ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1408 ล็อตเตอรี่หลอกให้ความหวัง
ตอนที่ 1408 ล็อตเตอรี่หลอกให้ความหวัง
ชายชรารู้ด้วยว่าตั้งแต่เขามา หลินเจียอินก็ไปทำงานในเมืองทุกวัน ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็ต้องอยู่กับเขาที่บ้านเสมอ เขาไม่เคยไปทำงาน หรือเห็นว่าเขาทำงานมาก่อนเลย
เขารู้สึกผิดเล็กน้อยและกังวลว่าการมาของเขาจะส่งผลกระทบต่องานของเจียงเสี่ยวไป๋ ดังนั้นเขาจึงเริ่มพูดมันออกมา
เขามีแผนอยู่ในใจ และรู้สึกว่าเขาได้อยู่ที่ชิงโจวมาระยะหนึ่งแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่อยากกลับไป แต่ก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับไปแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋ฟังคำพูดของชายชราและยิ้มออกมา “มันเป็นเรื่องที่ผมได้ทำค้างไว้ก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้เร่งขนาดนั้นครับ ซึ่งผมก็ลืมมันไปแล้วด้วย ! ”
“ฮ่าฮ่า…” ชายชรายิ้มออกมา และมองตรงไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนจะพูดว่า “ถ้ามันไม่สำคัญขนาดนั้น นายจะคุยจนลืมกินข้าวเที่ยงหรือไง ถ้ามันไม่สำคัญขนาดนั้น นายจะสามารถคุยกันนานสามสี่ชั่วโมงเลยเหรอ ? ”
“อย่าหลอกฉันเลย ฉันแก่แล้ว แต่ฉันไม่ได้หลอกง่ายขนาดนั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณปู่ ที่ผมบอกไปเป็นความจริง มันไม่สำคัญเลยจริง ๆ เหตุผลที่เราคุยกันนานมากก็เพราะเราตื่นเต้นในขณะที่คุยเรื่องนี้ต่างหากครับ เราไม่ได้คุยกันเรื่องงานมากนัก ส่วนใหญ่เป็นเพราะคุยสนุกเลยคุยนานโดยไม่รู้ตัวมากกว่าครับ”
ชายชรายังคงไม่เชื่อและพูดอย่างจริงใจ “ถ้านายมีงาน ก็แค่บอกฉันมาตามตรง ไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไร แค่บอกฉันมาก็เท่านั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณปู่ คุณปู่อาจไม่เชื่อ สิ่งที่ผมพูดไปในวันนี้ล้วนเกี่ยวกับโครงการที่ต้องใช้เวลาสิบกว่าปี จะทำช้าหรือทำเร็วก็ไม่ต่างกันครับ”
“ก็แค่รองนายกเทศมนตรีหลี่และผู้อำนวยการเหอมาที่นี่เพื่อถามรายละเอียดของเรื่องนี้ก็เท่านั้นครับ”
“อ้อ ? ” ชายชราเหลือบมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ และถามด้วยความสงสัยว่า “นายบอกว่าพวกนายกำลังพูดถึงงานระยะยาวที่ต้องใช้เวลาสิบกว่าปี แต่แม้โครงการจากเบื้องบน ยังใช้เวลานานสุดแค่ห้าปีเท่านั้น โครงการอะไรจะใช้เวลานานขนาดนั้น ? นายคิดว่าคนแก่อย่างฉันโง่มากนักหรือไง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม และพูดว่า “คุณปู่ ถ้าคุณปู่ไม่เชื่อ งั้นผมจะบอกรายละเอียดของโครงการนี้ให้คุณปู่ฟังก็แล้วกัน”
“ดีมาก ! ” ชายชราพูดด้วยความสนใจอย่างยิ่ง “ขอฟังสิ่งที่นายวางแผนไว้หน่อยเถอะ ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นงานประเภทไหนถึงต้องใช้เวลานานขนาดนั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้อธิบายแนวคิดโดยรวมของเขาเกี่ยวกับการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวในชิงโจวให้ชายชราฟังอย่างละเอียด
ไม่เพียงแต่ชายชราเท่านั้น แต่ติงจงผิงยังยืนฟังที่เขาพูดอย่างตั้งใจอีกด้วย
