ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1394 ร่างความคิดไว้แล้ว
ตอนที่ 1394 ร่างความคิดไว้แล้ว
ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้วที่หลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว, หลินต้าเหว่ย และหลินเจียอินกลับมาถึงบ้าน
ในเวลานี้ ชายชราก็ได้หลับไปแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋จึงถามออกมาว่า “ลุงใหญ่ ลุงรอง กลับมาดึกแบบนี้หิวไหมครับ ? ”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “พวกเราเดินหาอะไรกินที่ถนนนักชิมมาทั้งคืน ตอนนี้อิ่มมากแล้ว ! ”
หลินต้าจ้าวยังกล่าวอีกว่า “ใช่ ฉันก็อิ่มแล้ว ไม่ต้องเอาอะไรมาให้กินหรอก ! ”
เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “มานั่งนี่สิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”
เจียงเสี่ยวไป๋ก็อยากคุยกับหลินต้าจ้าวเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วพูดว่า “ลุงใหญ่อยากคุยอะไรกับผมเหรอครับ ? ”
หลินต้าจ้าวกล่าวว่าว่า “วันนี้ฉันไปที่อาคารชิงโจวและถนนนักชิมมา นายเป็นคนออกแบบที่นั่นทั้งหมดเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ใช่ครับ ! ”
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “แล้วนายคิดรูปแบบสถาปัตยกรรมเหล่านั้นขึ้นมาได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ก็นึกว่าหลินต้าจ้าวจะถามอะไรเสียอีก เขาไม่คาดคิดว่าลุงใหญ่จะถามคำถามนี้ออกมา เขาจึงยิ้มและพูดว่า “พอความคิดนั้นแวบเข้ามา ผมก็รีบเขียนมันลงไปทันทีเลยครับ”
หลินต้าจ้าวเอือมกับคำตอบของเขา ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงนึกถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สมเหตุสมผลแบบนี้ออกมาจากความคิดเพียงแวบเดียวนะ ?
หรือว่าเขากำลังโกหกอยู่กันแน่ !
หลินต้าจ้าวหัวเราะและพูดว่า “ฉันได้ยินมาว่าจะมีการสร้างถนนนักชิมในเจียงเฉิงเหมือนกันนี่ แล้วสำหรับเมืองอื่นล่ะ มีแผนที่จะทำด้วยไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งครู่หนึ่ง เขามองไปที่หลินต้าจ้าว และถามอย่างไม่มั่นใจว่า “ลุงใหญ่หมายถึงอะไรอะไรเหรอครับ…”
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “สิ่งที่ฉันหมายถึงคือ ฉันคิดว่าโครงสร้างทางเดินสะพานลอยนั้นเหมาะสมมาก ถ้าเป็นไปได้ เราก็สามารถลองเอาไปทำในเมืองใหญ่ ๆ เช่น เทียนจิง เซี่ยงไฮ้ หยางเฉิง และจินหลิงได้เช่นกัน”
หลังจากพูดจบ เขาก็หยุดไปชั่วครู่ ดูเหมือนเขาจะจำอะไรบางอย่างได้ จึงกล่าวว่า “อีกอย่างคือแบบบ้านในโครงการชนบทใหม่ ฉันคิดว่าการออกแบบบ้านของนายดีมาก และสามารถนำแบบบ้านนี้ไปสร้างในเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศได้เหมือนกัน”
ตอนนี้ เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจแล้วว่าลุงใหญ่ของเขาต้องการให้เขาทำอสังหาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ !
นี่เป็นสิ่งที่ดีมาก !
