ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1411 โทรหาลู่จือเจี้ยน
ตอนที่ 1411 โทรหาลู่จือเจี้ยน
คำอธิบายของเจียงเสี่ยวไป๋ทำให้ถังจิงเทียน, หลี่หมิงซาน และคนอื่นพอจะเข้าใจในเรื่องนี้ขึ้นมาบ้าง
ต้องยอมรับว่าเจียงเสี่ยวไป๋รู้มากกว่าคนทั่วไปจริง ๆ
ถังจิงเทียนพูดด้วยรอยยิ้มว่า “สิ่งที่คุณพูดก็สมเหตุสมผล ที่ดินทั้งสามนี้ไม่ได้ใช้ทำอะไรอยู่แล้ว ดังนั้นฉันอาจให้คุณลองเอามาทำบ้านเช่าอย่างที่คุณว่า หากได้ผลลัพธ์ที่ดีก็ทำเพิ่มอีกในอนาคต ส่วนเราจะหาที่ดินที่ใช้สร้างบ้านเช่าราคาประหยัดและห้องเช่าสาธารณะให้เพิ่ม”
หลี่หมิงซานก้มหน้าลงและคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันคิดว่าความคิดที่คุณบอกมานั้นดี แต่มีคำถามอยู่หนึ่งข้อที่ฉันยังคงสงสัยอยู่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามว่า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ? ”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ตอนนี้คุณกำลังพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของคุณอย่างจริงจัง อย่างเช่นคอนโดและวิลล่าในโครงการอาคารชิงโจว แต่คุณบอกว่าคุณจะสร้างบ้านเช่าราคาถูกและห้องเช่าสาธารณะขึ้นมาอีก ซึ่งที่อยู่อาศัยในโครงการของคุณก็ต้องขายออกไป แต่หากคุณทำบ้านเช่าราคาถูกและห้องเช่าสาธารณะขึ้นมาแบบนี้ แล้วใครมันจะไปซื้อบ้านราคาสูงในโครงการของคุณกันล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเสียงดังหลังจากได้ยินแบบนี้ “รองนายกเทศมนตรีหลี่ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย ที่อยู่อาศัยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ หากพวกเขามีความสามารถในการหาเงิน พวกเขาย่อมเต็มใจที่จะซื้อบ้านที่มีคุณภาพดีกว่าอยู่แล้ว”
“ส่วนมากคนที่จะเช่าบ้านราคาถูกอาศัยอยู่นั้น จะเป็นคนที่กำลังหางานและสร้างตัว แต่เมื่อพวกเขาหาเงินได้ และมีเงินเก็บมากพอ พวกเขาก็จะย้ายไปอยู่ในที่ที่ราคาสูงขึ้นที่ผมได้ทำไว้ และไม่นานพอมีกำลังซื้อ ก็จะซื้อมาเป็นของตัวเอง”
แต่ดูท่าทางของหลี่หมิงซานแล้วยังคงไม่เชื่อ
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “เหล่าหลี่ แม้แต่เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ไม่ได้กังวลกับเรื่องนั้น แล้วคุณจะกังวลไปทำไม ฉันคิดว่าปล่อยให้เขาจัดการมันไปเถอะ ไม่ว่าอย่างไรเทศบาลเมืองของเราก็มีหน้าที่แค่สนับสนุนอยู่แล้ว ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ถังจิงเทียนพูด หลี่หมิงซานก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก เขาได้แต่พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ งั้นก็ทำตามที่ผู้ช่วยเจียงต้องการเลยแล้วกัน”
หลังจากที่หลายคนเห็นพ้องต้องกัน ถังจิงเทียนก็ถามว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณวางแผนจะทำอะไรต่อไป ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “งั้นเรามาเริ่มก่อสร้างที่หม่าเจียซานก่อน จากนั้นก็ให้ผู้คนที่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานย้ายไปอยู่ที่นั่นชั่วคราวโดยเร็วที่สุด และค่อยเร่งรื้อถอนระยะหลัง”
