ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1415 ชายชรากำลังจะกลับไป
ตอนที่ 1415 ชายชรากำลังจะกลับไป
“ว่าอย่างไรครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ติงจงผิง และถามด้วยเสียงทุ้ม
ติงจงผิงยิ้มและพูดว่า “มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แค่คุณท่านบอกฉันเมื่อคืนนี้ว่าเขาจะกลับไปที่เทียนจิงในอีกไม่กี่วันนี้ก็เท่านั้น ? ”
อ่า ?
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะมองไปที่ชายชรา ผู้เฒ่าไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับเขาเลยเหรอ ?
เขาถามด้วยความสับสน “พี่ติง ทำไมคุณปู่ถึงจะกลับไปในเร็ว ๆ นี้ล่ะครับ ? ”
ตอนนี้ชายชราก็อาศัยอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขและยังมีกิจกรรมที่สนุกสนานให้เขาได้ทำ
เจียงเสี่ยวไป๋จึงหวังว่าชายชราจะอยู่ที่นี่นานกว่านี้ !
ติงจงผิงกล่าวว่า “เราอยู่ที่นี่มาได้สองเดือนแล้ว จึงถือว่าเป็นเวลาที่นานมาก ๆ แม้แต่ในเจียงเฉิง คุณท่านก็ไม่เคยไปอยู่ที่นั่นนานขนาดนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก็เพราะที่บ้านของผมมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนก็ได้ครับ ! ”
ติงจงผิงเหลือบมองชายชราแล้วถอนหายใจออกมา “ไม่ก็บางที… คุณท่านอาจมีความคิดของตัวเองบางอย่างก็เป็นได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ดีว่าเมื่อชายชราได้ตัดสินใจอะไรไปแล้ว คงจะเป็นการยากที่จะเปลี่ยนแปลงมัน เขาจึงได้แต่ถอนหายใจและถามว่า “แล้วคุณปู่บอกว่าจะกลับไปเมื่อไหร่เหรอครับ ? ”
ติงจงผิงกล่าวว่า “วันเกิดของคุณท่านจะถึงในอีกสิบเอ็ดวัน เขาบอกว่าเขาจะฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปีที่บ้านของคุณแล้วก็กลับไปที่เทียนจิง ! ”
“อีกสิบเอ็ดวันจะถึงวันเกิดของคุณปู่แล้วเหรอ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขาเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท และแอบโทษตัวเองที่เขาจำไม่ได้
ในวันเกิดของชายชราเมื่อปีที่แล้ว เขายังโทรหาชายชราเพื่ออวยพรให้เขาเป็นพิเศษ แต่ปีนี้ชายชราอยู่ที่บ้านของเขาแท้ ๆ แต่เขาเกือบลืมเรื่องนี้ไป
แต่ถึงอย่างนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังคงมีความสุขมากที่ชายชราตัดสินใจว่าจะอยู่ฉลองวันเกิดที่บ้านของเขา เขาจึงรีบพูดว่า “แล้วคุณปู่มีการจัดเตรียมอะไรเป็นพิเศษสำหรับวันเกิดของเขาไหมครับ ? ”
ติงจงผิงกล่าวว่า “คุณท่านเพียงบอกว่าเขาจะไปที่เจี้ยนหยางอีกครั้งในวันเกิดของเขา ส่วนเรื่องอื่น เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา”
เขาเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง ก็พูดต่อ “แต่… ฉันคิดว่าปีนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 100 ปีของชายชรา ลุงใหญ่และลุงรองของคุณอาจจะมาร่วมฉลองด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึง ลุงใหญ่กำลังจะมาที่ชิงโจวอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ !
วันเกิดของชายชราช่างน่าตื่นเต้นเสียจริง !
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหลินต้าจ้าวมาแล้ว หลินเจียเหลียง, หลินเจียตง และสมาชิกในครอบครัวหลินทุกคนก็จะติดตามพวกเขามาอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว วันเกิดของชายชราในปีนี้ก็ไม่เหมือนกับปีก่อน ๆ วันเกิดครบรอบ 100 ปีของเขา ลูกหลานของเขาทั้งหมดจะไม่มาร่วมฉลองด้วยได้อย่างไร ?
