ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1405 อาจารย์ที่ดี
ตอนที่ 1405 อาจารย์ที่ดี
หลังจากที่เจียงชานจัดเรียงคำศัพท์ทั้ง 24 ตัวของไพ่นกกระจอกตามลำดับแล้ว เธอก็หยิบปากกาขึ้นมาและเขียนอักษรจีนตัวย่อแสดงถึงสัญลักษณ์ของคำศัพท์ตัวนั้น ๆ ลงไป
ติงจงผิงก็ได้แต่เฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ เธอ
“ซ่าง ต้า เหริน ชิว อี้ จี ฮัว ซาน เฉียน ฉี สือ เซียง…”
ทุกคำนั้นง่ายมาก และไม่มีคำไหนที่ไม่รู้จักเลย
ติงจงผิงอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา “ที่จริงมันก็มีคำศัพท์เต็มติดในไพ่บอกไว้อยู่แล้ว ทำไมหนูต้องเขียนตัวอักษรย่อให้มันจำได้ยากขึ้นไปอีกแบบนี้ล่ะ ? ”
เจียนชานกล่าวขณะที่เขียนไปด้วยว่า “หนูก็เคยถามคำถามนี้กับพ่อมาก่อนเหมือนกันค่ะ เขาบอกว่ามันเป็นหลักการจำง่าย ๆ ”
“หลักการจำ ? ” ติงจงผิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา และพูดว่า “การเล่นไพ่เป็นเพียงกิจกรรมบันเทิงเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น ทำไมมันถึงต้องมีหลักการจำอะไรขนาดนี้ด้วย”
เขาแสดงสายตาไม่อยากจะเชื่อออกมา
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “อาจารย์ ถ้าคุณฟังสิ่งที่หนูบอกคุณดี ๆ คุณจะรู้ว่าไพ่นกกระจอกของชิงโจวนั้นควรค่าแก่การศึกษาไว้จริง ๆ ”
ขณะที่เธอพูด เธอก็เริ่มอธิบายไปด้วย
“อาจารย์ดูที่คำศัพท์ทั้ง 24 ตัวนี้สิคะ มันมีคำใบ้อยู่ในนั้น กลอนนี้บอกเล่าถึงเรื่องราวของขงจื๊อ ที่ให้ความรู้แก่ลูกศิษย์ของเขา”
“ซ่างต้าเหริน ชิวอี้จี ฮัวซานเฉียน ไพ่เก้าใบนี้หมายความว่าผู้คนเคารพขงจื๊อเหมือนกับซ่างต้าเหริน ที่เขาได้ให้ความรู้แก่ลูกศิษย์ทั้งสามพันคน ! ”
ติงจงผิงสามารถเข้าใจสิ่งนี้ได้ ขงจื๊อ หรือก็คือ “ขงชิว” เขามีลูกศิษย์สามพันคน ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
เจียงชานกล่าวต่อ “นักปราชญ์เจ็ดสิบคน หมายความว่าลูกศิษย์ของขงจื๊อจำนวน 3,000 คนมีคนที่มีความสามารถ 70 คน ทั้งที่จริง ๆ แล้วมี 72 คน แต่เพื่อให้ง่ายต่อกติกาการเล่นบางอย่าง”
ติงจงผิงเองก็พอจะเข้าใจในเรื่องนี้เหมือนกัน
หลังจากที่พูดมาถึงคำว่า “เอ้อเสี่ยวซุน ปาจิ่วจือ เจียจั่วเหมย เค่อจือหลี่” ติงจงผิงก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “จริงด้วย หากว่าจำคำพวกนี้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปท่องจำให้ยุ่งยากอะไร ! ”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “ถูกต้อง อาจารย์ เมื่อคุณเข้าใจที่มาของไพ่ใบนี้ รวมกับความรู้เรื่องของขงจื๊อ คุณก็จะจำคำศัพท์ 24 คำนี้ไปพร้อม ๆ กันโดยที่ไม่ต้องไปท่องจำอะไรให้มันยุ่งยาก”
“ซ่างต้าเหริน ชิวอี้จี ฮัวซานเฉียน ฉีจื้อเซียน เอ้อเสี่ยวซุน ปาจิ่วจือ เจียจั่วเหมย เค่อจือหลี่ ! ”
ความทรงจำของติงจงผิงไม่ได้แย่ ภายใต้คำแนะนำของเจียงชานภายในไม่กี่นาที มันก็ทำให้เขาสามารถจดจำคำศัพท์ในไพ่นกกระจอกทั้ง 24 ใบได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ลองท่องแล้ว แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกแปลกใจ
เพราะมันจำได้ง่ายมาก !
