ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1395 ของฉันอยู่ที่ไหน ?
ตอนที่ 1395 ของฉันอยู่ที่ไหน ?
พอคิดได้แบบนี้ หลินต้าจ้าวก็มองเจียงเสี่ยวไป๋สูงขึ้นไปอีก เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ชี้แจงในทันที แต่กล่าวว่า “ไม่ต้องรีบ ฉันยังมีเวลาอยู่ที่นี่อีกสองสามวัน”
เจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะถามหลินต้าจ้าวเกี่ยวกับแผนการเดินทางที่ได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ ดังนั้นเขาจึงถามขึ้นมาว่า “ลุงใหญ่ เห็นว่าวันนี้ลุงมีการเปลี่ยนแผนการเดินทาง ผมแค่อยากจะถามว่าแผนการเดินทางต่อไปของลุงจะไปที่ไหนครับ ? ”
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “เช้าวันพรุ่งนี้ ฉันจะไปดูความคืบหน้าของนิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งสี่แห่งที่นายพูดถึงก่อน จากนั้นจึงจะไปดูทางด่วนที่กำลังสร้าง และคาดว่าจะไปที่เจี้ยนหยางในตอนเย็นของวันพรุ่งนี้ ส่วนนายก็ค่อยพาชายชราไปที่เจี้ยนหยางวันมะรืน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ก็แสดงว่าลุงตั้งใจจะพักที่เจี้ยนหยางเป็นเวลาหนึ่งคืน”
หลินต้าจ้าวพยักหน้า ชี้ไปที่หลินต้าเหว่ยแล้วพูดว่า “พ่อตาของนายบอกว่าหากไปเยี่ยมชมนครเหล้าเจี้ยนหยางและหมู่บ้านต้าชิ่ง ใช้เวลาหนึ่งวันไม่เพียงพอ ดังนั้นฉันจึงตั้งใจที่จะไปนอนที่นั่นสักคืน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างมีความสุขว่า “เยี่ยมมากครับ ผมจะพาคุณปู่และชานชานตามไปวันมะรืนนี้ หากว่าลุงใหญ่ไปเยี่ยมชมสถานที่เสร็จในตอนกลางวัน ก็กลับมาที่บ้าน เพื่อทานอาหารด้วยกันนะครับ”
หลินต้าจ้าวพยักหน้า “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
หลังจากที่พูดเรื่องนี้จบ พวกเขาก็ไม่มีอะไรจะคุยกันอีก
หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ทุกคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำและเข้านอน
วันรุ่งขึ้น หลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และคนอื่นได้ออกไปสำรวจนิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งสี่แห่งและถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ที่กำลังก่อสร้าง ในอีกด้าน หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าหลินต้าจ้าวอนุญาตให้ชายชราไปเที่ยวได้ ชายชราก็ไม่สามารถนั่งนิ่งอีกต่อไป เพราะเขาอยากไปเดินเล่นที่ถนนนักชิมเต็มที
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็คิดเรื่องนี้มาแล้ว เขาจึงชวนมู่เสี่ยวหวาน, หลินเจียจวิน, หลินเจียหง, พ่อแม่ของเขา, เจียงชาน, หลิวอี้ถิง และครอบครัวของหลินเจียเหวยไปเที่ยวที่ถนนนักชิมด้วยกัน
หลังจากที่ถนนนักชิมที่นี่เปิดทำการ ก็เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้มาเที่ยวที่นี่
มู่เสี่ยวหวานกล่าวว่า “ไม่คิดว่าจะมีร้านอาหารมากมายขนาดนี้ สมชื่อกับเป็นถนนนักชิมจริง ๆ ! ”
ชายชราพูดอย่างมีความสุข “ทั้งที่มีร้านขายของกินอร่อยมากมาย แต่ก่อนหน้านี้กลับไม่คิดจะพาฉันมาเที่ยวที่นี่เลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณปู่ หยุดบ่นได้แล้วครับ สุดท้ายผมก็พาคุณปู่มาอยู่ดีไม่ใช่เหรอ ? ”