ถังจิงเทียนได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋พูดว่าควรเริ่มทำการก่อสร้างบ้านพักชั่วคราวที่หม่าเจียซาน เขาก็เตือนออกมาว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันเคยวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียให้คุณฟังมาก่อนแล้ว เมื่อปี 1949 ที่นั่นมีหลุมศพจำนวนมาก ทุกคนในชิงโจวก็รู้เรื่องนี้ดี หากคุณสร้างบ้านพักชั่วคราวตรงนั้นและย้ายพวกเขาไปอยู่ที่นั่น ถ้าหากว่าพวกเขาไม่ยอมย้ายไปล่ะ จะทำอย่างไร?”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นายกเทศมนตรีถัง ไม่ต้องกังวลไป ไม่มีสถานที่ไหนที่ไม่มีประวัติ และผู้คนจะอยู่ไม่ได้ มีเพียงความคิดของพวกเขาเท่านั้นที่คิดว่ามันดีหรือไม่ดี”
“แม้ว่าในอดีตที่หม่าเจียซานจะมีหลุมศพจำนวนมาก จึงทำให้ที่นั่นไม่มีคนไปอยู่ และกลายเป็นสถานที่รกร้าง ผู้คนจึงมีอคติต่อที่นั่น แต่ตราบใดที่ผมทำให้ที่นั่นกลายเป็นสถานที่ที่น่าอยู่และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี พวกเขาจะต้องชอบหลังจากที่ได้เห็นมันแน่นอน เรื่องนี้ผมคิดว่าแก้ปัญหาได้ไม่ยากหรอกครับ”
ถังจิงเทียนยังคงกังวลเล็กน้อยและพูดว่า “ในเมื่อคุณเป็นคนตัดสินใจ ก็อย่าปล่อยให้อะไรผิดพลาดก็พอ เราจะได้ไม่เสียเวลาทำงานโดยเปล่าประโยชน์”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมจะรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของผมเองครับ”
เมื่อถังจิงเทียนได้ยินที่เขาพูดออกมา ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอกและถามต่อว่า “เอาล่ะ ฉันเองก็ตั้งตารอดูเหมือนกันว่าชุมชนใหม่ที่คุณสร้างขึ้นนั้นจะเป็นอย่างไร”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แต่ตอนนี้ผมอยากให้คนไปตรวจสอบและส่งแบบสำรวจทางธรณีวิทยาของหม่าเจียซานมาให้ผมดูก่อน”
หลี่หมิงซานยิ้ม และพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง หลังจากที่เราได้ตัดสินใจเลือกสถานที่ทั้งสามแห่งแล้ว เราก็ได้ทำการสำรวจทางธรณีวิทยาอีกครั้ง ก่อนมาฉันก็ได้นำแบบสำรวจติดตัวมาด้วย”
เมื่อพูดอย่างนั้น เขาก็หยิบแผนที่สำรวจทางธรณีวิทยาสามแผ่นออกจากกระเป๋าของเขา และมอบให้กับเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋รับมันมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “รองนายกเทศมนตรีหลี่ พวกคุณเตรียมไว้อยู่แล้วหรือ”
หลี่หมิงซานยิ้มและพูดว่า “ในเมื่อคุณไม่เข้าไปในเมือง ฉันก็ขี้เกียจที่จะเดินทางไปมา ดังนั้นฉันจึงเตรียมของที่จำเป็นมาทั้งหมดเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “บ้านของผมก็ไม่ได้อยู่ไกลจากในเมือง คุณจะขี้เกียจไปทำไม ได้มาที่นี่บ่อยและยังได้กินข้าวที่บ้านผมมันไม่ดีเหรอครับ ? ”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ตอนนี้คุณกำลังใช้ชีวิตไม่ต่างจากราชา ขนาดนายกเทศมนตรีถังที่มีงานยุ่งยังต้องได้มาหาคุณถึงที่บ้าน ใครมันจะมีเวลาว่างให้เสียเวลาเหมือนคุณกัน”
ในเวลานี้ ถังจิงเทียนยืนขึ้นและพูดว่า “ใช่ หลังจากที่ฉันบอกคุณทุกอย่างแล้ว เราก็ต้องรีบกลับไปทำงานต่อแล้ว”
ทันทีที่เขายืนขึ้น หลี่หมิงซาน, เหอซาน, หม่าว่านหลี่ และเฟ่ยถูจือก็ยืนขึ้นเช่นกัน
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แต่ตอนนี้มันจะเที่ยงแล้วนะครับ ถ้าผมไม่ได้เลี้ยงข้าวพวกคุณก่อนกลับไปทำงาน ผมคงจะไม่สบายใจแย่เลย”
ถังจิงเทียนโบกมือ “ลืมไปเถอะ รอจนกว่าเราจะทำงานช่วงนี้เสร็จไปก่อน แล้วค่อยนัดกันอีกที”
เมื่อเห็นว่าเขาดูยุ่งมาก เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่คิดที่จะถ่วงเวลาพวกเขาต่อไป จากนั้นเขาก็ไปส่งคนทั้งห้าไปที่โรงรถใต้ดิน หลังจากที่รถสองคันขับออกไปแล้ว เขาก็กลับมาที่ห้องทำงานของเขาต่อ