การบรรยายนี้กินเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋หยุดพูด ชายชราก็ได้พูดออกมาว่า “ทำไมนายไม่พูดต่อล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณปู่ ผมพูดหมดแล้ว จะให้ผมพูดอะไรได้อีก ? ”
ชายชราอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “พูดจบแล้วเหรอ ! ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่ครับ ผมได้อธิบายให้คุณปู่ฟังไปหมดแล้วถึงรายละเอียดในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวในชิงโจวของเรา แล้วจะให้ผมบอกอะไรคุณปู่อีกล่ะ ? ”
ชายชราพูดอย่างมีความสุข “เสี่ยวไป๋ ฉันรู้สึกประทับใจมากหลังจากได้ยินแผนพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวในชิงโจวของนาย ! ”
“โครงการระยะยาวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศเรา”
“ฉันคิดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้นเร็วมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี และยังง่ายต่อการสร้างโครงการบางอย่างขึ้นมา แต่ก็เสี่ยงต่อการเกิดเศรษฐกิจฟองสบู่ เพราะทุกอย่างมันเติบโตรวดเร็วเกินไป เกิดภาวะราคาของสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเก็งกำไร นำมาซึ่งข้อเสียมากมายต่อสังคม”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นหลังจากได้ยินแบบนี้ และชื่นชมการคาดการณ์ของชายชรา
ปรากฏการณ์นี้กินเวลายาวนานจริง ๆ และต่อเนื่องจนกระทั่งเขาเสียชีวิตไปในชาติก่อน ในขณะที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็นำมาซึ่งความเจ็บปวดมากมายเช่นกัน
แต่เขารู้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเปลี่ยนแปลงได้
และโดยทั่วไปแล้ว การพัฒนาในช่วงประวัติศาสตร์ใดก็ตามย่อมมีข้อจำกัดทางประวัติศาสตร์อยู่ด้วย ปรากฏการณ์เหล่านี้จะเป็นราคาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องจ่าย สำหรับการพัฒนาที่รวดเร็วเกินไปของสังคม
แต่ตราบใดที่ทิศทางโดยรวมถูกต้องและตราบใดที่ข้อดีมีมากกว่าข้อเสีย ที่เหลือก็ถือว่ายังคุ้มค่า
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณปู่ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ การก่อสร้างขนาดใหญ่ย่อมสร้างความเสียหายบ้างเล็กน้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับที่คุณปู่ต้องเสียสละ เพื่อชัยชนะที่ได้มา”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ชายชราก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า และพูดอย่างมีความสุข “สิ่งที่นายพูดมาก็สมเหตุสมผล ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็โบกมือและพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างโศกเศร้า “ลืมไปเถอะ ฉันอายุเกือบร้อยปีแล้ว และขาก็ก้าวลงโลงไปแล้วข้างหนึ่ง ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะกังวลในเรื่องนี้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกเศร้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนี้ เมื่อคนเราแก่ตัวไปแล้ว ใครก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันพรุ่งนี้ ?