หลินเจียหงตื่นเต้นมาก เธอตะโกนถามมาว่า “เสี่ยวไป๋ วันนี้เราจะกินอาหารร้านไหนดี ? ”
การมีร้านอาหารให้เลือกมากมายถือเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว เธอรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนที่มีความรู้เรื่องอาหารมากที่สุด ดังนั้นเธอจึงอยากจะขอคำแนะนำจากเขา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลืมเรื่องอาหารมื้อหนักไปได้เลย ไว้ค่อยมาเดินโซนนั้นกันวันหลัง เพราะวันนี้ผมจะพาไปโซนของกินเล่น ! ”
ถนนนักชิมแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือร้านอาหาร จะเป็นร้านกุ้งอบน้ำมัน ร้านซีฟู้ด ร้านอาหารแต่ละภาค ร้านหม้อไฟ ฯลฯ ส่วนที่สองคือเป็นโซนของกินเล่นที่ยกมาจากตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืน เรียกว่าถนนของว่าง
ชายชราพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวไป๋พูดถูก จะกินอาหารก็กินได้แค่ร้านเดียว แต่ถ้าไปกินของว่าง เราสามารถกินได้หลายร้าน”
ติงจงผิงพูดขึ้นมาทันที “คุณท่าน คุณสามารถเดินเล่นเพื่อซึมซับบรรยากาศของที่นี่ได้ แต่ของกินบางอย่างคุณท่านก็กินไม่ได้นะครับ ! ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ชายชราก็รู้สึกหงุดหงิดราวกับว่าเขากินแมลงวันเข้าไป เขาพูดด้วยความไม่พอใจว่า “นายหุบปากไม่ได้หรือไง ! ”
ติงจงผิงกล่าวว่า “อย่างไรผมก็ต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกินของคุณท่านอยู่ดีครับ ! ”
นี่คืองานของเขา เขาต้องดูแลสุขภาพของชายชรา และควบคุมอาหารการกินของเขาอย่างเคร่งครัด
ส่วนของว่างอย่างพวกของกินเล่นก็ตามชื่อ มีทั้งเครื่องปรุงที่ใส่ในปริมาณที่มาก น้ำมันที่ใช้ซ้ำ ๆ และวิธีการปรุงที่ไม่พิถีพิถันมากนัก เขาจะปล่อยให้ชายชรากินแบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร !
สำหรับเขาแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ควรพาชายชรามายังสถานที่แบบนี้ด้วยซ้ำ !
เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาตำหนิ
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ชายชรายืนกรานที่จะมาที่นี่ให้ได้ เขาจะทำอะไรได้ ?
ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน พวกเขาก็เดินมาถึงถนนของว่างที่มีไฟหลากหลายสีสันติดอยู่ทั่วถนน ทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก มีทั้งของปิ้งย่าง เต้าหู้เหม็น เต้าหู้ขนเสียบไม้ กุ้งปรุงรส บะหมี่เนื้อ บะหมี่แห้ง เกี๊ยวทอด เกี๊ยวนึ่ง บะหมี่ผัดเปรี้ยวหวาน บะหมี่เย็น บะหมี่หอยทาก ก๋วยจั๊บ เค้กข้าวเหนียว เค้กงา แพนเค้กซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ ไข่กระทะ ซุปในหม้อดินเผา ซุปเผ็ด บัวลอยใส่งาดำ ข้าวเหนียวหมัก หัวกระต่ายผัดเผ็ด…
พวกเขาไม่สามารถละสายตาไปจากมันได้เลย
“เต้าหู้เหม็น ! พ่อคะ เรามากินเต้าหู้เหม็นกันก่อนดีกว่า ! ” เจียงชานกล่าว
“พ่อ ผมก็อยากกินเต้าหู้เหม็นเหมือนกันครับ ! ” หลินจื้อเสียนตะโกนออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นมาลองชิมเต้าหู้เหม็นกันก่อน”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เขาเองก็ไม่ได้กินเต้าหู้เหม็นมานานแล้ว และยังคงคิดถึงรสชาตินั้นอยู่เลย