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋เองก็คิดแบบนั้น แต่เขาไม่เห็นด้วยในทันที เจียงเจียกรุ๊ปต้องการดำเนินโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศก็จริง แต่ก็ยังมีปัญหากับเรื่องกำลังซื้อของผู้คนในตอนนี้ หากว่าจะทำเหมือนกับอาคารชิงโจวอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่ว่าเงินทุนของเจียงเจียกรุ๊ปไม่มีเพียงพอ เพียงแต่ว่ามันจะไม่ได้ผลกำไรมากนัก
เขาจึงแกล้งทำเป็นคิด
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา หลินต้าจ้าวก็ถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ทำไม ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “โครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาล หากผมลงทุนมากเกินไปในด้านนี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นของเจียงเจียกรุ๊ปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
หลินต้าจ้าวพยักหน้า เขาเห็นด้วยกับสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด เมื่อมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้ว หลินต้าจ้าวก็ถามอย่างแฝงนัยยะว่า “แล้วนายมีแผนจะลงทุนทำอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นของเจียงเจียกรุ๊ปไหม ? ”
แน่นอนว่าเขามีแผนอยู่ และนั่นคือการขายล่วงหน้า
เมื่อชาติที่แล้วของเขา การขายล่วงหน้านี้ไม่ใช่นโยบายที่ออกโดยรัฐบาล แต่เมื่อปี 1953 นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แซ่ฮัวในเกาะฮ่องกงเสนอแนวคิด ‘การขายทรัพย์สินที่ยังสร้างไม่เสร็จล่วงหน้า’ โดยให้มีการผ่อนชำระเป็นรายงวด
และในช่วงทศวรรษ 1990 ระบบนี้จะถูกนำมาจากเกาะฮ่องกง เพื่อมาใช้ในแผ่นดินใหญ่
จนกระทั่งปี 1994 มีการชี้แจง “กฎหมายการจัดการอสังหาริมทรัพย์ในเมือง”, “กฎระเบียบการดำเนินงานและการจัดการอสังหาริมทรัพย์ในเมือง”, “มาตรการการจัดการก่อนการขายที่อยู่อาศัยสินค้าโภคภัณฑ์” และเอกสารทางกฎหมายอื่น ๆ ทำให้ระบบการขายล่วงหน้าได้แพร่หลายออกไป
แต่นี่ยังเป็นเพียงปี 1985 และยังมีเหลือเวลาอีกเกือบสิบปีก่อนจะถึงปี 1994
หากทุกอย่างเป็นปกติ จะต้องใช้เวลาสิบปีกว่าที่แผ่นดินใหญ่จะใช้นำระบบนี้มาใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์
แต่ตอนนี้สิ่งต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปแล้ว หลินต้าจ้าวอยากให้มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ หากว่าอยากทำ เขาก็อยากจะเสนอระบบการขายล่วงหน้าออกมาได้ ?
บางทีการบอกคนอื่นหรือรายงานจากล่างขึ้นบนอาจใช้เวลานานกว่าที่จะมีการนำระบบนี้มาใช้
แต่มันแตกต่างออกไป หากได้บอกหลินต้าจ้าวโดยตรง เพราะเขาสามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย นี่ถือเป็นโอกาสที่มาถึงหน้าประตูบ้านของเขาเลย
เขาจึงแสร้งทำเป็นหนักใจ และพูดออกมาว่า “ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่แค่เราต้องการสนับสนุนด้านนโยบาย ถึงจะสามารถทำได้”
“การสนับสนุนด้านนโยบาย ? ” หลินต้าจ้าวพูดอย่างมีความสุข “นั่นแหละ บอกฉันหน่อยว่านายต้องการนโยบายอะไร ถ้ามันพอทำได้ ฉันสามารถกลับไปจัดการให้ได้หลังจากที่ฉันกลับเทียนจิง”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งและอธิบายนโยบายการขายล่วงหน้าที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ออกมาโดยตรงว่า “นโยบายนี้ดำเนินการในเกาะฮ่องกงมาหลายปีแล้ว ลุงใหญ่สามารถให้คนไปตรวจสอบดูได้ จะได้เข้าใจนโยบายนี้มากขึ้นครับ”