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่กังวลเกี่ยวกับการมาของตระกูลหลิน เพราะถึงอย่างไรบ้านของเขาก็กว้างขวางและสามารถรองรับพวกเขาได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
แต่สิ่งเดียวที่เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยก็คือคนในตระกูลหลินจะต้องเดินทางไป ๆ มา ๆ
ทำให้เขารู้สึกว่ามันจะดีกว่าถ้าชายชรากลับไปฉลองวันเกิดของเขาที่เทียนจิง เนื่องจากจะได้ไม่มีคนมารบกวนเขา และลูกหลานคนอื่นก็จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางอีกด้วย
แต่ชายชราได้ตัดสินใจที่จะอยู่ที่เจียงวานเพื่อฉลองวันเกิด เจียงเสี่ยวไป๋จึงทำได้เพียงเตรียมตัวและไม่คิดจะออกความเห็นอะไร ไม่เช่นนั้นชายชราจะพูดว่า: อะไรนะ ? ฉันอยากฉลองวันเกิดที่บ้านของนาย แต่นายกลับไล่ให้ฉันไปฉลองที่เทียนจิงอย่างนั้นเหรอ ?
ติงจงผิงดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋คิด เขาจึงพูดออกมาว่า “คุณท่านบอกว่า แม้ว่าครั้งนี้ลุงใหญ่ของคุณจะมา แต่เขาคงไม่สร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่อีกแล้ว และคงไม่แจ้งให้เทศบาลชิงโจวทราบด้วยซ้ำ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ติงจงผิงพูด เจียงเสี่ยวไป๋ก็เข้าใจหลังจากคิดถึงเรื่องนี้
ท้ายที่สุดแล้ว หลินต้าจ้าวก็เพิ่งมาที่ชิงโจวเพื่อดูงานเมื่อเดือนที่แล้ว และมันจะกลายเป็นข่าวใหญ่แน่นอนหากว่าเขากลับมาที่นี่อีกครั้งในเวลาไล่เลี่ยกันไม่ถึงสองเดือน
ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าถ้าเลือกเดินทางมาแบบส่วนตัว
เขาพยักหน้าและพูดว่า”ผมรู้ครับ งั้นในช่วงนี้ผมก็จะเตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน ! ”
ติงจงผิงพูดด้วยรอยยิ้ม “ด้วยสถานการณ์ของครอบครัวคุณ คุณยังต้องเตรียมพร้อมอะไรอีกอย่างนั้นเหรอ ? ”
“แค่เตรียมรถไปรับในวันที่พวกเขามาถึงก็พอแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม ใช่แล้ว ที่บ้านของเขาไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องเลย และไม่มีอะไรที่ต้องเตรียมเป็นการพิเศษ
อย่างไรก็ตาม ยังคงจำเป็นต้องเตรียมเค้กวันเกิดชิ้นใหญ่ให้ชายชรา เขาจึงยิ้มและพูดออกมาว่า “ถ้าอย่างนั้นผมจะทำเค้กวันเกิดให้คุณปู่ด้วยตัวเองปอนด์ใหญ่ เพื่อที่ทุกคนจะได้กินมันด้วยกัน ! ”
ติงจงผิงกล่าวว่า “ถ้าคุณทำเค้กวันเกิด คุณก็ต้องเตรียมบะหมี่อายุยืนไว้อีกหนึ่งชามด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า “ใช่สิ ผมมัวแต่คิดถึงเรื่องอื่นไป จนลืมที่จะคิดเรื่องการเตรียมบะหมี่อายุยืนไปเลย ! ”
ทั้งสองคุยกันสักพัก จากนั้นติงจงผิงก็พูดว่า “ฉันคาดว่าคุณท่านจะหาโอกาสบอกคุณด้วยตัวเอง ถ้าเขาไม่บอกคุณ คุณก็ไม่ต้องถามเขา ทำเป็นว่าไม่รู้เรื่องนี้ และอย่าเพิ่งบอกคนในครอบครัวก็แล้วกัน”
ถ้าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด เขาก็คงไม่คิดจะบอกย้ำกับเจียงเสี่ยวไป๋อีกครั้ง
แต่ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับได้ยินคำพูดของเขาชัดเจนทุกอย่างในคราวเดียว
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ชายชราโกรธ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพูดออกมาแบบนี้
“ผมรู้ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
ทั้งสองคุยกันอย่างเงียบ ๆ และผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีโดยไม่รู้ตัว ชายชราที่แต่เดิมนั่นเล่นไพ่อยู่ได้ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “วันนี้ฉันพอแค่นี้ก่อน ฉันนั่งนานเกินไปแล้ว พวกคุณทั้งสามก็เล่นกันไปเลยนะ ฉันขอตัวไปเดินเล่นสักพักก่อน”