ตอนที่ยังเป็นตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืน มีแผงขายเต้าหู้เหม็นจากหลากหลายเมือง ทั้งเทียนจิง เซียงหนาน ฮุ่ยโจว เส้าซิง และเฉียนโจว
ตอนนี้แผงลอยริมถนนทั้งหมดถูกยกมาที่นี่ และมีหน้าร้านแล้ว และร้านแรกที่พวกเขาเลือกซื้อคือเต้าหู้เหม็น
เมื่อมองออกไปรอบ ๆ จะเห็นว่าที่นี่มีร้านเต้าหู้เหม็นมากถึง 13 ร้าน และมีลูกค้ายืนมุงเต็มทุกหน้าร้าน
ชายชราตกตะลึงจนอุทานออกมาว่า “ฉันเคยได้ยินแค่เต้าหู้เหม็นเซียงหนานและเต้าหู้เหม็นเทียนจิงเท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีเต้าหู้เหม็นจากหลายพื้นที่ขนาดนี้ ! ”
หลินเจียหงยิ้มและพูดว่า “เสี่ยวไป๋ นายรวบรวมร้านเต้าหู้เหม็นของทุกเมืองมาไว้ในที่เดียวหมดเลยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ร้านค้าในโซนนี้จะแบ่งออกเป็นสองประเภท หนึ่งคือประเภทเดียวกัน นั่นคือหมวดหมู่เดียวกันทั้งหมด จะถูกวางไว้ด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบได้ว่าพวกเขาต้องการกินร้านไหน”
“เรายังแจ้งให้ลูกค้าทราบด้วยว่าของกินเล่นชนิดเดียวกันนั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจหมวดหมู่นี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
“อีกประเภทหนึ่ง เป็นแบบผสม โดยแบ่งประเภทต่าง ๆ ตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถหาของกินเล่นประเภทต่าง ๆ ที่ต้องการเลือกกินได้โดยเร็วที่สุด”
หลินเจียหงมองดูและเห็นว่าด้านซ้ายของถนนนักชิมคือของกินเล่นประเภทเดียวกันที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดถึง และด้านขวาคือประเภทผสม
“ก็จริง ! ” หลินเจียหงถอนหายใจ หลังจากที่มองไปรอบ ๆ “ความคิดของนายนั้นช่างแตกต่างจากคนอื่นมาก เวลาจะทำอะไรนายเป็นคนที่พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบดีจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร บางทีก็มีของกินเล่นประเภทเดียวกันเยอะเกินไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ มันก็จะวุ่นวายมาก”
ในขณะที่พูดคุยกัน กลุ่มของพวกเขาก็มาที่ร้านเต้าหู้เหม็นของหูหนาน เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “พวกคุณอยู่ซื้อที่นี่แหละ เดี๋ยวผมจะไปซื้อของแต่ละร้านมาให้ชิม”
หลังจากได้ยินแบบนั้น หานนหยุนอิงก็กล่าวว่า “งั้นก็ต้องหิ้วมาเป็นสิบชุดเลยน่ะสิ งั้นเดี๋ยวฉันไปด้วย ไม่อย่างนั้นนายคงหิ้วมาไม่หมด”
“ฉันไปด้วย ! ” หลินเจียหงเห็นด้วย เธอเองก็จะไปซื้อเต้าหู้เหม็นกับหานหยุนอิง จึงเรียกหลินเจียเหวยไปด้วยกัน
คนอื่นจึงรออยู่ที่เดิม และพวกเขาก็สั่งเต้าหู้เหม็นมา 5 ถ้วยให้กับเจียงชาน, หลินจื้อเสียน และหลินจื้อหลินคนละหนึ่งถ้วย ส่วนที่เหลืออีกสองถ้วยเอาให้ทุกคนได้ลองชิม “ทุกคน เอานี่ไปแบ่งกันลองชิมคนละอันดู”
เจียงไห่หยาง, หวังซิ่วจวี๋, มู่เสี่ยวหวาน และคนอื่นต่างก็ไม่คัดค้าน ท้ายที่สุดแล้วที่นี่ก็มีของกินเล่นให้เลือกซื้อเลือกชิมเยอะมาก ถ้ากินคนละถ้วย ไม่ถึงสิบร้านก็คงจะอิ่มกันพอดี
เด็กน้อยสามคนกินอย่างเอร็ดอร่อย มู่เสี่ยวหวานและคนอื่นก็ลองชิมดูเช่นกัน ยกเว้นแค่ชายชราเท่านั้นที่ไม่ได้ชิม
ชายชราจึงถามออกมาด้วยความไม่พอใจ “แล้วของฉันอยู่ไหน ? ”