หลินต้าจ้าวพยักหน้ารับ และพูดต่อ “เนื่องจากมีนโยบายแบบนี้เกิดขึ้นบนเกาะฮ่องกงแล้ว จึงไม่ยากที่จะทำความเข้าใจและนำมาปรับใช้”
จากนั้น เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ และถามว่า “แล้วนายไปรู้นโยบายบนเกาะฮ่องกงได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวอย่างรวดเร็วว่า “เจียงเจียกรุ๊ปของเราก็ส่งออกและมีสาขาบนเกาะฮ่องกง ผมคิดว่านี่เป็นเมืองระดับโลก หนึ่งในสี่มังกรของเอเชีย และเศรษฐกิจก็มีการพัฒนามากกว่าจีนแผ่นดินใหญ่ของเรา บางอย่างของพวกเขาก็ควรเรียนรู้ ดังนั้นผมจึงชอบให้คนไปตรวจสอบ”
สิ่งที่เขาพูดนั้นไม่มีอะไรน่าสงสัย และหลินต้าจ้าวก็ไม่พบความผิดปกติใด
เพราะถึงให้ถูกทุบตีอย่างไร หลินต้าจ้าวก็คงไม่เชื่อว่าเหตุผลที่เจียงเสี่ยวไป๋รู้เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะระบบการขายล่วงหน้าได้ถูกนำมาใช้บนเกาะฮ่องกงนานหลายทศวรรษแล้ว แต่เป็นเพราะเขาเป็นคนที่กลับมาเกิดใหม่
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “ในเมื่อนายรู้เกี่ยวกับระบบการขายล่วงหน้านี้ดี นายก็ควรร่างแผนคร่าว ๆ และเอามาให้ฉันก่อนที่ฉันจะกลับไป”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ลุง แม้ว่าระบบการขายล่วงหน้าของเกาะฮ่องกงจะมีการใช้มานานหลายทศวรรษ แต่ระบบของเกาะฮ่องกงก็แตกต่างจากแผ่นดินใหญ่ของเรา มีหลายสิ่งที่ไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้ ถ้าจะให้ผมเขียนแผนให้ ผมจะเขียนแผนออกมาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของเรา ลุงคิดอย่างไรครับ ? ”
หลินต้าจ้าวนั่งฟังอย่างตั้งใจและมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความชื่นชม ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้านายคิดแบบนั้น ฉันก็ว่าดี”
เมื่อเห็นว่าหลินต้าจ้าวเห็นด้วย เจียงเสี่ยวไป๋ก็ดีใจมากและพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้คับผมจะนำระบบการขายล่วงหน้าในเกาะฮ่องกงมาผสมผสานกับแนวคิดของผมเอง และสรุปลงไปในแผนให้กับลุงใหญ่”
หลินต้าจ้าวพยักหน้า และพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้น ก็รีบไปเขียนเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ “พูดตามตรงนะครับลุงใหญ่ ผมเองก็คิดเกี่ยวกับปัญหานี้มานานแล้ว ดังนั้นผมจึงมีความคิดร่าง ๆ ในใจ จึงใช้เวลาไม่นาน ในการเขียนมันขึ้นมา ! ”
หลินต้าจ้าวเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ และทันใดนั้นก็นึกถึงบริษัทสินเชื่อขนาดเล็กที่เจียงเสี่ยวไป๋เพิ่งเปิดมาก่อนหน้านี้ จากนั้นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา เป็นเรื่องจริงที่เด็กคนนี้จะต้องคิดเรื่องนี้มานานแล้ว
แต่ในขณะนั้นเขาไม่ได้ขอนโยบายสนับสนุน แต่ใช้วิธีของตัวเอง เพื่อสร้างโอกาสในการขายอสังหาริมทรัพย์ของเขา
อาจกล่าวได้ว่ายอดขายคอนโดบนอาคารชิงโจวปัจจุบันสามารถเป็นโครงการนำร่องสำหรับประเทศในการนำระบบการขายอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้าไปใช้ในอนาคต !