เจียงชานยิ้มและกล่าวว่า “อาจารย์ หลังจากที่คุณจำคำศัพท์ 24 คำนี้ได้แล้ว คุณก็สามารถแยกแยะระหว่างไพ่เนื้อและไพ่ผักได้ จะทำให้การฝึกเล่นไพ่นกกระจอกง่ายขึ้นไปอีก”
ติงจงผิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและพูดว่า “ไพ่ก็มีแยกประเภทเนื้อและผักด้วยเหรอ ? ”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “การพูดถึงไพ่นกกระจอกที่เอาไปเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์และผัก หมายถึงการให้ความสำคัญของไพ่ ซึ่งก็ไม่ต่างกับอาหาร หากว่าอาหารเมนูไหนที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสม มักจะมีราคาแพงกว่าอาหารที่มีแต่ผัก ส่วนในไพ่นกกระจอกนี้ หากเราต้องการที่จะชนะ อาจารย์ต้องรวบรวมไพ่ ‘หู’ ซึ่งในไพ่กลุ่มเนื้อจะมีหู แต่ในไพ่กลุ่มธรรมดานั้นจะไม่มีหู จึงต้องรวบรวมให้ครบสามใบถึงจะมีหู ดังนั้นไพ่เนื้อจึงมีค่ามากกว่าไพ่ธรรมดา เพราะเราต้องรวบรวมหูให้ได้มาก ๆ ถึงจะชนะ”
หลังจากที่เจียงชานอธิบายออกมาอย่างละเอียด ติงจงผิงก็เข้าใจกฎการเล่นของไพ่นกกระจอกอย่างคร่าว ๆ ได้บ้าง
เมื่อมองดูลูกศิษย์คนโปรดตรงหน้าเขา ติงจงผิงก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ชานชาน หนูเป็นคนที่หัวเร็วและยังสอนได้เข้าใจง่ายมาก หากโตมาหนูได้เป็นอาจารย์ หนูจะต้องเก่งกว่าฉันแน่นอน ! ”
เจียงชานโบกมือและพูดอย่างนอบน้อม “อาจารย์ หนูไม่ได้เก่งในการสอนคนอื่น สิ่งที่หนูบอกคุณไปคือสิ่งที่พ่อสอนหนูมาก่อนหน้านี้ เขาสอนหนูด้วยวิธีนี้ ซึ่งมันทำให้หนูเข้าใจง่ายขึ้นและเรียนรู้ได้รวดเร็ว หนูจึงหยิบยกเอาวิธีสอนของเขามาสอนอาจารย์ต่อ ! ”
เอ่อ เป็นแบบนี้นี่เอง !
ติงจงผิงอดไม่ได้ที่จะมองไปทางห้องครัว และพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น พ่อของหนูก็เป็นคนที่สามารถสอนคนอื่นให้เขาใจอะไรได้ง่ายขึ้น ! วิธีการของเขานั้นดีจริง ๆ ! ”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “ใช่ค่ะ พ่อสอนหนูตลอด และวิธีการสอนของเขาก็ง่าย ทำให้หนูเรียนรู้อะไรจากเขาได้รวดเร็ว…”
เธอเรียนรู้การอ่านออกเขียนได้ คณิต หมากรุก การประดิษฐ์ตัวอักษร รูบิค ฯลฯ จากเจียงเสี่ยวไป๋ทีละอย่าง ด้วยวิธีการสอนที่เข้าใจง่ายมาก
ติงจงผิงรู้ว่าว่าเจียงชานเล่นหมากรุกเก่งมาก แม้แต่ชายชราก็ยังเอาชนะเธอไม่เคยได้ จากนั้นเขาก็ได้เห็นลายมือของเจียงชาน มันราวกับว่าเธอเป็นลิปิกรตัวน้อยอย่างไรอย่างนั้น…
จากนั้นความทรงจำของเขาเกี่ยวกับ “ความสามารถที่เป็นเลิศ” ของเจียนชานก็ได้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน มันทำให้ติงจงผิงชื่นชมเจียงเสี่ยวไป๋มากยิ่งขึ้น
“ฉันต้องหาเวลาพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋เพื่อให้เขาช่วยคิดวิธีสอนไทเก็กที่ง่ายขึ้น เพื่อให้ผู้คนสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและเชี่ยวชาญได้ภายในเวลาที่สั้นลง ! ”
ติงจงผิงอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง
เพราะเขาอยากจะส่งเสริมไทเก๊กออกไปให้ได้มากว่านี้
เพียงแต่ว่าการสอนศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมนั้น ปรมาจารย์จะสอนด้วยคำพูดและสาธิตให้ผู้ฝึกหัดดูซ้ำ ๆ และแก้ไขการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้องของพวกเขา ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะสอนให้เข้าใจในเวลาอันสั้น