ในช่วงที่นั่นเล่นไพ่ ชายชรามักจะออกจากเกมกลางคันเสมอ เจียงไห่เทียน เจียงไห่หยาง และเจียงไห่โป ต่างคุ้นเคยกับมันดี ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ตำหนิอะไรชายชราเลย
เจียงไห่เทียนยิ้มและพูดว่า “ได้เลยท่านผู้เฒ่า ไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายสักครู่ก่อนเถอะ ถ้าคุณยังอยากต่อสู้กับพวกเราอีก ก็กลับมาเล่นใหม่ได้เสมอเลย ! ”
“ได้เลย ๆ ! ” ชายชราตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋เห็นแบบนั้น เขาก็ยิ้มให้ติงจงผิงและพูดว่า “เห็นไหมครับ คุณปู่ก็มีความยับยั้งชั่งใจในตัวเองอยู่ หากว่านั่งนานแล้วเริ่มปวดเมื่อย เขาก็จะหยุดของเขาไปเอง ! ”
ติงจงผิงยิ้มและพูดว่า “ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีนิสัยไม่ต่างกันจริง ๆ ยิ่งห้ามพวกเขามากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งดื้อกับเรามากขึ้นเท่านั้น แต่หากว่าเราไม่พูดอะไรเลย เขาจะมีวินัยในตนเอง และรู้จักควบคุมตัวเองมากขึ้น ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ใช่แล้ว ทั้งคนแก่และเด็กต่างก็ไม่ชอบการบังคับขู่เข็ญ เราทำได้เพียงแค่ปล่อยให้พวกเขาทำไป”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็พูดเสริมว่า “เอาล่ะ พี่ก็สอนชานชานฝึกควงหอกต่อไปเถอะ เดี๋ยวผมจะพาคุณปู่ไปเดินเล่นสักพักก่อน ! ”
ติงจงผิงพยักหน้า
เขากำลังจะออกจากเจียงวานในอีกสิบวันข้างหน้า และเขาไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เขาจะมีเวลามาสอนลูกศิษย์ของเขาเช่นนี้อีก เขาจึงอยากสอนทักษะให้กับเจียนชานเพิ่มเติมก่อนออกเดินทาง
เจียงเสี่ยวไป๋เดินไปหาชายชราแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณปู่ รีบลุกมาทำไมเหรอครับ ! ทำไมไม่เล่นให้นานกว่านี้อีกหน่อยล่ะ ? ”
ชายชราเหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “นายไม่ห่วงว่าฉันจะนั่งนานจนปวดหลังบ้างหรือไง ? ทำไมเมื่อเห็นว่าฉันหยุดเล่นแล้วถึงได้พูดประชดประชันออกมาแบบนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็รีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร อะไรที่คุณปู่ชอบ ผมก็อยากสนับสนุนก็เท่านั้นเองครับ ! ”
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าชายชราจะกลับไปในอีกสิบวันข้างหน้า มันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะบังคับหรือห้ามนู่นห้ามนี่ชายชราอีก เขาเพียงหวังว่าชายชราจะมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอีกสิบวันนี้
ชายชรายืดตัวแล้วพูดว่า “ฉันนั่งเล่นมานานแล้ว จึงอยากจะยืดกล้ามเนื้อให้สบายตัวสักหน่อย แล้วนายละเป็นไงบ้าง ? ”
“ผมสบายดีครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว
ชายชราพูดว่า “เอาล่ะ ในเมื่อนายสบายดี งั้นก็ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนกับฉันที ! ”
“ได้ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลงทันที
จากนั้น เจียวเสี่ยวไป๋ก็เดินออกไปข้างนอกกับชายชรา
ทั้งเจียนชานและติงจงผิงไม่ได้เดินตามพวกเขาออกไปเดินเล่นด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋คิดว่าถ้าชายชราขอให้เขาเดินไปเป็นเพื่อนตามลำพัง เขาคงจะพูดเรื่องที่วางแผนจะกลับไปให้เขาฟัง โดยไม่คาดคิด พวกเขาคุยกันมาตลอดทางจนเดินมาจนถึงภูเขาเจียงวาน
แต่ทว่าชายชรากลับไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่เขาวางแผนจะกลับไปเลย