ ขอบคุณมากนะ”
เจียงชานกล่าวว่า “ของว่างพวกนี้เราได้เตรียมไว้สำหรับคุณตาโดยเฉพาะนะคะ หนูเองก็ชอบกินมันมาก ๆ ”
หลินเจียเหวยเห็นเจียงชานและลุงของเขาคุยกันอย่างมีชีวิตชีวาและดูเธอไม่กลัวเลย เขาก็พูดกับหลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินว่า “พวกเธอสองคนไปคุยกับคุณตาสิ ! ”
นี่เป็นครั้งที่สองที่หลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินได้เห็นหลินต้าจ้าว แต่พวกเขาก็เป็นคนขี้อายและไม่กล้าเข้าไปพูดคุยด้วย
หลินเจียเหวยแทบอยากจะเตะพวกเขาออกไป จึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ปกติแล้วก็พูดไม่หยุดไม่ใช่เหรอ ? ทำไมถึงมาขี้อายกันตอนนี้ ? ”