ในขณะที่เขากำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เจียงชานก็ยื่นไพ่นกกระจอกที่มีตัวอักษรย่อเขียนติดไว้ และพูดว่า “อาจารย์ เพียงท่องจำตัวอักษรย่อพวกนี้ และจดจำมันให้ขึ้นใจก่อน หากว่าอาจารย์จำได้แล้ว ก็จะเล่นได้ในไม่ช้า”
ติงจงผิงรับมันมา เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้เลย ฉันจะพยายามจำมันก่อน”
ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้จริง ๆ ทั้งที่อายุจะเข้าเลขสี่แล้ว แต่ต้องมาหัดท่องจำเหมือนกับเด็ก ๆ
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “อาจารย์ งั้นหนูขอตัวไปเล่นกับเจียงซือก่อนนะคะ ! ”
“ตามสบายเลย ! ” ติงจงผิงโบกมือและพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเห็นเจียนชานวิ่งออกไปข้างนอกพร้อมกับสุนัขของเธอ ติงจงผิงก็ได้แต่มองตามแผนหลังของเธอและยิ้มออกมา
ไม่ว่าเด็กจะเก่งแค่ไหน ไม่ว่าเธอจะฝักใฝ่และตั้งใจฝึกฝนเพียงใด แต่เด็กก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ จะไม่ทิ้งธรรมชาติของพวกเขาไป นั่นคือการเล่น
เขายังหวังว่าเจียงชานจะมีวัยเด็กที่มีความสุข
จนกระทั่งร่างของเจียนชานหายไป ติงจงผิงถึงได้หยิบไพ่นกกระจอกขึ้นมาทีละใบและอ่านตัวอักษรย่อที่เจียนชานได้เขียนกำกับไว้ เพื่อให้จดจำได้ง่ายขึ้น
“ซ่าง…ต้า…เหริน…”
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
เขาไม่รู้ว่าใช้เวลานานแค่ไหน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ออกมาจากในห้องครัว ตบไหล่ติงจงผิง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่ติง พี่กำลังทำอะไรอยู่ ? ”
ติงจงผิงหันกลับมาเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ จึงพูดอย่างไม่พอใจ “คุณมากะทันหันแบบนี้ เกือบทำให้ฉันตกใจตายได้เลยนะ ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็พูดต่อว่า “จะทำอะไรได้อีก คุณท่านได้สั่งให้ฉันท่องจำศัพท์ทั้งหมดของไพ่นกกระจอกภายในวันนี้ และเขายังต้องการให้ฉันฝึกเล่นไพ่นกกระจอกด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเสียงดังหลังจากได้ยินแบบนี้ “พี่ติง การมาที่ชิงโจวในครั้งนี้เท่ากับว่าพี่ได้มาเรียนรู้อะไร มากมายเลยนะ ! ”
ติงจงผิงเม้มริมฝีปาก เป็นแบบนั้นจริง ๆ เหรอ ?
มันก็จริง ภายในสิบวันนับตั้งแต่ที่เขามาที่ชิงโจว เขาได้เรียนรู้วิธีนวดเท้าและเทคนิคการเล่นหมากรุกไปแล้ว และตอนนี้เขาก็เริ่มเรียนรู้วิธีเล่นไพ่นกกระจอกอีก
เขาจึงสงสัยว่าชายชราจะสั่งให้เขาไปเรียนรู้อะไรอีกในอนาคต
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ช่างเถอะครับ หยุดท่องจำคำศัพท์เหล่านี้ได้แล้ว พักกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยมาท่องจำมันอีกทีหลังจากที่กินข้าวเสร็จก็ได้ ! ”
ติงจงผิงรู้สึกเหมือนกำลังได้รับการอภัยโทษ เขาจึงรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “ได้ ๆ ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ ! ”
พวกเขาทั้งสองไปที่ลานบ้านด้วยกันและเรียกชายชรา เจียงไห่เทียน เจียงไห่หยาง และเจียงไห่โปมาทานข้าว
“พวกเธอก็เอาอาหารมาวางไว้บนโต๊ะรอก่อนได้เลย ทันทีที่จบเกมนี้ พวกเราจะรีบไปกิน ! ” ชายชราพูดขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจสักเท่าไหร่
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถ้าอาหารไม่อยู่บนโต๊ะ ผมจะเรียกปู่ให้มาทานข้าวทำไมล่ะครับ ! ”
ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังต้องรอจนกว่าชายชราและคนอื่นจะเล่นเสร็จ และเข้ามากินข้าวพร้อมกันอยู่ดี