ไม่ว่าเราคิดจะต่อต้านมันมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงกฎแห่งธรรมชาติของการเกิด แก่ เจ็บ และตายได้
สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือดูแลชายชราให้ดีและปล่อยให้เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในบั้นปลายชีวิตของเขา จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ดังนั้นคุณปู่ก็ควรจะอยู่ในบ้านของผมให้นานกว่านี้ ดูนั่นสิ ที่นี่ยังมีภูเขาที่เขียวขจี แม่น้ำที่ใสสะอาด มีลุง พ่อ และอาของผมอยู่เป็นเพื่อน เป็นช่วงเวลาที่ดีมากเลยนะครับ ! ”
“สำหรับงานของผม คุณปู่ไม่ต้องไปกังวลกับมันเลยครับ ! ”
“ก่อนที่คุณปู่จะมาที่นี่ ผมก็เป็นเจ้าของบริษัทที่ไม่ค่อยใส่ใจงานแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วครับ จริง ๆ แล้วผมดูแลกิจการของบริษัทเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
เมื่อชายชราได้ยินที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด เขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ตราบใดที่มันไม่ส่งผลกระทบต่อนาย ฉันก็จะอยู่ในบ้านของนายต่อไปอีกสักพักหนึ่ง และใช้ชีวิตที่นี่ให้มีความสุข”
“นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม
จากนั้น ชายชราก็อยู่ที่บ้านของเสี่ยวไป๋ต่ออย่างสบายใจ เขาใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ โดยไม่พลาดที่จะสนุกสนาน พักผ่อนและดูแลสุขภาพในทุก ๆ วัน
ในช่วงเวลานี้ หลินต้าเหว่ยและหลิวอิ้ถิงก็มาที่เจียงวานทุกสุดสัปดาห์ เพื่อใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับชายชรา และก็กลับไปที่เจี้ยนหยางในวันจันทร์
ส่วนหลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วจะโทรหาชายชราเกือบทุกคืน เพื่อถามไถ่ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาในชิงโจว และทุกครั้งที่พวกเขาได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงของชายชรา ทั้งคู่ก็รู้สึกโล่งใจ
ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ก็มีชีวิตชีวามากขึ้นเหมือนกัน เนื่องจากมีชายชรามาอยู่ด้วยกัน
ชายชรายังคงมีนิสัยชอบออกไปเดินเล่นทุกวัน บางครั้งเขาก็ไปเที่ยวตามบ้านต่าง ๆ เพื่อพูดคุยกับชาวบ้าและสูบบุหรี่กับสองพี่น้องอย่างเฉิงหยวนชาง, เฉินหยางเซิ่ง , หยางฉางฮุ่ย, หยางจื้อหยุน, หูฉางจวินและหูฉางปิง
บางครั้ง ชายชราก็จะพาติงจงผิงและเจียงชานไปที่ศูนย์กิจกรรมของหมู่บ้าน เพื่อดูการแพ็คผักนอกฤดูที่ถูกส่งออกไปโดยยานพาหนะของทหาร
หรือไม่ก็ซื้อล็อตเตอรี่เสี่ยงโชคสักสองสามใบที่จุดขายล็อตเตอรี่แห่งความหวัง ซึ่งก็อยู่ถัดจากโรงอาหารที่ให้เฉียวว่านซานมาดูแล
น่าเสียดายที่โชคของชายชราดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก ทุกครั้งที่เขาซื้อทุกสิบหยวน เขาไม่เคยถูกรางวัลแม้แต่หยวนเดียวเลย
เขาโกรธมากจนเริ่มตำหนิเจียงเสี่ยวไป๋ โดยบอกว่าสิ่งที่เขาทำไม่ใช่ล็อตเตอรี่่แห่งความหวัง แต่เป็นล็อตเตอรี่หลอกให้ความหวังต่างหาก
เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายให้เขาฟัง แต่เขาก็ยังปฏิเสธที่จะฟังและยังให้เจียงเสี่ยวไป๋ซื้อมันเป็นเพื่อนเขาอีกด้วย
เป็นผลให้เจียงเสี่ยวไป๋ต้องจำใจซื้อมา 10 หยวน แต่สุดท้ายเขาก็ได้รับรางวัลจริง ๆ ทั้งยังได้รางวัลเป็นเงิน 20 หยวน ซึ่งทำให้ชายชราโกรธและอิจฉามาก
เขาเอาแต่พูดด้วยความโกรธว่าเจียงเสี่ยวไป๋ต้องโกงแน่ ๆ
จนกระทั่งเจียงเสี่ยวไป๋ซื้อมันอีกครั้งในภายหลัง และสถานการณ์ก็เหมือนกับของชายชรา ซึ่งในครั้งนี้เขาไม่ถูกล็อตเตอรี่ ทำให้ในที่สุดชายชราก็ยอมแพ้และหยุดพูดถึง ‘ล็อตเตอรี่หลอกให้ความหวัง’ ทันที