หลังจากนั่งลงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็จุดบุหรี่ก่อน จากนั้นจึงวางแบบสำรวจทางธรณีวิทยาของชีหลี่ผิงและฟู่เจียป๋อลงไป และหยิบแบบสำรวจทางธรณีวิทยาของหม่าเจียซานขึ้นมาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง
ในชีวิตก่อนของเขา เขาได้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายโครงการและยังได้ออกแบบหลายโครงการด้วยตัวเอง การอ่านแบบสำรวจทางธรณีวิทยาจึงกลายเป็นทักษะพื้นฐานของเขา ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาที่จะเข้าใจทันทีหลังจากที่ดูมันอย่างละเอียด
หลังจากดูมาสักพักแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็เกิดความคิดภายในใจ
เมื่อวางภาพแบบสำรวจทางธรณีวิทยาลงแล้ว เขาก็นั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมากดโทรออกทันที
ไม่นาน สายก็ได้มีการเชื่อมต่อ เสียงทุ้มของผู้ชายก็ดังมาจากปลายสาย ถามขึ้นมาว่า “ไม่ทราบว่าใครโทรมา ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “สวัสดีคุณลู่ ฉันเจียงเสี่ยวไป๋เอง ! ”
“ผู้ช่วยเจียง ! ” จู่ ๆ เสียงของลู่จือเจี้ยนก็ดูกระสับกระเฉงขึ้นมา เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและพูดด้วยน้ำเสียงที่เคารพว่า “ผู้ช่วยเจียง ตั้งแต่ฉันเข้าร่วมเจียงเจียกรุ๊ปของคุณ ยอมรับเลยว่าฉันเจอคุณนับครั้งได้”
หากเจียงเจียกรุ๊ปต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ก็จำเป็นต้องมีสถาบันการออกแบบ ดังนั้นเมื่อปีที่แล้วถานซิงซานจึงไปจ้างลู่จือเจี้ยนและลูกศิษย์สองคนของเขาอย่างผางต้าไห่และโม่เสี่ยวฉีให้ก่อตั้งสถาบันการออกแบบแยกต่างหาก สถาบันยังดำเนินธุรกิจภายนอก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการออกแบบโครงสร้างอุตสาหกรรมทั้งหมดภายใต้เจียงเจียกรุ๊ป
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณลู่ คุณก็รู้ว่าฉันยุ่งกับงานในบริษัททั้งวัน ส่วนพวกคุณเองก็สามารถทำงานได้โดยที่ไม่ต้องขอคำแนะนำอะไรจากฉัน ดังนั้นเราจึงไม่ได้เจอกันสักเท่าไหร่”
“อีกสักพัก ฉันจะเชิญคุณ ผางต้าไห่ และโม่เสี่ยวฉีมาทานอาหารเย็นด้วยกัน”
ลู่จือเจี้ยนไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำพูดนี้มากนัก เพราะคิดว่าเป็นไปตามมารยาท แต่เขายิ้มและพูดว่า “คุณต้องดูแลกิจการทั้งหมดของบริษัท ถ้าคุณไม่ทำ มันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน”
“แล้วทำไมวันนี้จู่ ๆ คุณถึงได้โทรมาหาฉัน มีโปรเจ็กต์ใหญ่อะไรจะให้ฉันทำอย่างนั้นเหรอ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณลู่ โครงการนี้ไม่ใช่โครงการใหญ่อะไร เป็นโครงการใหม่ แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็สามารถขยายไปได้ทั่วประเทศ ดังนั้นฉันจึงให้ความสำคัญกับมันมาก”
ลู่จือเจี้ยนเงยหน้าขึ้นทันทีที่เขาได้ยินเช่นนี้ และถามออกมาอย่างรวดเร็วว่า “เยี่ยมมาก คุณอยู่ที่ออฟฟิศหรือเปล่า ฉันจะได้ไปหาคุณตอนนี้เลย เราจะได้พูดคุยรายละเอียดกันซึ่ง ๆ หน้า”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบตอบออกไปว่า “ฉันไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศ พอดีตอนนี้ฉันอยู่ที่บ้าน”
“ถ้าคุณต้องการมาหา ก็พาผางต้าไห่และโม่เสี่ยวฉีมาด้วย ฉันจะได้ถือโอกาสนี้เลี้ยงอาหารค่ำพวกคุณที่บ้านของฉันไปด้วยเลย”
“ได้เลย ! ” ลู่จือเจี้ยนรีบตกลงทันที